
เช่าซื้อเปิดศึกเงินผ่อนปลายปี
เคทีบีหั่นดบ.รถยนต์1.95% ลีสซิ่งกสิกรตีปี๊บฟรี2เดือน
โพสต์ทูเดย์
— เช่าซื้อดันยอดส่งท้ายปี งัดแคมเปญดอกเบี้ยต่ำล่อใจลูกค้านายภิญญาวัฒน์ จันทรกานตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคทีบี ลีสซิ่ง เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดรายการส่งเสริมการขายพิเศษให้กับลูกค้า ตั้งแต่เดือน ต.ค.ธ.ค.นี้ ด้วยการลดดอกเบี้ยเช่าซื้อรถยนต์ใหม่จาก 2.1% เหลือ 1.95% และคิดดอกเบี้ยที่ 0% สำหรับสินค้าอีกประมาณ 30 รายการ เพื่อกระตุ้นยอดขายส่งปลายปี
นอกจากนี้ บริษัทยังเริ่มขยายธุรกิจไปยังสินเชื่อรถมือสอง โดยร่วมมือกับบริษัท สหการประมูล เพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าที่มาประมูลรถ แต่ไม่สามารถหาเงินสดมาประมูลได้ ซึ่งในช่วงแรกจะให้บริการกับลูกค้ากลุ่มรัฐวิสาหกิจและราชการที่มีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทยก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีสินเชื่อคงค้าง 1.5 หมื่นล้านบาท กำไรสุทธิ 240 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีมีกำไรสุทธิ 300 ล้านบาท และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอล ประมาณ 1.5% โดยตั้งเป้าในปีหน้ามีสินเชื่อคงค้างเป็น 2 หมื่นล้านบาท และจะขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วไปมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้ารัฐวิสาหกิจและราชการที่มีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทยถึง 90%
นายอิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารก็ได้ออกแคมเปญดอกเบี้ย 0% ฟรี 2 เดือน สำหรับผลิตภัณฑ์ KCAR to CASH หรือสินเชื่อจำนำทะเบียนรถด้วยเช่นกัน โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือน ธ.ค.นี้
ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีกำไร 309 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายถึง 27% พร้อมปล่อยสินเชื่อใหม่ไปแล้วประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 25,705 ล้านบาท ขณะที่เอ็นพีแอลยังคงต่ำอยู่ที่ 1.27% ต่ำกว่าเป้าหมายถึง 1.04% และคาดว่าสิ้นปีนี้ยอดสินเชื่อคงค้างเกินกว่า 5.3 หมื่นล้านบาท
แผนธุรกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทวางแผนปล่อยสินเชื่อทั้งหมด 8,257 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 3,980 ล้านบาท สินเชื่อรถให้เงิน 1,045 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ลีสซิงรถยนต์ต่างๆ 1,037 ล้านบาท รวมสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิงเท่ากับ 6,062 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ 2,196 ล้านบาท โดยคาดว่าผลกำไรใน 3 เดือนสุดท้ายจะอยู่ที่ 89 ล้านบาท และควบคุมสัดส่วนเอ็นพีแอลไม่เกิน 2.23%
อย่างไรก็ตาม คาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีนี้จะมียอดสินเชื่อคงค้างเกินกว่า 5.3 หมื่นล้านบาท และเติบโตจากยอดสินเชื่อคงค้างปี 2552 สูงกว่า 20% โดยมีจำนวนลูกค้าในระบบเช่าซื้อรวมไม่น้อยกว่า 1.45 แสนบัญชี







