posttoday
FAB LAB โรงประลองฯ ปั้น'นวัตกร'4.0

FAB LAB โรงประลองฯ ปั้น'นวัตกร'4.0

19 สิงหาคม 2561

การขับเคลื่อนประเทศไทยตามโมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” จำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจแบบใหม่

โดย อาทิตย์ ลมูลปลั่ง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 

การขับเคลื่อนประเทศไทยตามโมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” จำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจแบบใหม่ ที่ต้องอาศัยการเติมเต็มด้วยวิทยาการความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการวิจัยและพัฒนา ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศบนฐานนวัตกรรมคือ “วิทย์สร้างคน” หรือ Career for the Future Academy เป็นนโยบายในการสร้างและพัฒนากำลังคนทุกช่วงวัยให้พร้อมเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ให้มีทักษะและสมรรถนะสูง ด้าน STEM Based Education สามารถพัฒนากำลังคนในตลาดแรงงานให้มีศักยภาพสูงสอดคล้องอาชีพและตลาดแรงงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในอนาคต

ล่าสุด สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ได้คิกออฟ (Kick Off) การ “สร้างคน” โดยจัดกิจกรรม “การอบรม Fabrication Lab ทางเทคนิคสำหรับมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง” ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) โดยมีอาจารย์ในเครือข่ายมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง 10 แห่งทั่วประเทศกว่า 30 คน เข้าร่วมการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมทางเทคนิคเพื่อสร้าง Fabrication Lab ในอนาคตอันใกล้

FAB LAB โรงประลองฯ ปั้น'นวัตกร'4.0

ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า “การอบรม Fabrication Lab ทางเทคนิค สำหรับมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง” ภายใต้โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab) เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรให้แก่เด็กและเยาวชนไทย หรือโครงการแฟ้บแล็บ (Fab Lab) นั้น เป็นโครงการตามนโยบายวิทย์สร้างคนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ได้รับงบประมาณ Big Rock จากรัฐบาล มีเป้าหมายการพัฒนากำลังคนด้าน STEM โดยสร้างพื้นฐานให้เยาวชนในช่วงชั้นมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาให้มีทักษะด้านวิศวกรรม มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถนำความรู้มาทดลอง สร้างนวัตกรรมได้ และสร้างเส้นทางอาชีพสู่วิศวกรวิจัย วิศวกรออกแบบ และนวัตกรต่อไปในอนาคต โดยได้รับความร่วมมือจาก สวทน. และมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง 10 แห่ง ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ 2.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา 3.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 4.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 5.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 6.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 7.มหาวิทยาลัยบูรพา 8.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 9.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ 10.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

“โครงการนี้กลุ่มเป้าหมายเชิงปริมาณคือเด็กและเยาวชนในระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและมีทักษะวิศวกรรมไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นคน ครูไม่ต่ำกว่า 800-1,000 คนเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้เข้าร่วมในโครงการไม่ต่ำกว่า 150 แห่งในทุกภูมิภาค นอกจากนั้นแล้วในเชิงคุณภาพได้กำหนดให้มีการพัฒนาชิ้นงานหรือโครงงานไม่ต่ำกว่า 150 ชิ้นงานที่ใช้ได้จริง และ 300 ชิ้นงานสามารถส่งเข้าประกวดในระดับภูมิภาค ประเทศและนานาชาติ สามารถสร้างผลลัพธ์ให้เยาวชนเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมนโยบายการสร้างนักนวัตกรของรัฐบาล เพื่อสร้างกำลังคนในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

FAB LAB โรงประลองฯ ปั้น'นวัตกร'4.0

ศุภวัฒน์ ชูวารี อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ตัวแทนอาจารย์มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง กล่าวว่า ปัจจุบันการเรียนการสอนแต่ละสาขาเปิดกว้างมากขึ้น แต่หากเทียบสัดส่วนบัณฑิตที่จบ 1,000 คนนั้นจะมีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ที่เรียนสายวิศวกรรมเพื่อผลิตนวัตกรรม หรือไม่เกิน 100 คนเท่านั้น ซึ่งอาจจะยังไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนประเทศไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นสำคัญ ดังนั้นโครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab) น่าจะเป็นรากฐานที่ดีในการพัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อยกระดับความรู้วิทยาศาสตร์สู่การลงมือทำในเชิงวิศวกรรมให้อยู่ในทักษะของเยาวชนไทย ทั้งนี้อาจารย์มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงในโครงการแฟ้บแล็บ (Fab Lab) เปรียบเสมือนรุ่นพี่ ซึ่งเยาวชนโดยเฉพาะมัธยมปลายและสถานศึกษาต่างๆ ถือเป็นช่วงค้นหาความชอบตัวเองและอาชีพที่ใช่ในอนาคต ไม่ว่าจะไปสายวิทยาศาสตร์ สายวิศวกร หรือสายช่าง ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการผนวกองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม ซึ่งอาจจะเป็นอีกช่องทางให้เยาวชนไทยมีมุมมอง แนวความคิด ตลอดจนช่วยเพิ่มทักษะการวิเคราะห์การทำงานด้านวิศวกรรม เพื่อผลิตชิ้นงานหรือนวัตกรรมได้ด้วยตัวเอง

FAB LAB โรงประลองฯ ปั้น'นวัตกร'4.0

“โครงการ FAB LAB ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การส่งเสริมทักษะทางด้านวิศวกรรมให้กับเยาวชนไทย โดยเฉพาะการยกระดับทักษะและองค์ความรู้ของวิศวกรในสถานศึกษา ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยให้ห้องเรียนในสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ที่มีองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานอยู่แล้ว ได้ผนวกเอาองค์ความรู้เรื่องโครงสร้างและการออกแบบเชิงวิศวกรรมเข้าไปช่วยเปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนได้เรียนรู้กว้างขึ้น อย่างไรก็ตามเชื่อว่าโครงการนี้ไม่ได้มุ่งหวังให้เยาวชนเป็นวิศวกรทั้งหมด แต่เป็นการบ่มเพาะและสร้างโอกาสในการเรียนรู้ด้านวิศวกรรมเพื่อเติมเต็มให้กับเยาวชนไทย นำองค์ความรู้ไปต่อยอดในการเรียนระดับมหาวิทยาลัยและไปสู่เส้นทางอาชีพนักนวัตกรในอนาคต”

FAB LAB โรงประลองฯ ปั้น'นวัตกร'4.0

ทั้งหมดนี้เพื่อต้องการวางรากฐานด้านการสร้างนักนวัตกร ทำให้ในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนประเทศบนฐานนวัตกรรม ลดการพึ่งพิงนวัตกรรมจากต่างประเทศ หันมาสร้างนวัตกรรมที่ผลิตจากฝีมือนักนวัตกรคนไทย และพัฒนาอุตสาหกรรมยุค 4.0 ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจได้ทัดเทียมนานาประเทศ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร