
ผลกระทบพายุถล่ม-แล้งจัด ยางพาราส่อแววราคาขยับ
ราคายางพารานับตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มี.ค.เป็นต้นมามีแนวโน้มปรับสูงขึ้น
ราคายางพารานับตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มี.ค.เป็นต้นมามีแนวโน้มปรับสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามสำหรับเกษตรกรชาวสวนยางพารากลับไม่ใช่ข่าวดีนัก เพราะราคาที่ขยับขึ้นดังกล่าวนั้น สวนทางกับผลผลิตที่ลดลงจากหลายปัจจัย
เรืองยศ เพ็งสกุล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปยางพารารมควันภาคใต้ เปิดเผยว่า ขณะนี้เข้าสู่ภาวะแล้งจัดอย่างยาวนานมากว่า 2 เดือนแล้ว ซึ่งโดยปกติจะมีฝนลงมาบ้าง แต่ปีนี้กลับไม่มีเลย ซึ่งผลจากภาวะแล้งจัดดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการกรีดยางพารา ประกอบกับยางพาราเข้าสู่ฤดูกาลผลัดใบ ประมาณกลางเดือน มี.ค. จะปิดหน้ากรีดกันทั่วไป ไปจนถึงเดือน เม.ย. จะเปิดหน้ากรีดกันอีกครั้งก็ต่อเมื่อล่วงเข้าช่วงเดือน พ.ค. แต่หากว่าภาวะแล้งยังไม่หมดสิ้นไปก็จะต้องรอต่อไปจนกว่าเข้าสู่ฤดูฝน
“ขณะนี้สำหรับในกลุ่มวิสาหกิจแปรรูปยางพารารมควัน ผลผลิตยางพาราในกลุ่มประมาณ 200 โรง ได้หดหายไปแล้วประมาณ 40% คาดว่าภาพรวมทั้งภาคใต้ผลผลิตจะหายไปประมาณ 40-50%”
ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปยางพารารมควัน กล่าวว่า ผลจากการที่ผลผลิตยางพาราหายไปส่งผลให้ราคายางพาราขยับขึ้นเฉลี่ยวันละ 1 บาท/กิโลกรัม ขณะนี้หลายพื้นที่ราคายางพาราอยู่ที่ระดับกิโลกรัมละ 48-50 บาท จากช่วงต้นปี ซึ่งราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่ 36-37 บาท/กิโลกรัม ซึ่งหลังจากนี้แนวโน้มราคายังจะขยับขึ้นอีก กลุ่มผู้ที่เก็บยางพาราไว้ยังไม่ขายไปก่อนจะได้ส่วนต่างที่ดี
เรืองยศ กล่าวอีกว่า จากภาวะทางธรรมชาติที่ชาวสวนยางพาราทางภาคใต้ได้ประสบ คือพายุปาบึก เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนยางพาราจำนวนหนึ่งได้รับความเสียหาย ประสบกับแล้งจัดและยาวนาน ก็เห็นเป็นรูปธรรมว่าจะมีผลผลิตยางพาราหายไปจากตลาดทำให้ราคาเคลื่อนไหวขึ้น ถ้าหากได้นำยางพารามาทำโครงการทำถนนพาราซอยซิเมนต์ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร จากกว่า 7.5 หมื่นหมู่บ้าน ยางพาราจะหายไปจากตลาดจำนวนหนึ่งก็เกิดรูปธรรมชัดเจน
“เห็นแล้วเป็นที่ประจักษ์ชัด จากการโดนพายุปาบึกทำให้ต้นยางได้รับความเสียหายไประดับหนึ่ง และเมื่อเข้าสู่ภาวะร้อนจัดแล้งยาว ผลผลิตยางพาราส่วนหนึ่งก็หายไปจากตลาด ซึ่งจะช่วยให้ราคาขยับขึ้น”
เรืองยศ กล่าวอีกว่า โครงการทำถนนพาราซอยซิเมนต์ที่ดำเนินการไปบ้างแล้ว จะนำน้ำยางข้นของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่รับซื้อจากชาวสวนยางพาราจำนวนหนึ่งในโครงการที่ผ่านมา หาได้ใช้น้ำยางสดจากชาวสวนยางพารา แต่หากมีการทำถนนยางพาราซอยซิเมนต์จากน้ำยางข้นก็จะต้องมีการซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรชาวสวนยางพาราเพิ่มขึ้น
เรืองยศ เสนอว่า หากมีการทำโครงการถนนพาราซอยซิเมนต์ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ในพื้นที่ใด ก็ให้ซื้อน้ำยางสดจากชาวสวนยางพาราในพื้นที่นั้น และมีการกำกับควบคุมตรวจสอบโดยเกษตรกรชาวสวนยางพาราร่วมด้วย จะทำให้เม็ดเงินการช่วยเหลือถึงชาวสวนยางพาราโดยตรง
สำหรับโครงการยางพาราซอยซิเมนต์1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร จะนำเสนอต่อรัฐบาลใหม่ ภายหลังการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้ผ่านไป และทราบผลแล้วว่าพรรคใดจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
“ที่ผ่านมาตัวแทนชาวสวนยางพาราได้พบและแลกเปลี่ยนหารือนำเสนอข้อมูลไปกับทุกพรรคการเมือง และทุกพรรคการเมืองได้ตอบรับกับตัวแทนชาวสวนยางพาราว่าจะรับนโยบาย โดยจะนำยางพารามาใช้ภายในประเทศเพิ่มขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะดำเนินการขับเคลื่อนต่อไป หาได้ยุติ”
เรืองยศ กล่าวอีกว่า แนวทางเคลื่อนไหวต่อไปหลังมีรัฐบาลใหม่ เครือข่ายเกษตรกรสวนยางพาราจะได้นำเสนอโครงการปรับองค์กรชาวสวนยางพารา โดยเฉพาะ กยท. เสียใหม่ เพราะที่ผ่านมาถือว่าขาดศักยภาพ ไม่สามารถตอบโจทย์แก่เกษตรกรสวนยางพาราได้อย่างแท้จริง







