
ดอลล์แข็งกดเอเชียร่วง
หุ้นดิ่ง 13 จุด ปรับฐานตามภูมิภาค ตลาดหลักทรัพย์ เชื่อรัฐไม่เก็บภาษีหุ้น ประธานสภาตลาดทุนเสนอให้ใช้จังหวะบาทแข็งเดินหน้าลงทุน
หุ้นดิ่ง 13 จุด ปรับฐานตามภูมิภาค ตลาดหลักทรัพย์ เชื่อรัฐไม่เก็บภาษีหุ้น ประธานสภาตลาดทุนเสนอให้ใช้จังหวะบาทแข็งเดินหน้าลงทุน
ตลาดหุ้นไทยปรับฐานตามตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดยหุ้นไทยปิดตลาดที่ 984.03 จุด ลดลง 13.12 จุด หรือ 1.32% และระหว่างวันลงไปต่ำสุดที่ 980.58 จุด มูลค่าซื้อขาย 31,362 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 541 ล้านบาท
นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟินันเซียไซรัส เปิดเผยว่า หุ้นไทยลดลงตามตลาดหุ้นในภูมิภาคที่เริ่มเห็นการขายทำกำไร รอดูธนาคารกลางของแต่ละประเทศว่าจะมีมาตรการอย่างไรออกมาดูแลค่าเงินไม่ให้แข็งค่า ประกอบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐเริ่มแข็งค่าขึ้นมาด้วย ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วเอเชียปรับตัวลง
นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้จัดการ ส่วนวิจัยและเศรษฐกิจกลยุทธ์ ฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยลดลงปัจจัยจากต่างประเทศมากกว่าปัจจัยภายในประเทศ
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยให้เก็บภาษีนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนตลาดหุ้นไทย ว่า ทางการจะไม่ใช้มาตรการนี้ เพราะตลาดหุ้นไม่ใช่แหล่งที่เงินลงทุนจะเข้ามาเก็งกำไรค่าเงิน ซึ่งน่าจะเป็นตลาดพันธบัตรมากกว่า เพราะเงินที่ไหลเข้าตลาดพันธบัตรจำนวนมากไม่น่าจะหวังแค่ผลตอบแทนเพียง 23% เท่านั้น แต่น่าจะเข้ามาเก็งกำไรค่าเงิน
ขณะที่เงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาตลาดหุ้นเป็นเงินที่เข้ามาลงทุนจากพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยที่ดีขึ้น และจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยที่แข็งแกร่งจริงๆ ซึ่งจนถึงขณะนี้ต่างชาติซื้อสุทธิหลักเกือบ 7 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ วันที่ 2426 ต.ค. จะร่วมเดินทางไปกับนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และ บจ.ทั้งหมด 8 แห่ง ไปเสนอข้อมูลที่ลอนดอน ตามคำเชิญของเมอร์ริล ลินช์ ประเด็นที่จะนำไปเสนอ คือ ตลาดหุ้นไทยได้กลับมาอยู่ในระดับเดียวกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน มีระดับราคาปิดกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ 15 เท่า และปริมาณซื้อขายต่อวัน 4 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับสิงคโปร์
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อีก 2 ครั้ง วันที่ 20 ต.ค. และวันที่ 1 ธ.ค.ปีนี้ น่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% เพื่อชะลอเงินไหลเข้า และดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าให้การลงทุนในประเทศมีต้นทุนถูกลง ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจากเดิมที่พึ่งการส่งออกถึง 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ให้การลงทุนกลับมามีบทบาทต่อเศรษฐกิจ
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) หรือ TFEX กล่าวถึงการเปิดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอ้างอิงพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ว่า ปริมาณการซื้อขายอาจไม่มาก เพราะจำกัดในนักลงทุนสถาบัน เป็นการพัฒนามากกว่าการซื้อขายที่สูงขึ้น และบอนด์ฟิวเจอร์เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุน







