posttoday
LTFมิดสมอลแคปอ่วม

LTFมิดสมอลแคปอ่วม

19 มกราคม 2562

กองทุนแอลทีเอฟหุ้นกลาง-เล็ก ติดตัวแดงระนาว

กองทุนแอลทีเอฟหุ้นกลาง-เล็ก ติดตัวแดงระนาว หลักทรัพย์ในพอร์ตมีทั้งรับเหมาก่อสร้าง สายการบิน แบงก์ อสังหาฯ

น.ส.ชญานี จึงมานนท์ นักวิเคราะห์กองทุน บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยภาพรวมกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก (มิดแอนด์สมอลแคป) ปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนติดลบเฉลี่ย 16.77% โดยกองทุนที่ทำผลตอบแทนติดลบสูงสุดอยู่ที่ 30.58% และติดลบน้อยสุดที่ 7.46%

ด้านเงินไหลเข้ากองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก ในปี 2561 มีจำนวนเพียง 930 ล้านบาท เทียบปี 2560 ที่ไหลเข้าสุทธิ 2.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในปีดังกล่าวให้ผลตอบแทนเป็นบวกที่ 19.27% ถือว่าเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี

ขณะที่กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก ข้อมูลจากมอร์นิ่งสตาร์ฯ ซึ่งมีจำนวน 8 กอง พบว่าปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากภาพรวมตลาดหุ้นที่ปรับตัวลง โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลางและเล็กที่ปรับตัวลงแรงกว่าหุ้นขนาดใหญ่

ทั้งนี้ 3 อันดับกองทุนที่ให้ผลตอบแทนติดลบสูงสุด นำโดย กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวไทยสมอล-มิดแคปปันผล (KFLTFTSM-D) ย้อนหลัง 1 ปี ติดลบ 29.85% ถัดมา คือ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี มิด สมอล แค็ป หุ้นระยะยาว (M-MIDSMALL LTF) ติดลบ 25.37% และกองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไทย สมอล์ แอนด์ มิด แคป หุ้นระยะยาว (UTSME-LTF) ติดลบ 22.37%

สำหรับพอร์ตการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวไทยสมอล-มิดแคปปันผล (ณ วันที่ 11 พ.ย. 2561) หุ้น 5 อันดับแรกที่ลงทุน ประกอบด้วย บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป (PLAT) สัดส่วน 5.83% บริษัท ไพลอน (PYLON) 5.07% บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) 4.98% บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) 4.83% และบริษัท อาร์เอส (RS) 4.49%

กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี มิด สมอล แค็ป หุ้นระยะยาว นั้น หุ้นในพอร์ตการลงทุน (ณ วันที่ 11 พ.ย. 2561) มีดังนี้ ธนาคารกรุงไทย (KTB) 20.12% บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) 6.66% บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง 6.63% บริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) 6.33% และบริษัท ซีเค พาวเวอร์ หรือ CKP 6.32%

ด้านกองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไทย สมอล์ แอนด์ มิด แคป หุ้นระยะยาว พบว่า 5 อันดับหุ้นที่ลงทุนสูงสุด (ณ วันที่ 11 พ.ย. 2561) ประกอบด้วย ธนาคารยูไนเต็ดโอเวอร์ซีส์ 13.39% บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) 7.08% บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) 5.15% บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) 4.49% และบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) 4.7%

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น SEAFCO คงแนะนำ “ซื้อ” และให้ราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ 12.00 บาท อิงจากราคาปิดต่อกำไร (พี/อี เรโช) ที่ 22 เท่า และเลือกเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มผู้รับเหมางานเสาเข็มและฐานรากจาก 2 เหตุผล คือ มีงานในมือรอรับรู้รายได้ หรือแบ็กล็อกแน่นอน และมีโอกาสเติบโตสูงถ้าหากได้งานโครงการรถไฟความเร็วสูง 2 สัญญา

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ คาดการณ์บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ มีกำไรสุทธิไตรมาส 4/2561 เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อีกทั้งคาดว่าปีนี้เติบโตต่อเนื่อง แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ให้เป้าราคา 21.20 บาท

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่