posttoday
เมื่อกัญชา (ดัตช์) ถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องไม่น่าลิ้มลอง

เมื่อกัญชา (ดัตช์) ถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องไม่น่าลิ้มลอง

30 กันยายน 2561

เนเธอร์แลนด์​เป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยว มีสายการบินที่บินตรงของ KLM Royal Dutch

โดย ณัฐภาณุ นพคุณ Twitter: NatapanuN
 
เนเธอร์แลนด์​เป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยว มีสายการบินที่บินตรงของ KLM Royal Dutch และเที่ยวบินจากสายการบินอื่นๆ ทุกวัน เทศกาลดอกทิวลิปเดือน เม.ย.ทุกปีโด่งดังทั่วโลก และมีเมืองหลวงคือกรุงเฮก ที่ตั้งของศาลยุติธรรมและศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Court of Justice และ International Criminal Court) ​ขณะเดียวกัน เมืองอัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองที่มีสีสัน และมีย่านการค้าประเวณีที่ถูกกฎหมาย
 
เนเธอร์แลนด์​ทำให้ “กัญชา” เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายมาหลายปีแล้ว จึงมีการเปิดรับทางสังคมของการใช้กัญชา เพื่อการผ่อนคลาย ชาวดัตช์​มองว่าเป็นเรื่องปกติเพื่อการพักผ่อน (Recreational Drugs) เหมือนสูบบุหรี่ เหมือนเสพยาคลายเครียดหรือกระตุ้นสมองเบาๆ และที่สำคัญมีการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ​ เช่น การขายกัญชาในปริมาณ ส่วนผสม และรูปแบบที่กำหนดไว้
 
ผู้เขียนได้มีโอกาสเยือนเนเธอร์แลนด์​สัปดาห์นี้ และระหว่างที่พำนักอยู่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัมสังเกตว่าการขายกัญชาในรูปแบบที่ผสมกับขนมหวานเป็นที่นิยม กล่าวคือเรียกว่า Edibles ใส่กัญชาในขนม เช่น บราวนี่ คุกกี้ และเรียกรวมๆ ว่า Space Cake โดยสามารถซื้อได้อย่างสะดวก แค่เดินเข้าไปในร้านกาแฟที่มีขาย การห่อจัดวางขายก็ดูเหมือนเป็นขนมปกติ แต่สร้างความน่าสนใจให้กับนักท่องเที่ยวพอสมควร ไม่เพียงแต่ประเภทที่อยากลอง อยากรู้ แต่นักท่องเที่ยวผู้ใหญ่ปกติด้วยที่เห็นว่าเป็นสิ่งดึงดูด (Attraction)​ เชิงท่องเที่ยว
 
ร้านกาแฟที่กล่าวถึง ไม่ใช่ร้านกาแฟปกติ แต่เป็นที่ทราบว่าขายกาแฟ ชา พร้อม Edibles สังเกตได้จากการตกแต่งร้านเหมือนผับบาร์ หลายแห่งทาสีร้านเป็นสีเขียว
 

เมื่อกัญชา (ดัตช์) ถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องไม่น่าลิ้มลอง

 
ข้อแนะนำทั่วไปคือ โดยที่ Edibles มีส่วนผสมของกัญชา ผู้ที่ทานครั้งแรกต้องทานแต่น้อย ผลข้างเคียงจะออกฤทธิ์ช้ากว่าการสูบ คือภายใน 1-2 ชั่วโมง แต่อาการเมาจาก Edibles จะนานกว่าการสูบ คือนานถึง 8 ชั่วโมง
 
จากการพูดคุยกับคนท้องถิ่น การทานขนมแบบ Edibles แรงกว่าการสูบ แต่ผลข้างเคียงไม่เป็นอันตราย เพราะจะทำให้เมาๆ แบบเคลิ้มในความสุข ดังนั้น การก่อเหตุรุนแรงไม่เกิดขึ้น คือ ไม่ใช่ว่าการเสพทำให้ผู้เสพอยากไปก่ออาชญากรรม ในทางกลับกันผู้เสพอยู่ในอาการยิ้มแย้ม ไม่ทำอะไรใคร หัวเราะอย่างเดียว
 
จะกล่าวได้หรือไม่ ว่าเนเธอร์แลนด์​ทำให้ประชาชนมีความสุข จัดระเบียบสังคม ลดอาชญากรรม​ แถมกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งมาจากการทำให้กัญชาถูกกฎหมาย?
 
ในประเทศที่พร้อมในเชิงการบังคับใช้ การวางแผนและศึกษาสังคม ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง เพื่อให้มีการจัดการที่เหมาะสมกับบริบทเฉพาะของประเทศนั้นๆ
 

เมื่อกัญชา (ดัตช์) ถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องไม่น่าลิ้มลอง

 
ในเชิงมุมมองของประชาชนเนเธอร์แลนด์​ บางคนเห็นว่า การที่ กัญชา Cannabis และพืชเสพติด (Narcotic Plants) อื่นๆ ถูกกฎหมาย เป็นเรื่องที่รับได้ เพราะมีการป้องกันการใช้ระบบผิดวิธี และที่สำคัญ คนท้องถิ่นมองว่าเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจนัก มีแต่นักท่องเที่ยวที่อยากทดลอง เพราะไม่มีการเปิดเสรีในประเทศอื่นๆ จึงดูแปลกใหม่ น่าลอง ซึ่งผลดีสำหรับเนเธอร์แลนด์ก็คือ เงินไหลเข้าประเทศผ่านอุตสาหกรรม​การท่องเที่ยวด้วยแนวการท่องเที่ยวแบบอบายมุข หรือ Vice/Dark Tourism
 
เป็นที่น่าสังเกตว่า สิ่งที่ผิดกฎหมาย คนจะอยากลองใช้ ลองทำ แอบทำ แต่สิ่งที่ถูกกฎหมายแล้ว กลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่ดึงดูดเท่า
 
อีกเรื่องหนึ่งคือ เนเธอร์แลนด์​จัดระเบียบให้การค้าประเวณี​เป็นสิ่งถูกกฎหมาย มีการจดทะเบียน ทำให้โสเภณี​ในตู้กระจกแดงๆ ในย่าน Red Light เข้าถึงสวัสดิการและได้รับการปกป้อง มีการควบคุมเรื่องโรค และรัฐสามารถป้องกันอาชญากรรม​ในตัว
 
คนท้องถิ่นที่คุยด้วย มองว่าเรื่องการค้าประเวณี​ก็เช่นเดียวกันกับเรื่องกัญชา เขาไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น น่าลองแล้วเป็นเรื่องถูกกฎหมายที่ปกติ จึงไม่มีคนเนเธอร์แลนด์​ไปใช้บริการที่ Red Light District มาก จะมีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นับว่าเป็นการลด Demand ได้เป็นอย่างดี
 

เมื่อกัญชา (ดัตช์) ถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องไม่น่าลิ้มลอง

 
ข้อคิดของบทความนี้คือ หากเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายและรัฐสามารถควบคุมได้ ประชาชนจะเลิกให้ความสนใจและเลิกเสพ เลิกใช้บริการหรือไม่
 
ในส่วนของประเทศกำลังพัฒนา ส่วนใหญ่ยังถือว่ากัญชาผิดกฎหมาย หรือผิดกฎหมาย แต่ไม่มีการบังคับใช้ บางประเทศให้ใช้เพื่อการแพทย์ หรือให้ใช้กัญชาในรูปแบบสังเคราะห์เพื่อการแพทย์เท่านั้น หรือสารประกอบ Cannabinoid ปัญหาอยู่ที่การบังคับใช้ หากนำมาบนดินแล้วแต่ขาดการควบคุม มีผู้มีอิทธิพลดำเนินการค้าขายหรือตุนไว้ และมีการใช้เกินความจำเป็นก็จะก่อให้เกิดปัญหาได้
 
นอกจากนี้ กระแสโลกกำลังอยู่ระหว่างการปรับไปสู่การจัดการปัญหายาเสพติดที่ยึดหลักสาธารณสุข​เป็นหลัก คือใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และมองคนติดยาเป็นคนไข้แทนที่จะเป็นอาชญากร หากประเทศกำลังพัฒนาเริ่มจากการค่อยๆ ปรับเปลี่ยนทัศนคติ​และให้ใช้ยาเสพติด​เพื่อการแพทย์ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
 
ผลข้างเคียงของการทำให้กฎหมายครอบคลุมอบายมุขแบบมิติใหม่ขึ้นมา คือมีผู้ถูกลงโทษน้อยลง เนเธอร์แลนด์​มีผู้ต้องขังในเรือนจำน้อยมากถึงกับต้องปิดเรือนจำบางแห่งลง อย่างไรก็ดี คงต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสังคมให้มีประสิทธิภาพด้วย
 
เส้นทางของแต่ละประเทศย่อมต่างกัน แนวทางของอัมสเตอร์ดัม​คือหนึ่งในตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในบริบทของเนเธอร์แลนด์

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร