
ไอเอชจีเจาะกลุ่มลักซ์ชัวรี่ ชูแบรนด์‘โวโค่’รุกไทย
ประเทศไทย ยังคงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
โดย ภูวดล โกมลรัตนเสถียร
ประเทศไทย ยังคงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ยังคงหลั่งไหลเดินทางมาเยี่ยมเยือน ทำให้นักลงทุน นักธุรกิจ ยังมองเห็นการเติบโตของธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการขยายตัวของโรงแรมใหม่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเอฟไอที กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น
คลาเรนซ์ ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาหลี บริษัท ไอเอชจี เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากที่สุดในโลก และแนวโน้มของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมองเห็นประสิทธิภาพและโอกาสในการขยายธุรกิจและเครือโรงแรมแห่งใหม่ โดยเฉพาะการขยายแบรนด์ โวโค่ (VOCO) ในไทยเป็นครั้งแรก
ทั้งนี้ ไอเอชจี ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกับ บริษัท บี แอนด์ จี พาร์ค ในการสร้างโรงแรมโวโค่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท 11 ซึ่งไทยถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่ได้รับการเลือกในการขยายแบรนด์ ปัจจัยหลักมาจากทำเลที่ตั้งที่อยู่ย่านใจกลางเมือง บริเวณซอยนานา ซึ่งจะมีลูกค้าทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ รวมถึงพันธมิตรในการร่วมธุรกิจที่ดี
สำหรับโรงแรมโวโค่ กรุงเทพฯ จะนำเสนอการบริการในระดับพรีเมียมลักซ์ชัวรี่ให้กับนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ และผู้ที่ชอบความแตกต่าง เพื่อเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยว โดยกลยุทธ์ของแบรนด์จะตระหนักถึงความต้องการของลูกค้าและนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ในการบริการสไตล์ที่เป็นกันเองและใส่ใจทุกรายละเอียด รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโรงแรม ทั้งห้องประชุมสัมมนา ที่จะรองรับผู้เข้าร่วมงานได้กว่า 400-500 คน
“ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง เราพยายามทำแบรนด์โวโค่ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น ตอบสนองไลฟ์สไตล์อิสระโดยครอบคลุมความเป็นลักซ์ชัวรี่อยู่ในตัว” ตัน กล่าว
ขณะที่เป้าหมายตลาดนักท่องเที่ยวที่จะเข้าพักคาดว่าราว 50-60% จะเป็นนักท่องเที่ยวเอฟไอทีชาวเอเชีย และที่เหลือจะเป็นนักท่องเที่ยวจากทุกๆ ตลาด เช่น ยุโรป ออสเตรเลีย แคนาดา อังกฤษ รัสเซีย เป็นต้น ส่วนอัตราการเข้าพักคาดในช่วง 1-2 ปีแรกที่เปิดให้บริการ จะสามารถมีอัตราการเข้าพักสูงกว่า 80%
ตัน กล่าวว่า บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการขยายแบรนด์โวโค่ในไทยเพิ่ม โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต พัทยา สมุย ที่มีประสิทธิภาพด้านการท่องเที่ยว ซึ่งอาจทำให้มีการขยายหรือปิดปรับปรุงโรงแรมบางแห่งในเครือเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นแบรนด์
โวโค่ในอนาคต
แบรนด์โวโค่ ได้เปิดตัวครั้งแรกในช่วงเดือน มิ.ย. 2561 ที่ผ่านมา โดยนำแรงบันดาลใจจากความหมายของคำว่า เชิญชวน และ ไปด้วยกัน ในภาษาละติน ผสมผสานกับความเป็นกันเองและเสน่ห์ของโรงแรมด้วยคุณภาพ และเพื่อเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้าพักด้วยชื่อเสียงของแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
พร้อมกันนี้ ได้เปิดตัวโรงแรมโวโค่ครั้งแรกของโลกที่เมืองโกลด์โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย และเริ่มให้บริการเข้าพักตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยว โดยปัจจุบันมีการลงนามข้อตกลงร่วมในการเปิดโรงแรมโวโค่กว่า 15 แห่ง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อังกฤษ ออสเตรเลีย เป็นต้น
ตัน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนธุรกิจของไอเอชจีในไทยช่วง 3-5 ปีจากนี้ เตรียมที่จะพัฒนาและขยายโรงแรมเพิ่มอีก 27 แห่ง หรือคิดเป็นห้องพักเพิ่มกว่า 6,861 ห้อง จากปัจจุบันที่มีการเปิดดำเนินการ 24 แห่งในไทย
ด้าน เทพฤทธิ์ ศรีชวาลา ผู้อำนวยการ บริษัท บี แอนด์ จี พาร์ค กล่าวว่า บริษัทจะใช้งบลงทุนราว 3,000 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างโรงแรมโวโค่ สุขุมวิท 11 โดยจะพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ 4.5 ดาว จำนวน 300 ห้อง โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปลายปี 2562 นี้ และจะเปิดให้บริการได้ในปี 2564
“ยังคงมีความเชื่อมั่นการลงทุนด้านธุรกิจโรงแรมในไทย เนื่องจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง และการขยายโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง” เทพฤทธิ์ กล่าว







