
จากเครื่องมือสู่‘อาวุธ’ สื่อโซเชียลสะท้านเลือกตั้งอินเดีย
การเลือกตั้งอินเดีย ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.นี้
การเลือกตั้งอินเดีย ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.นี้ เป็นเหตุการณ์สำคัญที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนประมาณ 900 ล้านคน และกำลังสร้างความกังวลว่า“โซเชียลมีเดีย” อาจเป็นเครื่องมือชักจูงหรือปลุกปั่นความรุนแรงที่ไปไกลเกินกว่าขอบเขตของการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับบริษัทโซเชียลมีเดียนอกเหนือจากสหรัฐ เนื่องจากมีจำนวนประชากรเป็นรองเพียงจีน ตลาดที่โซเชียลมีเดียต่างสัญชาติยังเข้าถึงไม่ได้ แต่อินเดียเองก็เป็นตลาดที่เปราะบางด้วยเช่นกัน เพราะคนอินเดียจำนวนไม่น้อยเพิ่งเข้าถึงออนไลน์ และยังขาดวิจารณญาณในการไตร่ตรองข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นจากการปล่อยข่าวลวง (Fake News) ทางวอตส์แอพ
ชิฟนัธ ธูครัล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะของเฟซบุ๊กประจำอินเดีย กล่าวว่า ความยิ่งใหญ่ของการเลือกตั้งอินเดียเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เฟซบุ๊กต้องให้ความสำคัญกับการดูแลความเรียบร้อยของการเลือกตั้งและอินเดีย
อย่างไรก็ดี การเมืองอินเดียมีปัจจัยเรื่องสังคมและเชื้อชาติเข้ามาข้องเกี่ยว โดยเฉพาะเหตุความรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยในยุครัฐบาลของนายกรัฐมนตรี นเรนทร โมที และพรรคภารติยะ ชนตะ (บีเจพี) โดย ปราติก สินหา ผู้ก่อตั้งเว็บ “อัลท์ นิวส์” เว็บไซต์ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล กล่าวว่า การใช้โซเชียลมีเดียสร้างความแตกแยกอาจรุนแรงขึ้นมาก และอาจนำไปสู่การสูญเสียแก่ชีวิตหรือทรัพย์สิน
ขณะที่ จิลเลส เวอร์เนียร์ส ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอโชกาในอินเดีย กล่าวว่า โซเชียลมีเดียกลายมาเป็นกระบอกเสียงหลักสำหรับพรรคการเมืองไปแล้ว และเมื่อถูกใช้เป็น “อาวุธ” ความเสียหายก็จะยิ่งรุนแรงเกินขอบเขตของการเลือกตั้ง
นักการเมืองมีผู้ติดตามสูง
การใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับอินเดีย เนื่องจากนักการเมืองดังมีผู้ติดตามจำนวนมาก เช่น โมที มีผู้ติดตามทางทวิตเตอร์มากกว่า 46 ล้านคน สูงที่สุดเหนือผู้นำทุกคนในโลก ยกเว้นประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ที่มีผู้ติดตาม 58.9 ล้านคน ขณะที่ ราหุล คานธี ผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคคองเกรส มียอดผู้ติดตามทางทวิตเตอร์เกือบ 9 ล้านคน
การใช้โซเชียลมีเดียกับการเมืองอินเดียมาแรงมากในการเลือกตั้งปี 2014 ซึ่งในครั้งนั้น โมทีกลายเป็นบุคคลที่ได้รับการพูดถึงอย่างมาก แต่ในครั้งนี้คู่แข่งหลายคนของโมทีตามเกมโซเชียลมีเดียทันกันมากขึ้น และอาจทำให้โซเชียลมีเดียยิ่งมีส่วนสำคัญมากขึ้น
ระวี อัครวัล อดีตบรรณาธิการซีเอ็นเอ็นสาขาอินเดีย กล่าวว่า ใครกำลังฮอต ใครกำลังลง ใครฉลาด และใครไม่มีกึ๋น เหล่านี้ได้กลายมาเป็นประเด็นบนโลกโซเชียลมีเดียในแบบที่โทรทัศน์ไม่เคยทำได้มาก่อน แต่สำหรับในอินเดียเองนั้น ทุกข้อมูลที่มีการปล่อยออกสู่โลกโซเชียลมีเดีย มักจะมีข้อมูลอีกฝั่งหนึ่งที่ออกตามมาโดยอัตโนมัติด้วย และข้อมูลข่าวปลอมก็จะถูกข้อมูลอีกฝ่ายออกมาหักล้าง หรืออาจกล่าวได้ว่า พรรคการเมืองอินเดียนั้นจัดการกับการเลือกตั้งของตัวเองได้ดีทีเดียว
ไม่รู้เท่าทันอินเทอร์เน็ต
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ฐานผู้ใช้จำนวนมหาศาลเป็นปัจจัยท้าทายที่สำคัญในความพยายามปราบการแพร่ข่าวลวงของบริษัทโซเชียลมีเดีย เนื่องจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า มาอยู่ที่ 560 ล้านคนในปัจจจุบัน จาก 250 ล้านคนในปี 2014 และเกิดขึ้นช่วงเดียวกับที่ค่าบริการอินเทอร์เน็ตทางมือถือปรับลดลงเกือบ 2,000% ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งสมาร์ทโฟนราคาถูกก็กำลังแพร่หลายมากขึ้นด้วย
ปัจจัยทั้งหมดนี้ช่วยให้คนอินเดียหลายร้อยล้านคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เป็นครั้งแรก แต่ก็ยังขาดประสบการณ์ในการใช้ และเสี่ยงว่าจะได้รับข้อมูลผิดๆ
“สมาร์ทโฟนและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตถูกลงมาก และตอนนี้ทุกคนที่มีสมาร์ทโฟนต่างใช้วอตส์แอพ แต่การรู้เท่าทันอินเทอร์เน็ตของคนส่วนมากยังแทบไม่มีเลย” สินหา กล่าว และเสริมว่า พรรคการเมืองมีแรงจูงใจมากพอ และมีกำลังเงินมากพอที่จะเพิ่มจำนวนทีมงานจนมั่นใจว่าการปล่อยโฆษณาชวนเชื่อเข้าถึงทุกคน







