
‘บิ๊กหยิม’ศุลกากรเอฟซี ทีมบอลเพื่อเด็กและชุมชน
“บิ๊กหยิม” ยุทธนา หยิมการุณ เป็นที่รู้จักกันในฐานะรองปลัดกระทรวงการคลัง
โดย เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
“บิ๊กหยิม” ยุทธนา หยิมการุณ เป็นที่รู้จักกันในฐานะรองปลัดกระทรวงการคลัง และประธานสโมสรฟุตบอล “เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด” ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ได้เลื่อนจากดิวิชั่น 3 (T3) ขึ้นมาเล่นดิวิชั่น 2 (T2) ในฤดูกาลใหม่นี้ ที่จะเริ่มดวลแข้งกันในอีกไม่ช้านี้
ด้วยความที่ชอบเล่นฟุตบอลตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนที่ จ.เพชรบุรี จนเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ ก็ยังชอบเล่นฟุตบอลไม่เปลี่ยนแปลง
หลังจากเข้าโรงเรียนศุลกาลักษณ์ ที่เป็นโรงเรียนสำหรับข้าราชการกรมศุลกากรโดยเฉพาะ ก็ยังได้ซึมซับกับการบริหารทีมฟุตบอล ที่ย้อนไปประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา ศุลกากรมีทีมฟุตบอลที่สมัยนั้นเริ่มเล่นตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลถ้วย ง. และกวาดแชมป์ไปถึงฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. ซึ่งมี มนัส คำภักดี ผู้บริหารระดับสูงของกรมศุลกากรเป็นหัวเรือใหญ่คุมทีม และมีบิ๊กหยิมที่เป็นหน้าน้องขณะนั้นเป็นผู้ช่วย เมื่อมนัสวางมือจากทีมก็ส่งไม้ต่อให้บิ๊กหยิมรับไม้บริการทีมต่อ
เริ่มต้นเข้ามาบริหารก็ได้รับการสนับสนุนจาก ชวลิต เศรษฐเมธีกุล อธิบดีกรมศุลกากรในสมัยนั้น ที่ให้ที่ดินของกรมศุลกากรที่ลาดกระบังมาหนึ่งแปลงสร้างเป็นสนามฟุตบอล ซึ่งใช้เล่นเป็นสนามเจ้าบ้านของทีมมาถึงทุกวันนี้
“หลังจากผู้บริการกรมศุลกากรส่งไม้ต่อให้ผมทำทีมมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ก็ได้พาทีมโลดแล่นอยู่ในไทยลีก หรือ T1 ได้ 1 ปี เพราะสู้งบประมาณไม่ไหวต้องใช้เงินมาก ซึ่งตอนนั้นเริ่มมีทีมชลบุรี ทีมเมืองทอง ทีมบุรีรัมย์ ขึ้นมาเป็นทีมแถวหน้า ทำให้วงการฟุตบอลไทยเปลี่ยนจากใช้เงินไม่มาก ก็ต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว ทำให้ทีมตกมาอยู่ T2 และตกลงมา T3 โดยใช้ความพยายามอยู่ 2 ปี จนกลับขึ้นมาเล่น T2 ในฤดูกาลใหม่ที่จะถึงนี้ได้อีกครั้ง” บิ๊กหยิม เล่าเส้นทางในฐานะหัวเรือใหญ่ของทีมฟุตบอลศุลกากรยูไนเต็ดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
สำหรับทีมฟุตบอลศุลกากรมีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สมัย สมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อครั้งสมัยเป็นอธิบดีศุลกากร ก็สนับสนุน “บิ๊กหยิม” เต็มที่ หาเงินทุนทำทีมเพิ่มเพราะชอบเล่นฟุตบอลเหมือนกัน
หลังจากนั้น สมชัยมานั่งเป็นปลัดกระทรวงการคลัง ก็ได้ขอให้ทีมฟุตบอลศุลกากรเปลี่ยนชื่อเป็น “เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด” เพื่อให้เป็นทีมฟุตบอลของคนกระทรวงการคลัง ไม่ใช่เฉพาะของกรมศุลกากรเท่านั้น เป็นการเพิ่มฐานแฟนฟุตบอลให้กับทีมมากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับเป้าหมายการทำทีม “เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด” ในปัจจุบัน เพื่อให้เป็นความภาคภูมิใจของกระทรวงการคลังแล้ว ยังต้องการให้เป็นทีมฟุตบอลเพื่อมีส่วนช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะแฟนฟุตบอลในเขตลาดกระบัง
บิ๊กหยิม เล่าว่า “เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด” น่าจะเป็นทีมฟุตบอลไทยทีมแรกที่ทำฟุตบอลให้กับเด็กที่มีปัญหา ตอนนี้ทีมได้ทำข้อตกลงกับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร (บางนา) ซึ่งเป็นเด็กที่ถูกตัดสินคดีแล้ว โดยการให้มาฝึกฟุตบอลกับสโมสรเป็นเวลา 1 ปี โดยสโมสรยังให้แต้มต่อกับเด็กเหล่านี้ หากมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทางทีมก็พร้อมจะพิจารณาคัดเลือกมาเป็นฟุตบอลของทีมมีเงินเดือนให้ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับเด็กคนอื่นๆ ว่าถึงมีปัญหาโดนตัดสินคดีมีความผิด ก็ยังสามารถมีงานทำอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เพราะฟุตบอลไม่ได้มีกฎห้ามว่าคนที่ติดคุกติดตารางจะมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพไม่ได้ ซึ่งเด็กหลายคนอายุ 15-20 ปี มีแววที่จะได้รับโอกาสนั้น
ขณะเดียวกัน “เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด” ยังร่วมมือกับศาลเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นเด็กที่อยู่ระหว่างการพิจารณาตัดสินคดีความ โดยให้สโมสรเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เด็กได้รับโทษน้อยลง โดยระหว่างที่พิจารณาคดี ศาลจะเลือกเด็กที่สมัครใจมาฝึกฟุตบลกับทีมและให้สโมสรมีหนังสือรับรองว่าเด็กมีวินัยมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม เมื่อเด็กถูกตัดสินคดี เช่น ถูกจำคุก 5 ปี ก็จะลดโทษลงส่วนหนึ่ง ทำให้เด็กอยู่ในสถานพินิจไม่นาน และเด็กกลุ่มนี้ก็ยังได้รับโอกาสจากสโมสรเหมือนกับเด็กกลุ่มแรกเหมือนกัน หากมีแววและมีความตั้งใจเล่นฟุตบอล สโมสรก็จะรับเข้ามาอยู่ในทีม
โดยเด็กทั้งสองกลุ่มมีเข้าร่วมโครงการกว่า 100 คน ซึ่งทางทีมได้สนับสนุนเรื่องชุด น้ำขนมให้กับเด็ก เพราะต้องการดูแลอย่างดี ให้เด็กรู้สึกว่าสังคมไม่ได้ทอดทิ้งเขา และให้โอกาสเขาอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะพยายามกับโอกาสที่ได้มาหรือเปล่าเท่านั้น
“เราคิดว่าฟุตบอลช่วยเด็กดังกล่าวได้มาก ทั้งการได้เล่นกีฬา และทำให้สภาพจิตใจดีและเข้มแข็งมากขึ้น จากวันแรกที่มาซ้อมจะเห็นว่าเด็กอารมณ์ร้อนคุมอารมณ์ไม่ได้ แต่เมื่อโค้ชได้สอนใช้จิตวิทยาในการพูดคุย ทำให้อารมณ์เด็กเริ่มนิ่งขึ้น และในอนาคตเชื่อว่าเด็กพวกนี้จิตใจจะแข็งแกร่งมากขึ้น ไม่รวมกับการได้รับลดโทษสำหรับเด็กที่อยู่ระหว่างการตัดสิน และการได้เข้ามาเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมศุลกากร” บิ๊กหยิม กล่าว
สำหรับทีม “เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด” ก็จะเป็นทีมที่เน้นให้เด็กในชุมชนมาสมัครเป็นเด็กฝึกของสโมสร ปีที่แล้วมีเด็กมาสมัครและฝึก 200 กว่าคน ยังไม่รวมกับผู้ปกครองที่มานั่งเฝ้าดูการฝึกซ้อมของลูกหลาน ซึ่งเป็นบรรยากาศที่มีความสุข ในปีนี้สโมสรจะให้เด็กกลุ่มนี้ได้มีโอกาสไปแข่งลีกเยาวชนอายุต่างๆ ที่ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยรับรองและจัดขึ้น
ในส่วนของเป้าหมายการทำทีมฟุตบอล “เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด” ในฤดูกาลนี้ นอกจากขอติด 6 อันดับแรกของ T2 ให้ได้แล้ว ยังต้องการสร้างบริเวณลาดกระบังให้เป็นตำบลฟุตบอลของสโมสร โดยมีสนามฟุตบอลเป็นศูนย์กลาง สโมสรต้องการช่วยเหลือชุมชนให้เข้มแข็ม สร้างความรักสามัคคี รวมถึงสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนระหว่างการแข่งให้มาขายอาหาร เครื่องดื่มให้กับคนที่มาเข้าชม
นอกจากนี้ ยังให้เด็กในชุมชนมาเป็นเด็กเก็บบอลระหว่างเกมการแข่งขันก็ได้รับค่าจ้างจากสโมสร 150 บาท หรือเด็กที่ใส่ชุดของทีมจูงนักฟุตบอลลงสนามได ้ 100 บาท เป็นต้น ซึ่งถือเป็นเรื่องความภาคภูมิใจของเด็กและสโมสรมากกว่าตัวเงินที่เด็กได้รับหรือที่สโมสรต้องจ่าย
บิ๊กหยิม กล่าวปิดท้ายว่า “เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด” ไม่ใช่ทีมใหญ่ที่มีเงินเยอะ แต่เราเป็นทีมใหญ่ในแง่ของความใจกว้าง ดูแลสังคมและชุมชน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าชัยชนะในเกมฟุตบอลเสียอีก







