
เมื่อกัญชา (ดัตช์) ถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องไม่น่าลิ้มลอง
เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยว มีสายการบินที่บินตรงของ KLM Royal Dutch
โดย ณัฐภาณุ นพคุณ Twitter: NatapanuN
เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยว มีสายการบินที่บินตรงของ KLM Royal Dutch และเที่ยวบินจากสายการบินอื่นๆ ทุกวัน เทศกาลดอกทิวลิปเดือน เม.ย.ทุกปีโด่งดังทั่วโลก และมีเมืองหลวงคือกรุงเฮก ที่ตั้งของศาลยุติธรรมและศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Court of Justice และ International Criminal Court) ขณะเดียวกัน เมืองอัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองที่มีสีสัน และมีย่านการค้าประเวณีที่ถูกกฎหมาย
เนเธอร์แลนด์ทำให้ “กัญชา” เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายมาหลายปีแล้ว จึงมีการเปิดรับทางสังคมของการใช้กัญชา เพื่อการผ่อนคลาย ชาวดัตช์มองว่าเป็นเรื่องปกติเพื่อการพักผ่อน (Recreational Drugs) เหมือนสูบบุหรี่ เหมือนเสพยาคลายเครียดหรือกระตุ้นสมองเบาๆ และที่สำคัญมีการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ เช่น การขายกัญชาในปริมาณ ส่วนผสม และรูปแบบที่กำหนดไว้
ผู้เขียนได้มีโอกาสเยือนเนเธอร์แลนด์สัปดาห์นี้ และระหว่างที่พำนักอยู่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัมสังเกตว่าการขายกัญชาในรูปแบบที่ผสมกับขนมหวานเป็นที่นิยม กล่าวคือเรียกว่า Edibles ใส่กัญชาในขนม เช่น บราวนี่ คุกกี้ และเรียกรวมๆ ว่า Space Cake โดยสามารถซื้อได้อย่างสะดวก แค่เดินเข้าไปในร้านกาแฟที่มีขาย การห่อจัดวางขายก็ดูเหมือนเป็นขนมปกติ แต่สร้างความน่าสนใจให้กับนักท่องเที่ยวพอสมควร ไม่เพียงแต่ประเภทที่อยากลอง อยากรู้ แต่นักท่องเที่ยวผู้ใหญ่ปกติด้วยที่เห็นว่าเป็นสิ่งดึงดูด (Attraction) เชิงท่องเที่ยว
ร้านกาแฟที่กล่าวถึง ไม่ใช่ร้านกาแฟปกติ แต่เป็นที่ทราบว่าขายกาแฟ ชา พร้อม Edibles สังเกตได้จากการตกแต่งร้านเหมือนผับบาร์ หลายแห่งทาสีร้านเป็นสีเขียว
ข้อแนะนำทั่วไปคือ โดยที่ Edibles มีส่วนผสมของกัญชา ผู้ที่ทานครั้งแรกต้องทานแต่น้อย ผลข้างเคียงจะออกฤทธิ์ช้ากว่าการสูบ คือภายใน 1-2 ชั่วโมง แต่อาการเมาจาก Edibles จะนานกว่าการสูบ คือนานถึง 8 ชั่วโมง
จากการพูดคุยกับคนท้องถิ่น การทานขนมแบบ Edibles แรงกว่าการสูบ แต่ผลข้างเคียงไม่เป็นอันตราย เพราะจะทำให้เมาๆ แบบเคลิ้มในความสุข ดังนั้น การก่อเหตุรุนแรงไม่เกิดขึ้น คือ ไม่ใช่ว่าการเสพทำให้ผู้เสพอยากไปก่ออาชญากรรม ในทางกลับกันผู้เสพอยู่ในอาการยิ้มแย้ม ไม่ทำอะไรใคร หัวเราะอย่างเดียว
จะกล่าวได้หรือไม่ ว่าเนเธอร์แลนด์ทำให้ประชาชนมีความสุข จัดระเบียบสังคม ลดอาชญากรรม แถมกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งมาจากการทำให้กัญชาถูกกฎหมาย?
ในประเทศที่พร้อมในเชิงการบังคับใช้ การวางแผนและศึกษาสังคม ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง เพื่อให้มีการจัดการที่เหมาะสมกับบริบทเฉพาะของประเทศนั้นๆ
ในเชิงมุมมองของประชาชนเนเธอร์แลนด์ บางคนเห็นว่า การที่ กัญชา Cannabis และพืชเสพติด (Narcotic Plants) อื่นๆ ถูกกฎหมาย เป็นเรื่องที่รับได้ เพราะมีการป้องกันการใช้ระบบผิดวิธี และที่สำคัญ คนท้องถิ่นมองว่าเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจนัก มีแต่นักท่องเที่ยวที่อยากทดลอง เพราะไม่มีการเปิดเสรีในประเทศอื่นๆ จึงดูแปลกใหม่ น่าลอง ซึ่งผลดีสำหรับเนเธอร์แลนด์ก็คือ เงินไหลเข้าประเทศผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วยแนวการท่องเที่ยวแบบอบายมุข หรือ Vice/Dark Tourism
เป็นที่น่าสังเกตว่า สิ่งที่ผิดกฎหมาย คนจะอยากลองใช้ ลองทำ แอบทำ แต่สิ่งที่ถูกกฎหมายแล้ว กลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่ดึงดูดเท่า
อีกเรื่องหนึ่งคือ เนเธอร์แลนด์จัดระเบียบให้การค้าประเวณีเป็นสิ่งถูกกฎหมาย มีการจดทะเบียน ทำให้โสเภณีในตู้กระจกแดงๆ ในย่าน Red Light เข้าถึงสวัสดิการและได้รับการปกป้อง มีการควบคุมเรื่องโรค และรัฐสามารถป้องกันอาชญากรรมในตัว
คนท้องถิ่นที่คุยด้วย มองว่าเรื่องการค้าประเวณีก็เช่นเดียวกันกับเรื่องกัญชา เขาไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น น่าลองแล้วเป็นเรื่องถูกกฎหมายที่ปกติ จึงไม่มีคนเนเธอร์แลนด์ไปใช้บริการที่ Red Light District มาก จะมีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นับว่าเป็นการลด Demand ได้เป็นอย่างดี
ข้อคิดของบทความนี้คือ หากเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายและรัฐสามารถควบคุมได้ ประชาชนจะเลิกให้ความสนใจและเลิกเสพ เลิกใช้บริการหรือไม่
ในส่วนของประเทศกำลังพัฒนา ส่วนใหญ่ยังถือว่ากัญชาผิดกฎหมาย หรือผิดกฎหมาย แต่ไม่มีการบังคับใช้ บางประเทศให้ใช้เพื่อการแพทย์ หรือให้ใช้กัญชาในรูปแบบสังเคราะห์เพื่อการแพทย์เท่านั้น หรือสารประกอบ Cannabinoid ปัญหาอยู่ที่การบังคับใช้ หากนำมาบนดินแล้วแต่ขาดการควบคุม มีผู้มีอิทธิพลดำเนินการค้าขายหรือตุนไว้ และมีการใช้เกินความจำเป็นก็จะก่อให้เกิดปัญหาได้
นอกจากนี้ กระแสโลกกำลังอยู่ระหว่างการปรับไปสู่การจัดการปัญหายาเสพติดที่ยึดหลักสาธารณสุขเป็นหลัก คือใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และมองคนติดยาเป็นคนไข้แทนที่จะเป็นอาชญากร หากประเทศกำลังพัฒนาเริ่มจากการค่อยๆ ปรับเปลี่ยนทัศนคติและให้ใช้ยาเสพติดเพื่อการแพทย์ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
ผลข้างเคียงของการทำให้กฎหมายครอบคลุมอบายมุขแบบมิติใหม่ขึ้นมา คือมีผู้ถูกลงโทษน้อยลง เนเธอร์แลนด์มีผู้ต้องขังในเรือนจำน้อยมากถึงกับต้องปิดเรือนจำบางแห่งลง อย่างไรก็ดี คงต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสังคมให้มีประสิทธิภาพด้วย
เส้นทางของแต่ละประเทศย่อมต่างกัน แนวทางของอัมสเตอร์ดัมคือหนึ่งในตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในบริบทของเนเธอร์แลนด์







