
กรุงไทยออกแพคเกจช่วยลูกค้าSMEเจอน้ำท่วม
กรุงไทยคลอดแพ็กเกจช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
กรุงไทยคลอดแพ็กเกจช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
นาย เวทย์ นุชเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดปัญหาน้ำท่วม ทางธนาคารกรุงไทยได้ให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายของลูกค้า และออกมาตรการช่วยเหลือ ทั้งลูกค้าธุรกิจและ ลูกค้าบุคคล รวม 7 มาตรการ คือ
1.เงินกู้กรุงไทยสู้อุทกภัย เป็นสินเชื่อ (term loan) ให้ผู้ประกอบการ ที่ปะสบอุทกภัย ในพื้นที่น้ำท่วม ระยะเวลากู้ 5 ปี คิดดอกเบี้ย ปีแรก MLR ลบ 1% จากนั้นคิดMLR 2. เงินทุนหมุนเวียนกรุงไทยสู้น้ำท่วม พิจารณาให้วงเงินกู้ตามความเหมาะสม
3. กรุงไทยสู้อุทกภัย เป็นโครงการผ่อนปรน การชำระหนี้ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มขยายระยะเวลา การชำระหนี้ให้ยาวขึ้น วงเงินชำระต่องวดน้อยลง กลุ่มที่ 2 ให้ปลอดเงินต้น ชำระเฉพาะดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 เดือน และกลุ่มที่3 เป็นกรณีของรายที่ได้รับผลกระทบหนัก คือ พักชำระทั้งต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน 4.มาตรการเยียวยา กรุงไทยจับคู่ธุรกิจ สู้อุทกภัย โดยจะจับคู่ธุรกิจ (business matching) ระหว่างผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ที่ต้องการซื้อวัสดุเพื่อซ่อมแซมกิจการ กับผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง เพื่อให้ได้วัสดุก่อสร้างราคาพิเศษ
5. สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดา ที่มีวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารอยู่แล้ว มีสินเชื่อเงินสด (home for cash) โดยไม่ต้องตรวจสอบประวัติ โดยให้วงเงินกู้ เท่ากับวงเงินที่ชำระคืนธนาคารแล้ว หรือหากต้องการมากกว่าธนาคารจะพิจารณาตามความเหมาะสม ดอกเบี้ยที่คิด 6 เดือนแรก คิด MRR ลบ 1.75% หลังจากนั้น คิด MRR -0.5%
6.มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการโอนเงินให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ จนถึงสิ้นปี 2553 หรือตามความเหมาะสมจนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ และ 7.สินเชื่อพัฒนาองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำหรับ อปท. ที่ต้องใช้งบประมาณสำหรับการฟื้นฟูท้องถิ่น สำหรับดอกเบี้ยที่คิด กรณีที่มีเงินฝากกับธนาคารเป็นประกัน คิดดอกเบี้ยเงินฝาก 1 ปี บวก 1% กรณีที่ไม่มีเงินฝากเป็นประกันคิดเงินฝาก 1 ปี บวก 1.75%
นายเวทย์ กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารกรุงไทย ลูกค้าธุรกิจของกรุงไทย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ประมาณ 30 ราย กระจายอยู่ใน จ.นครราชสีมา จ.ลพบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.นครสวรรค์ จ.สุพรรณบุรี และ จ.ชัยภูมิ รวมวงเงินให้สินเชื่อคงค้างประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนลูกค้าบุคคลธรรมดา อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ยังให้ความช่วยเหลือบริจาคเงินในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยาและนครราชสีมา รวม 2 แสนบาท และบริจาคผ่านโครงการของรัฐบาล 2.5 ล้านบาท







