
ผัก-ผลไม้ชะลอขาย
พิษค่าบาทฉุดส่งออกวูบแสนล. ต่างชาติขยาดราคาพุ่งแรง15%
โพสต์ทูเดย์
— เงินบาทพ่นพิษกลุ่มผัก ผลไม้ กาแฟสำเร็จรูป กระทบแสนล้าน หยุดรับคำสั่งซื้อไตรมาส 4 เหตุราคาพุ่ง 15%นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ผลการหารือกับผู้ส่งออกกลุ่มผักผลไม้ เครื่องเรือนที่ใช้ไม้ยางพารา และกาแฟผงสำเร็จรูป ซึ่งมีมูลค่าการผลิตรวมกันประมาณแสนล้านบาท ขณะนี้เอกชนได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าแล้ว เพราะราคาสินค้าส่งออกสูงขึ้นเฉลี่ย 15%
ราคาส่งออกที่สูงขึ้น ทำให้ต้องหยุดรับคำสั่งซื้อของไตรมาส 4 เนื่องจากลูกค้าไม่ตอบรับกับราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นใหม่ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ผู้ประกอบการคงต้องปรับตัวด้วยการลดต้นทุน เช่นค่าใช้จ่ายภายในบริษัท ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ สุดท้ายคือ กดราคารับซื้อสินค้าเกษตรจากกลุ่มเกษตรในปีหน้า
ขณะนี้ จากการสอบถาม พบว่ากลุ่มผู้ประกอบการที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศผลิตสินค้า ตั้งแต่ 65100% ยืนยันยังไม่ได้กดราคารับซื้อสินค้าเกษตร แต่หากปัญหาค่าเงินบาทยังไม่ได้รับการแก้ไขไปถึงปีหน้าก็คงหลีกเลี่ยงได้ยาก
มาตรการที่เอกชนต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ แบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น คือ ให้รัฐบาลช่วยลดต้นทุนเพื่อทดแทนกับเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมา เช่น ลดค่าเบี้ยประกันสังคมจาก 5% เหลือ 3% ดูแลภาษีมุมน้ำเงิน (รีเบต) ให้กับผู้ส่งออก ปรับกฎระเบียบการถือครองเงินสกุลเหรียญสหรัฐให้ยาวนานขึ้น เพื่อลดผลกระทบเงินบาทแข็งค่า
ข้อเสนอเหล่านี้ กรมจะรายงานให้นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ รับทราบ เพื่อนำไปหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป เพราะเป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน
ขณะที่มาตรการระยะยาวผู้ประกอบการต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือด้านข้อมูล เพื่อให้รู้ทันสถานการณ์ของค่าเงินบาท และแนะนำธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ปรับตัว เพราะเชื่อว่าภาคการส่งออกไทยยังต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้ต่อไปในระยะยาว
มาตรการเหล่านี้จะเร่งเสนอ ครม. เพราะปกติเอสเอ็มอีก็แข็งขันยากอยู่แล้ว เนื่องจากต้องแข่งขันด้านราคากับประเทศคู่แข่ง เช่น ประเทศจีนและเวียดนาม เมื่อประสบปัญหาค่าเงินซ้ำเติม ยิ่งทำให้เสียเปรียบด้านราคามากเข้าไปอีก
สำหรับกลุ่มผักและผลไม้ ซึ่งใช้วัตถุดิบภายในประเทศ 65100% แบ่งเป็นกลุ่มผักและผลไม้กระป๋อง มีมูลค่าผลผลิต 3 หมื่นล้านบาท กลุ่มน้ำผักและผลไม้ 1.5 หมื่นล้านบาท กลุ่มกาแฟผลสำเร็จรูปใช้วัตถุดิบภายในประเทศ 100%มีมูลค่าผลผลิต 1 หมื่นล้านบาท และกลุ่มเครื่องเรือนที่ใช้ไม้ยางพาราคา ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเกือบ 100% มีมูลค่าผลผลิตหลายหมื่นล้านบาท







