
ค้าปลีกเพื่อนบ้าน โอกาสสินค้าไทย
บุญพันธุ์ บุญประยูร ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อีเบย์ มาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่า โอกาสการทำธุรกิจของกลุ่ม
บุญพันธุ์ บุญประยูร ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อีเบย์ มาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่า โอกาสการทำธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ในตลาดต่างประเทศบนแพลตฟอร์มของอี-คอมเมิร์ซควรมองตลาดเกิดใหม่อย่าง รัสเซีย อิตาลี สเปน ออสเตรเลียเพิ่มขึ้น เพราะกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนอเมริกา อังกฤษ และเยอรมนี ถือว่าตลาดหลักของอีเบย์ ซึ่งยังคงเป็นตลาดที่เติบโตดีอยู่ และปัจจุบันผู้ประกอบการไทย 80% มุ่งเน้นขายสินค้าในตลาดหลักมากกว่า
สำหรับกลยุทธ์การขายสินค้าต่างประเทศ ผู้ประกอบการต้องรู้ว่าตลาดต้องการสินค้าอะไร นำเสนอสินค้าให้มีความหลากหลาย วางแผนธุรกิจจะบุกในประเทศอะไร เตรียมทีมโอเปอเรเตอร์ที่ดีมีคุณภาพ ราคาจับต้องได้ ระบบโลจิสติกส์ต้องรวดเร็ว เพื่อสร้างประสบ การณ์ที่ดีให้กับลูกค้า อีกทั้งควรศึกษากฎหมายของแต่ละทวีป เช่น ยุโรป เริ่มมีกำแพงภาษีเรื่องสินค้านำเข้า สินค้าไทยที่ต่างประเทศมีความต้องการมี 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มจิวเวลรี่ 2.อะไหล่รถยนต์ และ 3.ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม
เจสสิกา วู หัวหน้าการตลาด Tiki Corporation กล่าวในการเสวนา หัวข้อ “Getting to Know E-commerce In Myanmar and Vietnam” ในงานเอสเอ็มอี แมตชิ่ง เดย์ 2018 มหกรรมจับคู่ธุรกิจตลาดไทย-อินเตอร์ จัดโดยหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์และธนาคารกสิกรไทย ว่า ในปี 2560 เวียดนามนำเข้าสินค้าจากไทยมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แสดงให้เห็นถึงความนิยมสินค้าไทยในตลาดเวียดนาม โดยสินค้ายอดนิยม 3 รายการที่ผู้บริโภคเวียดนามนิยมเลือกซื้อจากแบรนด์สินค้าของไทย ได้แก่ กลุ่มผลิต ภัณฑ์อาหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และกลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมแคร์ เช่น น้ำยาซักผ้า น้ำยาซักล้าง เป็นต้น
ขณะที่ปัจจุบันตลาดค้าปลีกในเวียดนามมีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์/ปี โดยมีกลุ่มผู้ประกอบการไทยเข้ามาลงทุน อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้คนเวียดนามเข้าถึงสินค้าไทยจำนวนมาก ทั้งนี้ในด้านตลาดค้าปลีกออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซ การแข่งขันยังไม่รุนแรงเป็นบลูโอเชี่ยน เป็นโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย โดยพฤติกรรมผู้บริโภคเวียดนามคำนึงถึงราคาเป็นปัจจัยแรก โดยจะเปรียบเทียบราคาและเลือกซื้อผ่านช่องทางที่ถูกที่สุด ตามด้วยปัจจัยด้านโปรโมชั่น ปัจจัยด้านรายละเอียดสินค้า และปัจจัยด้านการออกแบบสินค้า
สำหรับ Tiki.vn เป็นแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิร์ซท้องถิ่นให้บริการรูปแบบบีทูบีและบีทูซี โดย 17% ของผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม Tiki.vn เป็นผู้หญิง จึงมองหาสินค้าไทยในกลุ่มเครื่องสำอางและอาหาร ด้านปัจจัยที่ทำให้อี-คอมเมิร์ซขยายตัวในเวียดนาม คือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของชาวเวียดนาม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เวลาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจวางจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม Tiki.vn จะมีทีมงานฝ่ายต่างประเทศของบริษัทช่วยประสานงานและแปลรายละเอียดสินค้าเป็นภาษาท้องถิ่น
ด้าน ฟรันส์ มาส กรรมการผู้จัดการร่วม (Co-Managing director) บริษัท Daraz Myanmar Co.,Ltd เปิดเผยว่า แพลตฟอร์ม Shop.com.mm ได้เปิด ให้บริการในเมียนมากว่า 3 ปี โดยตลาดอี-คอมเมิร์ซในเมียนมายังมีขนาดเล็ก ทำให้มีโอกาสการเติบโตอีกมาก ขณะที่ประชากรเมียนมามากกว่า 99% ยังใช้เงินสด แต่ทั้งนี้รัฐบาลและสถาบันการเงินในเมียนมาสนับสนุนการชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้น และพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตของอี-คอมเมิร์ซ
สำหรับกลุ่มเป้าหมายของ Shop. com.mm เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยสนใจผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารจากไทย เนื่องจากชาวเมียนมาชื่นชอบอาหารไทย สำหรับในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ได้รับความนิยมในเมียนมา ได้แก่ เครื่องสำอางจากเกาหลี และเครื่องสำอางจากไทย โดยรูปแบบธุรกิจของ Shop.com.mm เป็นรูปแบบบีทูซี ทั้งนี้ Shop.com.mm จัดหาสินค้าผ่านผู้กระจายสินค้าท้องถิ่น ดังนั้นผู้ประกอบการไทยควรหาหุ้นส่วน หรือพันธมิตรท้องถิ่น เพื่อช่วยกระจายสินค้าในเมียนมาด้วย







