
‘ปืนโต’โฉมใหม่ ท้าดวล‘เรือใบ’
อาร์เซนอลฝากความหวังไว้ที่ ลูคัส ตอร์เรรามิดฟิลด์ตัวรับป้ายแดงในการหยุดแนวรุกสุดร้อนแรงของ “แชมป์เก่า” แมนเชสเตอร์ซิตี้
โดย ชมณัฐ
อาร์เซนอลฝากความหวังไว้ที่ ลูคัส ตอร์เรรามิดฟิลด์ตัวรับป้ายแดงในการหยุดแนวรุกสุดร้อนแรงของ “แชมป์เก่า” แมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่เตรียมส่ง ริยาด มาห์เรซ ลงลากเลื้อยเกมประเดิมสนามศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาลใหม่ 2018/2019
อาร์เซนอล-แมนฯ ซิตี้
สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
วันที่ 12 ส.ค. เวลา 22.00 น.
(PPTV/ทรู 676)
อาร์เซนอลปรับเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่สำหรับฤดูกาลนี้ ไล่ตั้งแต่ดึง อูไน เอเมรี กุนซือชาวสเปนเข้ามาคุมทีม พร้อมเดินหน้าเสริมทัพดุดัน นำโดย ลูคัส ตอร์เรรา กองกลางตัวรับทีมชาติอุรุกวัย, สเตฟานลิคท์สไตเนอร์ แบ็กขวาทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส กองหลังทีมชาติกรีซ, มัตเตโอ เกนดูซี กองกลางดาวรุ่งฝรั่งเศส และแบร์นด์ เลโน นายด่านเยอรมนี ดังนั้นการเจอ “แชมป์เก่า” ตั้งแต่นัดแรกจึงเป็นบททดสอบครั้งสำคัญ
“รูปแบบการเล่นของเราต้องโดดเด่น ต้องผสมสิ่งต่างๆ ไว้ด้วยกัน ต้องใช้ตำแหน่งของบอลควบคุมเกมให้ได้ และเมื่อมีช่องว่างก็ต้องเดินเกมรุกขึ้นไปอย่างดุดัน เรายังต้องการเวลา แต่ตอนนี้ผมก็มีความสุข เพราะผมคิดว่านักเตะของเรากำลังพัฒนา” เอเมรี กล่าว
เกมนี้ ตอร์เรรา ถูกจับตาว่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงและเป็นคีย์แมนสำคัญในการรับมือเกมรุกของ “เรือใบสีฟ้า” ในระบบ 4-2-3-1 ประสานงานร่วมกับ อารอน แรมซีย์ ที่สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาซ้อมได้แล้ว ส่วนแนวรุกใช้ เมซุต โอซิล เฮนริค มคิตาร์ยาน และอเล็กซองเดร ลากาแซตต์ โดยมี ปิแอร์-เอเมอริค
โอบาเมยอง ลุ้นสกอร์
หลังบ้านมีปัญหาเล็กน้อยที่แบ็กซ้ายเพราะ เซอัด โคลาซินัช และนาโช มอนเรอัล รวมถึง โลรองต์ กอสเซียลนียังบาดเจ็บ ทำให้ต้องใช้ เอนส์ลีย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ดาวรุ่งวัย 20 ปี ประจำการ ส่วนแบ็กขวาเบียดแย่งกันระหว่าง ลิคท์สไตเนอร์ กับ เอ็กตอร์ เบเยริน โดยมี ปาปาสตาโธปูลอส กับ ชโคดราน
มุสตาฟี ยืนเซ็นเตอร์ และแบร์นด์ เลโนที่คว้ามาจากเลเวอร์คูเซน เฝ้าเสา
ด้าน แมนฯ ซิตี้ ขุมกำลังสมบูรณ์พร้อมทุกตำแหน่ง ซีซั่นนี้เสริมทัพแค่รายเดียวคือ ริยาด มาห์เรซ ซึ่ง เปป กวาร์ดิโอลา ยังคงพาลูกทีมโชว์ความแข็งแกร่งไล่ทุบเชลซี 2-0 คว้าโล่การกุศลมาครองสร้างขวัญกำลังใจก่อนเปิดฤดูกาล
“ผู้คนถามว่าคุณจะสามารถเก็บได้มากกว่า 100 คะแนนหรือเปล่า แน่นอนผมสามารถทำให้ดีขึ้นได้ ถ้าผมรู้สึกว่าไม่สามารถทำได้ผมจะโทรหาประธานสโมสรและพูดว่าผมจะย้ายออกไป แต่เราเชื่อว่าเราสามารถทำผลงานได้ดีขึ้นและครองอำนาจได้มากขึ้น มันจะเกิดขึ้นไหม ผมไม่ทราบ แต่ผมเชื่อว่าเราสามารถทำมันได้” กวาร์ดิโอลา มั่นใจ
เทรนเนอร์ชาวสเปนยังกล่าวชม เอเมรี ว่าเป็นกุนซือที่ยอดเยี่ยม แม้ตัวเองจะมีสถิติที่เหนือกว่าปะทะกันมาแล้ว 10 ครั้งไม่เคยเสียท่า ชนะ 6 เสมอ 4
“ผมคิดว่าอาร์เซนอลจะเป็นทีมที่เหนียวแน่นและคงเส้นคงวามากขึ้น อูไนเป็นผู้ชายที่มีจริยธรรมในการทำงาน เขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคู่ต่อสู้ เขาประสบความสำเร็จโดยมีบางสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการคว้าแชมป์ยูโรป้าลีก 3 สมัยติดต่อกัน และเขายังมีการจัดการที่ดีที่เปแอสเช เขาคือสุดยอด สุดยอดผู้จัดการทีม และมันจะเป็นงานยาก”
เกมนี้ “เรือใบสีฟ้า” จะยังคงพัก ดาบิด ซิลบา และราฮีม สเตอร์ลิง ที่เพิ่งกลับมาซ้อมกับทีมหลังเสร็จสิ้นการพักร้อน แต่แนวรุกยังคงมี เซร์คิโอ อกูเอโร นำทัพล่าตาข่าย ขนาบข้างด้วย มาห์เรซ กับ ลีรอย ซาเน ในระบบ 4-3-3 ส่วนแผงกลาง เควิน เดอ บรอยน์ แม้จะไม่ได้ร่วมปรีซีซั่นกับทีม แต่น่าจะถูกเข็นลงสนามร่วมกับ แบร์นาร์โด ซิลวา และแฟร์นันดินโญ
แนวรับยึดชุดเดียวกับเกมเจอเชลซีจอห์น สโตนส์ จับคู่กับ อายเมริค ลาปอร์ต โดยมี เบนจามิน เมนดี และไคล์ วอล์คเกอร์ ประจำการฟูลแบ็กซ้าย-ขวา ส่วนผู้รักษาประตู เอแดร์สัน จะกลับมาเฝ้าเสาให้ทีมแทน เคลาดิโอ บราโว
ความน่าจะเป็น : อาร์เซนอลเปลี่ยนแปลงทีมดูดีขึ้น แต่ยังคงต้องอาศัยเวลา ต่างจาก “แชมป์เก่า” ที่ทีมเวิร์กแน่นปึ้กตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว แม้จะซ้อมกันน้อยแต่มองตาก็รู้ใจ น่าจะเก็บชัยชนะกลับบ้านได้
ลิเวอร์พูล-เวสต์แฮม
สนามแอนด์ฟิลด์
วันที่ 12 ส.ค. เวลา 19.30 น. (ทรู 676)
เจอร์เกน คลอปป์ ทุ่มเงิน 170 ล้านปอนด์ (ราว 7,480 ล้านบาท) ในการเสริมแข้งใหม่ 4 ราย คือ อลิสซอน เบ็คเกอร์, นาบี เกอิตา, ฟาบินโญ และเซอร์ดาน ชากิรี พร้อมทำผลงานในเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นได้อย่างยอดเยี่ยมลงเล่น 9 นัด ชนะ 7 (ชนะล่าสุด 4 นัดติด) เสมอ 1 แพ้ 1 ยิงประตูได้ถึง 27 ลูก ทำให้นักเตะในทีมมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม พร้อมออกสตาร์ทฤดูกาลนี้แล้ว
เกมนี้ “หงส์แดง” มีปัญหาที่แนวรับ โจเอล มาติป ยังเจ็บ ส่วน เดยัน ลอฟเรน ยังฟิตไม่เต็มร้อย แต่ยังมี เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เป็นตัวหลักคู่กับ โจ โกเมซ ขนาบด้วย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โดยมี อลิสซอน เฝ้าเสา
แดนกลาง เกอิตาได้ออกสตาร์ดแน่นอนส่วน ฟาบินโญ เช็กอาการบาดเจ็บล่าสุดแล้วไม่มีปัญหาแต่ยังต้องลุ้นความฟิต เช่นเดียวกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่อาจจะต้องรอบนม้านั่งหลังกลับจากฟุตบอลโลก ทำให้ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม กับ เจมส์ มิลเนอร์ มีโอกาสที่จะได้ลงสนาม ด้านแนวรุกไร้ปัญหา 3 ประสาน โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และโรแบร์โต ฟีร์มิโน พร้อมกระหน่ำ
ขณะที่ เวสต์แฮม ของ มานูเอล เปเยกรินี ชวดใช้งาน มานูเอล ลาซินี กับ แอนดี แคร์โรลล์ ที่บาดเจ็บ และต้องเช็กสภาพ อันเดรย์ ยาร์โมเลนโกแนวรุกยูเครนตัวใหม่ แต่แข้งป้ายแดงรายอื่นอย่าง แจ็ค วิลเชียร์, เฟลิเปแอนเดอร์สัน และลูคัส ฟาเบียนสกี พร้อมลงสนาม โดยมี มาร์โก อาร์เนาโตวิช และฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ เป็นทีเด็ด
ความน่าจะเป็น : ลิเวอร์พูลฟอร์มร้อนแรง และหากหวังลุ้นแชมป์จริง เกมนี้ต้องชนะให้ได้







