
ธุรกิจเข้ายุคเปลี่ยนผ่าน
ไม่ใช่แค่ธุรกิจหนังสือพิมพ์เท่านั้นที่ระส่ำระสายในยุคดิจิทัล
ไม่ใช่แค่ธุรกิจหนังสือพิมพ์เท่านั้นที่ระส่ำระสายในยุคดิจิทัล เพราะหลายภาคธุรกิจที่ขยับตัวช้าเกินการณ์จนตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลง ก็ย่อมถูกกลืนจากธุรกิจที่เคลื่อนไหวเร็วกว่า ทำให้ต้องปรับตัวและเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ให้ทันยุคสมัยโดยเร็ว
แท็กซี่ vs Grab
อุตสาหกรรมแท็กซี่ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ต้องระส่ำเมื่อ “อูเบอร์” (Uber) แอพพลิเคชั่นเรียกรถรับส่งปรากฏตัวขึ้นในปี 2009 แต่อูเบอร์ก็ถึงจุดสะดุดจากปัญหาการบริหารภายใน ซึ่งเปิดช่องให้ “แกร็บ” (Grab) ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2012 เข้ามาช่วงชิงตลาดได้ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แกร็บประสบความสำเร็จจากการปรับให้เข้ากับท้องถิ่น ทั้งการไม่ดิสรัปแท็กซี่ดั้งเดิมมากเกินไป และเพิ่มบริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์เพื่อตอบโจทย์ชาวอาเซียน จากนั้นในปี 2018 แกร็บก็ซื้อกิจการอูเบอร์ในอาเซียน แล้วผงาดเป็นเบอร์ 1 ของภูมิภาค
What’s Next : แกร็บมุ่งสู่การเป็น “ซูเปอร์แอพ” หรือแอพพลิเคชั่นสามัญประจำวันสำหรับผู้บริโภค มีทั้งบริการส่งอาหาร ส่งของ และการรับชำระเงินออนไลน์ ล่าสุดขยายบริการทางการเงินเพิ่ม เช่น Pay Later บริการใช้ก่อน จ่ายทีหลัง และประกันภัยรายย่อย ประเดิมขายคนขับแกร็บก่อน แต่แกร็บก็กำลังเจอคู่แข่งมาแรงอย่าง “โกเจ็ก” (Go-Jek) จากแดนอิเหนาที่ปักธงชูจุดเด่นแอพครอบจักรวาลมาตั้งแต่แรก และกำลังขยายธุรกิจสู่ 4 ชาติอาเซียนภายในปีนี้
โรงแรม vs Airbnb
ธุรกิจแชร์ที่พักอย่าง “แอร์บีเอ็นบี” (Airbnb) เบียดบังรายได้ของธุรกิจโรงแรมโดยตรง โดยมีจุดแข็งจากที่พักราคาย่อมเยากว่า และที่สำคัญคือสามารถมอบประสบการณ์แบบสดใหม่ เข้าถึงความเป็นท้องถิ่นให้กับนักท่องเที่ยวแบบที่โรงแรมยังสู้ไม่ได้ แม้โมเดลนี้อาจยังไม่ถูกกฎหมายในบางแห่ง แต่ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องจนมีที่พักในระบบ 6 ล้านแห่ง ใน 8.1 หมื่นเมืองทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่ห้องพัก 1 ห้องไปจนถึงบ้านทั้งหลัง
What’s Next : แอร์บีเอ็นบีขยับรุกโรงแรมแบบดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดทุ่มเงินซื้อ HotelTonight แพลตฟอร์มจองโรงแรม หวังขยายประเภทที่พักและดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ หลังไปจับมือกับกลุ่มโรงแรมบูติกโดยปรับระบบให้โรงแรมเปิดจองที่พักผ่านแอร์บีเอ็นบีได้ง่ายขึ้น และออก Loyalty Program หวังให้เป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวครบวงจร
ค้าปลีก vs อี-คอมเมิร์ซ
ค้าปลีกแบบดั้งเดิมเป็นอีกธุรกิจที่ขยับตัวช้าเกินไป สะท้อนจากห้างค้าปลีกหลายแห่งที่ล้มหายตายจาก เช่น เซียร์ส (Sears) ห้างค้าปลีกอายุกว่า 125 ปีที่ยื่นล้มละลายไปเมื่อปีที่แล้ว ส่วนค้าปลีกดั้งเดิมที่เหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็น วอลมาร์ท เบสต์บาย เมซีส์ และคอสต์โค ต่างต้องตบเท้าเข้าสู่สมรภูมิออนไลน์เพื่อความอยู่รอด แต่สุดท้ายแล้วก็ยังไม่สามารถสู้ “แอมะซอน” (Amazon) อี-คอมเมิร์ซผู้ครองตลาดค้าปลีกออนไลน์สหรัฐด้วยส่วนแบ่งตลาด 49.1% เมื่อปีที่แล้ว
What’s Next : แอมะซอนกลายเป็นเจ้าแห่งอี-คอมเมิร์ซ และกำลังเข้าชิงพื้นที่ออฟไลน์แบบมีหน้าร้าน เพื่อสร้าง “นิว รีเทล” ที่โลกออนไลน์และออฟไลน์เชื่อมต่อกันอย่างแท้จริง โดยคาดว่าจะประเดิมที่ร้านของชำก่อน ขณะที่ฝั่งจีนอี-คอมเมิร์ซกำลังก้าวไปไกลกว่า ทั้ง “อาลีบาบา” และ “เทนเซนต์” 2 ผู้เล่นรายใหญ่สุดกำลังยกระดับระบบค้าปลีกออนไลน์ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์และ 5จี รวมถึงใช้เทคโนโลยี AR และ VR มาเสริมประสบการณ์ช็อปปิ้งให้ตื่นตาตื่นใจ
โรงหนัง vs สตรีมมิ่ง
นับตั้งแต่บริการสตรีมมิ่งเริ่มปรากฏตัวเมื่อ 20 ปีที่แล้ว พฤติกรรมการรับชมภาพยนตร์ในโรงหนังหรือการดูรายการทีวีก็เปลี่ยนไป อัตราการเข้าชมภาพยนตร์ในสหรัฐและแคนาดาต่ำสุดในรอบ 25 ปี เมื่อปี 2017 และชาวอเมริกันที่เลิกดูทีวีก็เพิ่มขึ้นมาเกือบ 33% เมื่อปีที่แล้ว จุดแข็งของบริการสตรีมมิ่งที่สามารถดูได้ทุกที่ทุกเวลา และแรงหนุนจากเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ทำให้ตลาดสตรีมมิ่งคาดว่าจะพุ่งแตะ 1.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.9 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2025 ตามคาดการณ์ของบริษัท แกรนด์ วิว รีเสิร์ช
What’s Next : “เน็ตฟลิกซ์” กำลังก้าวออกไปจากบริการสตรีมมิ่งอย่างเดียวสู่การทำคอนเทนต์ของตัวเองขึ้นมา (Original Content) หลังมีสมาชิกรับบริการกว่า 139 ล้านราย ในกว่า 190 ประเทศแล้ว ความสำเร็จของเน็ตฟลิกซ์กระตุ้นผู้เล่นเจ้าใหญ่กระโดดเข้าสู่ตลาดสตรีมมิ่งมากขึ้น ทั้ง “ดิสนีย์” และ “แอปเปิ้ล” ทำให้การแข่งขันคาดว่าจะดุเดือดยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา คงมีแต่อนาคตเท่านั้นที่บอกได้ว่าสตรีมมิ่งจะทำให้ธุรกิจโรงหนังหายไปหรือไม่
แบงก์ vs ฟินเทค
สตาร์ทอัพฟินเทคที่ได้รับการบ่มเพาะมาตั้งแต่ปี 2010 และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนไปแล้วกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 3.17 ล้านล้านบาท) ได้เขย่าอุตสาหกรรมธนาคารอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากความได้เปรียบด้านความเร็วและต้นทุน ทำให้ภาคธนาคารหลั่งเลือดหั่นคนลดสาขาไปถ้วนหน้า ซึ่งเห็นได้ชัดจาก 3 ธนาคารใหญ่สุดในญี่ปุ่น คือ มิซูโฮ ซูมิโตโม มิตซุย และเอ็มยูเอฟจี ประกาศจะลดคนรวมกันราว 3.3 หมื่นอัตรา ในอีก 10 ปีข้างหน้า
What’s Next : แม้การผนึกกำลังกับบริษัทฟินเทคจะช่วยลดความเทอะทะขององค์กรแบงก์ และเป็นคีย์ลัดสู่ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี แต่ก็มีอีกความท้าทายรอยอยู่ คือ Virtual Bank หรือแบงก์สายพันธุ์ใหม่ที่ทำธุรกรรมทางการเงินทุกอย่างผ่านช่องทางออนไลน์กำลังถือกำเนิดขึ้นอีกใน
ไม่ช้า ซึ่งในเอเชียนั้น ฮ่องกงประเดิมออกใบอนุญาต Virtual Bank แล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา







