
ตลาดเงินคาดธปท.ขึงดอกเบี้ย
ระยะยาวเงินบาทยังแข็งค่าต่อแย้มนำผลกระทบน้ำท่วมหารือ
โพสต์ทูเดย์
— ตลาดค้าเงินคาด กนง.ตัดสินใจไม่ขึ้นดอกเบี้ย วงในเผยนำปัญหาผลกระทบน้ำท่วมประกอบการพิจารณานักค้าเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทวันที่ 19 ต.ค. ค่อนข้างทรงตัว โดยเปิดและปิดตลาดด้วยอัตรา 29.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จึงคาดว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 20 ต.ค. ว่า คงจะไม่มีการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินผันผวนและอ่อนค่าลงเล็กน้อย แต่เงินบาทจะยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง
นายมนตรี โสคติยานุรักษ์ นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า วันที่ 20 ต.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะคงดอกเบี้ยหรืออาจจะลดดอกเบี้ยนโยบายลงก็ได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะหากเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างมาก
ด้านนักค้าเงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า นักลงทุนยังกังวลต่อเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ กนง. ซึ่งคาดว่าน่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยเดิมที่ 1.75% ต่อไป ส่วนกรอบของเงินบาทในวันที่ 20 ต.ค. น่าจะอยู่ระหว่าง 29.8029.95 บาท
ขณะที่นักค้าเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) เชื่อว่า กนง.จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธปท. กล่าวว่า ขณะนี้ ธปท.อยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเตรียมนำข้อมูลดังกล่าวไปหารือในการประชุม กนง. วันที่ 20 ต.ค.ด้วย เพราะสถานการณ์ปัญหาน้ำท่วมเริ่มสร้างความเสียหายบ้างแล้ว ไม่ว่าผลกระทบในแง่ที่ทำให้ผลผลิตภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมลดลง อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังไม่ได้ประเมินผลกระทบที่แท้จริงต่อภาคเศรษฐกิจ
“
ความกว้างของพื้นที่ที่เสียหายจากปัญหาน้ำท่วมอาจจะยังมีไม่มาก แต่ความจริงเราไม่รู้ว่าความรุนแรงมีมากแค่ไหน ต้องรอดูสถานการณ์ก่อนสักระยะ” นายเมธี กล่าวด้านนายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายเสถียรภาพสถาบันการเงินกำลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และอาจจะมีผลต่อการชำระหนี้กับสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิดเช่นกัน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยกู้มากน้อยแค่ไหน แต่ในเบื้องต้นสาขาธนาคารพาณิชย์ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม เช่น นครราชสีมา และปราจีนบุรี ได้ขอปิดทำการชั่วคราวแล้ว 23 สาขา
“
แต่เท่าที่ดูข้อมูลเบื้องต้นยังไม่มีอะไรน่าห่วงมากนัก แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะหากน้ำยังคงท่วมอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์อาจจะน่าเป็นห่วงกว่านี้ก็ได้” นายเกริก กล่าว






