posttoday
หวังเบิกจ่ายงบปี’62 ดันจีดีพีพุ่ง 5%

หวังเบิกจ่ายงบปี’62 ดันจีดีพีพุ่ง 5%

15 กันยายน 2561

30 ก.ย.นี้ จะเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ 2561 โดยในปีนี้คาดว่ายอดการเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมจะทำได้ 96%

30 ก.ย.นี้ จะเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ 2561 โดยในปีนี้คาดว่ายอดการเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมจะทำได้ 96% ของงบประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการเบิกจ่ายงบประจำที่ทำได้ตามเป้า ส่วนงบลงทุนมียอดเบิกจ่ายต่ำ แต่การก่อหนี้สูงกว่าเมื่อเทียบกับปีก่อน

เดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ได้เร่งรัดเบิกจ่ายงบพัฒนาภาค กลุ่มจังหวัดซึ่งยังคงเหลืองบค้างท่อจากปีงบ 2560 อีก 1,600 ล้านบาท จากกรอบงบมีอยู่ที่ 1.99 หมื่นล้านบาท ได้เบิกจ่ายไปแล้ว 1.8 หมื่นล้านบาท โดยงบดังกล่าวจะพยายามเร่งเบิกจ่ายตามความต้องการของระดับภูมิภาค เช่น งบสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง การทำที่จอดรถ ห้องน้ำ อาคารบริการนักท่องเที่ยว เป็นต้น

“สำหรับเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2562 ตั้งไว้ที่ 100% เพราะต้องการให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายทั้งงบประจำและงบลงทุนให้ได้มากที่สุด” ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าว

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปีหน้าเศรษฐกิจไทยต้องดีกว่าปีนี้ เนื่องจากรัฐบาลกำลังเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ และถ้าปลายปีนี้สามารถร่างข้อตกลงในสัญญาหรือทีโออาร์ เพื่อเปิดประมูลหาผู้ก่อสร้างได้ เชื่อว่าในช่วงไตรมาส 1-2 ของปี 2562 จะมีการเบิกจ่ายงบลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ออกมามาก ได้แก่ รถไฟฟ้า 2-3 สาย โครงการลงทุนวางระบบไอซีที รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน อู่ตะเภา แหลมฉบังเฟส 3 มาบตาพุดเฟส 3 รถไฟทางคู่ ซึ่งจะมีผลต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีหน้าอย่างแน่นอน

“สำหรับการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนในปีงบ 2562 จะต้องกำชับทุกหน่วยงานให้เร่งเบิกจ่ายให้ได้มากที่สุด” สมคิด กล่าว

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า รัฐบาลยังพยายามทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ถึง 5% ซึ่งจะเป็นเรื่องดี เพราะการขยายตัวเศรษฐกิจสูงก็หมายถึงประเทศมีความร่ำรวยมากขึ้น ก็จะส่งผลทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้คนรายได้น้อยหรือยากไร้ก็จะลดน้อยลง

นอกจากนี้ รัฐบาลได้วางแผนดึงนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศผ่านโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่เป็นเครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ซึ่งการทำโครงการอีอีซี ประเทศก็ต้องเตรียมความพร้อมเรื่องการอำนายความสะดวกในการทำธุรกิจ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญและได้รับการจัดอันดับดีขึ้น ทำให้นักลงทุนต่างประเทศสนใจลงทุนในประเทศไทย

“แนวคิดอีอีซีของไทยประเทศอื่นก็ทำกัน ดังนั้นอีอีซีของประเทศไทยต้องมีดีกว่าประเทศอื่น ซึ่งที่ไทยดีกว่าประเทศอื่นก็เรื่องของภูมิศาสตร์ที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ทำให้นักลงทุนที่มาลงทุนในอีอีซีของไทยส่งสินค้าไปต่อภูมิภาคอื่นได้ง่ายขึ้น รวมถึงทำให้การดำเนินธุรกิจสะดวกมากขึ้นด้วย” อภิศักดิ์ กล่าว

ขณะนี้มีความชัดเจนเรื่องโรดแมปการเลือกตั้งหลังจากกฎหมายเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ ทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่ทุกคนยังไม่แน่ใจที่กลุ่มการเมืองออกมาแสดงความเห็นว่าไม่เชื่อมั่นจะเลือกตั้งได้ตามแผน ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างก็เดินได้ตามแผน ตลาดหุ้นของไทยก็ปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยภายในประเทศมีความมั่นใจมากขึ้น รวมถึงปัจจัยจากต่างประเทศที่ตลาดหุ้นก็ปรับตัวสูงขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจระดับมหภาคของประเทศดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจาก 0.9% ในปี 2557 โดยล่าสุดมาอยู่ที่ 4.7% ในครึ่งแรกของปีนี้

นอกจากนี้ ไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูง โดยสิ้นเดือน ส.ค.นี้ มีเงินเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ มีสัดส่วนหนี้สาธารณะของประเทศอยู่ที่ประมาณ 41% ของจีดีพี ซึ่งอยู่ในกรอบที่กำหนดและถือเป็นระดับที่ดีกว่าหลักเกณฑ์สากล ที่กำหนดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะไม่ควรสูงเกิน 60% ของจีดีพี เห็นได้ว่าไทยมีภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจที่ดีจะช่วยให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมีความมั่นใจ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่