posttoday
อัตราเร่งของจิตวิญญาณ

อัตราเร่งของจิตวิญญาณ

17 กุมภาพันธ์ 2562

แม้หนังซึ่งฉายในสตรีมมิ่งดังอย่าง Velvet Buzzsaw

แม้หนังซึ่งฉายในสตรีมมิ่งดังอย่าง Velvet Buzzsaw จะเก็บเกี่ยวน้ำเสียงที่แสดงอาการผิดหวังจากทั่วสารทิศ แต่หนังที่เล่าเรื่องของแวดวงศิลปะโดยผูกเรื่องของวงการนี้ยำรวมกับความสยองขวัญ ก็มีแง่มุมบางอย่างที่น่าพูดถึง

แง่มุมที่ว่านั้นก็คือ กรณีที่หนังพยายามที่จะเสียดสีธุรกิจศิลปะ (ในหนัง) ซึ่งนับวัน นอกจากจะสิ้นท่าในการหาจุดขายด้านความแปลกใหม่มาปลุกปั่นวงการ เพื่อเรียกเม็ดเงินเข้ากระเป๋า และก็เริ่มยอมรับสภาพตัวเองแล้วว่าธุรกิจนี้ได้ทำลายคุณค่าของศิลปะลงไปทุกๆ ที

การทำลายที่ว่า เป็นการทำลายล้างซึ่งมาจากการแข่งขันกันเองอย่างรุนแรง ชนิดที่พุ่งเป้าไปที่ชัยชนะจนเลิกสนใจวิธีการ

เนื้อหาที่แฝงอยู่ในหนังเรื่องนี้ กำลังบอกคนดูอีกว่า แม้คนในแวดวงนี้จะพยายามแต่งกายสุดหรู บ่งบอกความมีรสนิยมอันแสนเลิศเลอ แต่ถึงพวกเขาจะเหน็บกัด ตบตี กันประหนึ่งว่ากำลังขัดแย้งกันทุกเรื่องและทำมันไปในนามของเรื่องการตีความด้านคุณค่าของงานศิลปะ แต่ทั้งหมดก็ไม่สามารถกลบเกลื่อนสิ่งที่ซุกซ่อนไว้ว่า แท้จริงพวกเขาไม่ได้ขัดแย้งกันเรื่องนี้จริงๆ พวกเขาแค่สับสนเรื่องคุณค่าหรือกระทั่งสับสนในตัวเองต่างหาก

แล้วทางออกของปัญหาที่เผชิญอยู่ก็มาถึง เมื่อตัวละครในหนังพบภาพวาดของศิลปินไร้ชื่อ ที่เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว งานของศิลปินลึกลับคนนี้ คือสิ่งที่ขาดหายไปจากวงการนี้ เพราะเขาได้ใส่เลือดเนื้อ จิตวิญญาณของเขาไว้ในชิ้นงานทุกชิ้นทั้งๆ ที่เขาสร้างสรรค์งาน ด้วยรูปแบบที่นับเป็นพื้นฐานที่สุดในกระบวนการสร้างงานศิลปะ ซึ่งก็คือผลงานจิตรกรรม

ผลงานซึ่งแทบจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ ที่กลับมามีจิตวิญญาณ หรือกลับมามีสิ่งที่สูญหายไปนั้นได้เปลี่ยนภาพวาดซึ่งเคยเป็นวัตถุทางการค้า ให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ที่นิยามไม่ได้ไปโดยพลัน

นอกจากสิ่งที่เล่ามาแล้ว หนังเรื่องนี้ยังได้ใส่รายละเอียดไว้ในบางช่วงได้อย่างน่าสนใจ เช่นกลไกของธุรกิจที่มีนักวิจารณ์ศิลปะ นายหน้างานศิลปะ และเจ้าของแกลเลอรี่ เป็นผู้ขับเคลื่อน

นักวิจารณ์นั้นมีอำนาจถึงกับชี้เป็นชี้ตาย กำหนดราคาให้งานศิลปะแต่ละชิ้นได้เลยทีเดียว เจ้าของแกลเลอรี่ สมาชิกกลุ่ม Velvet Buzzsaw ประคองตัวอยู่ในวงการให้ได้โดยไม่สนว่าจะใช้วิธีไหน ฉากหนึ่งที่น่าสนใจที่หนังเล่าไว้ก็คือ วิธีดูแลศิลปินดังในสังกัดของแกลเลอรี่ ที่ทำอย่างเป็นระบบเหมือนโรงงานผลิตสินค้า ข้างล่างห้องทำงานของศิลปินเป็นโรงงานผลิตซ้ำ หรือก๊อบปี้งานชิ้นดังขายอย่างเป็นล่ำเป็นสันมีคนทำงานกันอย่างคึกคัก

ห้องทำงานจริงๆ ของศิลปินกลับโล่ง ว่างเปล่า ราวกับถูกแยกจากโลกอันวุ่นวาย สงวนพื้นที่ทำงานของศิลปินไว้ท่ามกลางความโดดเดี่ยว

กลับมาที่โลกแห่งความจริง ยังไม่ค่อยเห็นมีใครออกมาให้ความเห็นอย่างจริงจัง ว่า ในยุคดิสรัปชั่น จะเกิดผลกระทบอะไรกับวงการศิลปะบ้าง

ศิลปะซึ่งเคยถูกรังสรรค์ขึ้นจากสัญชาตญาณความคิดอ่าน แรงบันดาลใจ ความเชื่อพัฒนาขึ้นสั่งสมไว้รุ่นแล้วรุ่นเล่า ในอารยธรรมต่างๆ แตกแขนงเปลี่ยนไปในแต่ละยุค ถูกตั้งคำถาม ถูกค้นหาคำตอบโยงไปสู่สารพัดศาสตร์ ถ่ายทอดออกมาเป็นโลกทัศน์ เปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลมกลืนกับสภาพชีวิตในแต่ละยุคสมัย กระโดดจากยุคสร้างผลงาน ตามสภาพความเป็นจริงที่เชื่อว่าความงามอยู่ในทุกหนทุกแห่ง ไปถึงยุคที่สร้างผลงานตามทฤษฎี ให้ความสำคัญกับความคิด มากกว่าตัววัตถุทางศิลปะ

จนถึงยุคที่ทำงานศิลปะต่อต้านขนบและรูปแบบเดิมๆ ต่อต้านความคิดกระแสหลักจากสถาบันศิลปะที่ถูกมองว่า มาพร้อมกับอำนาจการให้คุณค่างานแต่ละชิ้น กำหนดมาตรฐานทางสุนทรียะ กำหนดราคา รูปแบบการค้า อำนาจดังกล่าวคือการแทรกแซงทำลายการสร้างสรรค์ในตัวมันเอง

แต่ก็นั่นล่ะ โลกศิลปะนั้นคือโลกแห่งการยอกย้อนที่ไม่รู้จบ ศิลปินที่เคยอยู่ในคอมฟอร์ตโซนแห่งการขบถจนกลายเป็นจุดขายใหม่ กลายเป็นกระแสหลักในตลาด ก็อาจจะคงสถานะเดิมไว้ได้ไม่นาน ถูกศิลปินรุ่นใหม่ๆ โค่นล้มด้วยแนวคิดที่ขบถกว่า ก่อนจะกลับมาหาวิถีดังเดิมแบบที่หนังเรื่องนี้เล่าไว้

เป็นไปได้ว่าโลกศิลปะยุคดิสรัปชั่นนั้น อาจจะมีเครื่องมือที่สามารถสร้างวงจรที่กล่าวมาได้ ขบถศิลป์สามารถแจ้งเกิดพร้อมๆ กับตอบโจทย์อาการโหยหาจิตวิญญาณที่สูญหายไปได้ วงจรที่เกิดขึ้น มีวงรอบที่สั้นลงและเกิดได้วันละหลายๆ รอบ จากสัปดาห์กลายเป็นวัน สั้นจนเหลือรายชั่วโมง ใช้เวลาน้อยลงๆ จนจับต้อง หาความหมายอะไรไม่ได้เลย เป็นหายนะแห่งอัตราเร่งที่ทำลายหลายสิ่งในอารยธรรมยุคใหม่มาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่า

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่