posttoday
ดัชนีผลผลิตอุตฯก.ย.โต8.13%

ดัชนีผลผลิตอุตฯก.ย.โต8.13%

28 ตุลาคม 2553

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ขยายตัว 8.13% มีอัตราการใช้กำลังการผลิตรวม 64% เป็นผลมาจากผู้ประกอบการผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อล่วงหน้าก่อนเงินบาทแข็งค่า

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ขยายตัว 8.13% มีอัตราการใช้กำลังการผลิตรวม 64% เป็นผลมาจากผู้ประกอบการผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อล่วงหน้าก่อนเงินบาทแข็งค่า

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมประจำเดือนก.ย. 2553 อยู่ที่ระดับ 201.45 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตภาพรวมเฉลี่ย 64.36% ซึ่งอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลต่อการขยายตัวของค่าดัชนี ได้แก่ การผลิตฮาร์ดดิสไดร์ฟ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก

ทั้งนี้ การผลิตในภาคอุตสาหกรรมของประเทศที่ยังขยายตัวได้ในขณะนี้ เป็นผลมาจากการผลิตตามคำสั่งซื้อล่วงหน้า ที่มีเข้ามาก่อนค่าเงินบาทแข็งค่า โดยโรงงานส่วนใหญ่มีคำสั่งซื้อล่วงหน้าประมาณ 3-6 เดือน รวมทั้งผู้ประกอบการบางรายได้มีการประกันความเสี่ยงค่าเงินไว้แล้วจึงยังไม่ได้รับผลกระทบมากนักในระยะนี้

สำหรับการผลิตฮาร์ดดิสไดร์ฟ มียอดการผลิตและจำหน่ายเพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลับมาเป็นบวกอีกครั้งหลังชะลอตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผู้ผลิตเร่งผลิตสินค้าเพื่อส่งมอบให้ทันกับคำสั่งซื้อ และเพื่อปิดยอดรายไตรมาสให้ได้ตามเป้าหมาย โดยคาดว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะมียอดการผลิตตและจำหน่ายคึกคักเป็นไปตามทิศทางของตลาดโลก

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีการผลิตและจำหน่ายเพิ่มขึ้น 21.4% และ 20.2% เนื่องจากการขยายตัวของตลาดโลก ซึ่งจากการรายงานสถานการณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของโลกเมื่อสิ้นเดือนส.ค.ที่ผ่านมาพบว่า ยอดขายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกมีการเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวอย่างช้าๆ โดยคาดว่าในปี 2553 อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีโอกาสขยายตัวได้สูงถึง 28.4%

การผลิตเครื่องปรับอากาศ มีการผลิตและจำหน่ายเพิ่มขึ้น 41.9%และ37.8% เพราะผู้ประกอบการได้ส่งสินค้ารุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ นอกจากนี้ปัจจัยหนึ่งเอื้อต่อการขยายตัว คือ การยกเว้นภาษีสรรพสามิตแอร์เป็น 0% จากเดิม 15% อย่างไรก็ตามในไตรมาสสุดท้าย หากต้องเผชิญกับปัจจัยเรื่องเงินบาทแข็งค่าขึ้นและราคาวัตถุดิบที่มีการปรับตัวสูง อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากไม่ได้ทำประกันความเสี่ยงค่าเงินเหมือนบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งผู้ประกอบการเห็นว่าภาครัฐควรต้องเร่งหามารตการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

สรุปภาพรวมดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 201.45 เพิ่มขึ้น 8.13% จากระดับ 186.31 ดัชนีการส่งสินค้า อยู่ที่ระดับ 204.35 เพิ่มขึ้น 8.03% จากระดับ 189.15 ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง 183.26 เพิ่มขึ้น 9.34% จากระดับ 167.62 ดัชนีแรงงานในภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 123.69 เพิ่มขึ้น 8.19% จากระดับ 114.32 ดัชนีผลิตภาพแรงงานในภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 133.18 เพิ่มขึ้น 1.50% จากระดับ 131.22  โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 64.36% 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่