
‘ฟูลเลอร์ตัน’ คาดเงินไหลเข้า ตลาดพันธบัตร
บลจ.ฟูลเลอร์ตัน คาดวิกฤตค่าเงินตลาดใหม่ ยืดเยื้อถึงปลายเดือน ก.ย. อินเดีย-อินโดนีเซีย
บลจ.ฟูลเลอร์ตัน คาดวิกฤตค่าเงินตลาดใหม่ ยืดเยื้อถึงปลายเดือน ก.ย. อินเดีย-อินโดนีเซีย ยังเสี่ยง ไทยแกร่งเงินไหลเข้าดันบาทแข็ง
นายจิมมี ซู หัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ฟูลเลอร์ตัน มาร์เก็ตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศนิวซีแลนด์) เปิดเผยบทวิเคราะห์ว่าวิกฤตค่าเงินในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างที่เป็นไปได้มีสองประเทศ ซึ่งจะเผชิญกับแรงกดดันในตอนนี้คือ อินโดนีเซียและอินเดีย และคาดว่าวิกฤตครั้งนี้จะยังเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือน ก.ย.นี้
อย่างไรก็ดี วิกฤตนี้ทำให้กระแสเงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ของไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะเวลา 10 ปี ของไทยอยู่ที่ 2.76% ซึ่งเกือบจะเทียบเท่าของสหรัฐที่ 2.87% ทำให้ดัชนีราคา
ผู้บริโภคของไทยวิ่งขึ้นตั้งแต่ปี 2558 ผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงนั่นหมายความว่ามีการซื้อพันธบัตรของไทยมากขึ้น
สำหรับเศรษฐกิจโดยรวมของไทย
ยังมีการฟื้นตัวจากแรงหนุนจากความได้เปรียบทางด้านการค้าและการท่องเที่ยว ความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง
สหรัฐกับจีนเป็นเหมือนการคุกคามห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค แต่ก็อาจทำให้บางบริษัทเปลี่ยนฐานการผลิตไปยังที่อื่นๆ เช่น มาที่ไทยซึ่งอาจทำให้มีเงินไหลเข้าได้มากอีกทาง
อย่างไรก็ดี ในส่วนของทิศทางค่าเงินบาทนั้น สภาพการเติบโตของค่าเงินบาทไทยตอนนี้เปรียบเสมือนสินทรัพย์ที่ให้ความปลอดภัยในช่วงการเทขายของตลาดเกิดใหม่ นั่นหมายความว่าค่าเงินบาทจะยังคงมีเสถียรภาพแบบนี้ไปจนถึงสิ้นปี ขณะนี้แนวรับค่าเงินบาทจะยืนที่ 32.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และแนวต้านจะอยู่ที่ 33.50 บาท/ดอลลาร์







