เกาะติดแนวน้ำร่วมบูรณาการยันปีนี้เพียงพอ
เกษตรฯ ตรวจแนวน้ำรับแล้งปี 2562 ยันเพียงพอการใช้ ห่วง 7 เขื่อนน้ำแห้งขอด สงวนเพื่อกินใช้เท่านั้น
เกษตรฯ ตรวจแนวน้ำรับแล้งปี 2562 ยันเพียงพอการใช้ ห่วง 7 เขื่อนน้ำแห้งขอด สงวนเพื่อกินใช้เท่านั้น
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการรับมือภัยแล้ง ว่า ได้สั่งการทุกพื้นที่ร่วมบูรณาการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกรมชลประทานยืนยันว่าปริมาณที่มีขณะนี้จะเพียงพอตลอดฤดูแล้งปี 2562 และกรมชลฯ จะสำรองน้ำเพื่อรองรับฝนทิ้งช่วง 2 เดือนไปถึงเดือน ก.ค.ด้วย โดยขณะนี้การบริหารน้ำยังเดินตามแผนฤดูแล้ง 1 พ.ย. 2561-30 เม.ย. 2562
"ทั้งนี้ พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งได้สั่งการให้กรมชลฯ เตรียมเครื่องมือ เครื่องจักร รถบรรทุกน้ำเพื่อช่วยเหลือในพื้นที่ต่างๆ และให้ติดตามสถานการณ์ รายงานผลให้ รมว.เกษตรฯ รับทราบในทุกวันจันทร์อีกด้วย" นายอนันต์ กล่าว
ด้านศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร รายงานว่า ณ วันที่ 7 มี.ค. มีปริมาณน้ำในอ่างทั่วประเทศ 49,684 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 65% ของความจุทั้งหมด มีน้ำใช้การได้ 25,755 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 49% น้อยกว่าปี 2562 ประมาณ 4,790 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง มีน้ำในอ่างฯ 47,006 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 66% มีน้ำใช้การได้ 23,464 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 50% น้อยกว่าปี 2561 ประมาณ 3,884 ล้าน ลบ.ม.
อย่างไรก็ตาม สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) ได้แจ้งเตือนปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยวิกฤต เช่น เขื่อนอุบลรัตน์มีน้ำใช้การได้ 94 ล้าน ลบ.ม. หรือ 4% เขื่อนสิรินธรมีน้ำใช้การได้ 121 ล้าน ลบ.ม. หรือ 6% เขื่อนกระเสียวมีน้ำใช้การได้จริง 26 ล้าน ลบ.ม. หรือ 9% เขื่อนทับเสลามีน้ำใช้การได้ 23 ล้าน ลบ.ม. หรือ 14%
ส่วนเขื่อนน้ำน้อย เช่น เขื่อนห้วยหลวงมีน้ำใช้การ 37 ล้าน ลบ.ม. 27% เขื่อนจุฬาภรณ์มีน้ำ 44 ล้าน ลบ.ม. หรือ 27% เขื่อนลำนางรองมีน้ำ 34 ล้าน ลบ.ม. หรือ 28%
สำหรับ 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เช่น เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำในอ่าง 7,591 ล้าน ลบ.ม. หรือ 56% เป็นน้ำใช้การได้จริง 3,791 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 28% เขื่อนสิริกิติ์มีน้ำ 5,868 ล้าน ลบ.ม. หรือ 62% เป็นน้ำใช้การได้ 3,018 ล้าน ลบ.ม. หรือ 32% เขื่อนแควน้อยฯ มีน้ำ 446 ล้าน ลบ.ม. หรือ 47% เป็นน้ำใช้การได้ 403 ล้าน ลบ.ม. หรือ 43% เขื่อนป่าสักฯ มีน้ำ 336 ล้าน ลบ.ม. หรือ 35% ใช้การได้ 333 ล้าน ลบ.ม. หรือ 35%


