posttoday
สยามไฟเบอร์กลาสสยายปีกอาเซียน

สยามไฟเบอร์กลาสสยายปีกอาเซียน

19 ตุลาคม 2553

สยามไฟเบอร์กลาสกางแผนระยะกลาง 2-5 ปี ควักกว่า 1,200 ล้าน ตั้งโรงงานเพิ่มอาเซียน หรือตั้งโรงงานในไทย ระบุยอดขายปีนี้โต 25%คาดปีหน้าโตพรวด 40%เหตุอากาศร้อนดันยอดขายพุ่ง

สยามไฟเบอร์กลาสกางแผนระยะกลาง 2-5 ปี ควักกว่า 1,200 ล้าน ตั้งโรงงานเพิ่มอาเซียน หรือตั้งโรงงานในไทย ระบุยอดขายปีนี้โต 25%คาดปีหน้าโตพรวด 40%เหตุอากาศร้อนดันยอดขายพุ่ง

นายสันชัย ห้างชัยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไฟเบอร์กลาส (เอสเอฟจี) ธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเครือซิเมนต์ไทย เปิดเผยว่าขณะนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ที่จะตั้งโรงงานผลิตฉนวนกันความร้อนในประเทศแถบอาเซียน โดยอาจจะเป็นการเข้าซื้อกิจการหรือก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ เบื้องต้นคาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท โดยพิจารณาที่ประเทศเวียดนามกับอินโดนีเซีย หรือหากไม่ลงทุนในต่างประเทศอาจจะต้องเพิ่มกำลังการผลิตในไทย โดยใช้เงินทุนเพิ่มอีกอย่างน้อย 300 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 50% จากปัจจุบันโรงงานที่สระบุรี สามารถผลิตได้  1 หมื่นตันต่อต่อปี 

ทั้งนี้ บริษัทฯคาดว่ายอดขายรวมปีนี้จะเติบโตขึ้น 25% จากปีก่อน ซึ่งในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมามียอดขายแล้ว 400 กว่าล้านบาท คาดว่าในไตรมาส 4 ปีนี้จะปิดยอดขายได้ 700 ล้านบาท และคาดว่าในปีหน้ายอดขายจะเติบโตสูงถึง 40% เนื่องจากความต้องการใช้ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งสภาวะอากาศที่ร้อนขึ้น ทำให้คนให้ความสำคัญกับการใช้ฉนวนกันความร้อนมากขึ้น   โดยบริษัทฯจะเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าประเภทบ้านเก่า 80%  อีก 20% เป็นกลุ่มลูกค้าบ้านใหม่ รวมไปถึงกลุ่มอาคารประหยัดพลังประเภท  เช่น อาคารสีเขียว  

สำหรับในปี 2554 บริษัทฯจะใช้งบการทำกิจกรรมการตลาด 30 ล้านบาท และเน้นการขายสินค้าในรูปแบบโซลูชั่น โดยขายควบไปกับสินค้าในเครือ เช่นพ่วงไปกับกระเบื้องหลังคา ผ่านร้านซิเมนต์ไทยโฮมมาร์ทเป็นต้น ปัจจุบันบริษัทฯทำการขายในประเทศ 60% และส่งออก 40% ซึ่งประเทศส่งออกหลักได้แก่ ออสเตรเลีย  สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

นายสันชัย กล่าวว่า จากการฟื้นตัวของภาคก่อสร้าง หลังจากผ่านภาวะวิกฤตทางการเมืองเมื่อช่วงต้นปี ส่งผลให้ตลาดฉนวนใยแก้วเริ่มฟื้นตัวจริงจังเมื่อช่วงไตรมาส 3 คาดว่าการเติบโตของตลาดในปีนี้จะอยู่ที่ 10-15% จากมูลค่าตลาดรวม 2,000  ล้านบาท ส่วนผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้นไม่ได้ส่งผลกับการทำตลาดต่างประเทศมากนักเนื่องจากบริษัทใช้ค่าเงินหลายสกุลในการแลกเปลี่ยน  ซึ่งในประเทศแถบอาเซียน รวมถึงออสเตรเลียค่าเงินก็แข็งค่า เหมือนกันทุกประเทศ 

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่