
สหกลอิควิปเมนท์ กับแม่เมาะ 8 และ 9
เรื่องและภาพโดย เจียรนัย อุตะมะเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมเหมืองแม่เมาะเฟส 8 ที่ บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ (SQ) ผู้รับเหมาทำเหมืองแร่ครบวงจรรายใหญ่สุดของอาเซียน ทดสอบเครื่องจักรใหญ่มูลค่า 7,300 ล้านบาท และ ศาศวัต ศิริสรรพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คาดหวังว่าจะผลักดันงานให้เติบโต 400% สร้างผลการดำเนินงานปีนี้ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปี 2560 และตัดค่าเสื่อมจากเครื่องจักรใหม่ปีละ 400 ล้านบาท
เรื่องและภาพโดย เจียรนัย อุตะมะ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมเหมืองแม่เมาะเฟส 8 ที่ บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ (SQ) ผู้รับเหมาทำเหมืองแร่ครบวงจรรายใหญ่สุดของอาเซียน ทดสอบเครื่องจักรใหญ่มูลค่า 7,300 ล้านบาท และ ศาศวัต ศิริสรรพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คาดหวังว่าจะผลักดันงานให้เติบโต 400% สร้างผลการดำเนินงานปีนี้ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปี 2560 และตัดค่าเสื่อมจากเครื่องจักรใหม่ปีละ 400 ล้านบาท
เครื่องจักรดังกล่าวถูกติดตั้งแล้วเสร็จเมื่อสิ้นเดือน ม.ค. ล่าช้ากว่าแผนเดิม ที่คาดว่าจะติดตั้งกลางเดือน ธ.ค. และจะเริ่มใช้กำลังการผลิต 50% ในเดือน ก.พ. และเต็มที่ในเดือน มี.ค. ทั้งนี้เนื่องจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า
ส่งผลให้ สุรชัย ประมวลเจริญกิจ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดว่ากำไรไตรมาส 4 ปี 2560 จะเหลือ 20-50 ล้านบาท และไตรมาสแรกปีนี้เป็น 80-100 ล้านบาท เพราะการรับรู้รายได้โครงการแม่เมาะ 8 ไม่ได้เต็มที่ และกำไรจะโดดเด่นในไตรมาส 2 ปี 2561 ประมาณ 180-200 ล้านบาท
ราคาหุ้น SQ ลดลงหนักตั้งแต่ วันที่ 8 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา ที่ลดลง 25% จากวันที่ 7 ก.พ. ที่ 7.25 บาท มาเหลือ 5.45 บาท และจนถึงวันที่ 22 ก.พ. เหลือ 4.44 บาท หรือลดลง 63% จากวันที่ 7 ก.พ. เพราะนักลงทุนกังวลเรื่อง SQ พลาดการได้งานก่อสร้างเหมืองแม่เมาะ 9 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่าโครงการ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเปิดซองประมูลเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดย SQ เสนอราคาประมูลสูงกว่าบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) อย่างไรก็ดีต้องรอแจ้งผลอย่างเป็นทางการจาก กฟผ.ในเดือน เม.ย.นี้ โดยขณะนี้ ITD อยู่ระหว่างการหาแหล่งเงินมายืนยันกับ กฟผ. ว่าสามารถดำเนินโครงการได้
ทั้งนี้ โครงการแม่เมาะ 7-8 นับว่าเป็นแหล่งรายได้หลักปัจจุบันของ SQ แต่โครงการแม่เมาะ 8 นับว่ายังสามารถสร้างรายได้ให้บริษัทไปอีก 25 ปี
ศาศวัต กล่าวว่า ตราบใดที่ผลยังไม่ประกาศ บริษัทยังมีความหวังจากโครงการแม่เมาะ 9 และสัญญาโครงการแม่เมาะ 8 ที่บริษัททำยังคงอยู่อีก 25 ปีตามสัญญา และบริษัทยืนยันการเสนองานว่าแต่ละโครงการต้องมีอัตราผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 12% และมีอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 10%
นอกจากนี้ บริษัทกับพันธมิตรกำลังจะเข้าประมูลงานเหมืองโปแตชมูลค่าโครงการ 4 หมื่นล้านบาท เป็นสัดส่วนของบริษัทกว่า 1 หมื่นล้านบาท เข้าประมูลโครงการส่วนเพิ่มในโครงการ หงสาที่ลาวอีกกว่า 1 หมื่นล้านบาท งานเหมืองแร่ดีบุกที่เมืองเฮนดา เมียนมา ขยายเพิ่มจาก 2,000 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท และร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม โครงการทำแบตเตอรี่ ซึ่งคาดว่าเงินลงทุนจะใช้การกู้เงินจากธนาคาร จากสัดส่วนหนี้สินเงินกู้ต่อทุนปัจจุบัน 2.3 เท่า อย่างไรก็ตาม หากได้แม่เมาะ 9 คงส่งผลให้บริษัทต้องเพิ่มทุน
นอกจากนี้ SQ ยังมีปริมาณงานคงเหลือในมือประมาณ 36,110 ล้านบาท ณ สิ้น ก.ย. 2560 รอรับรู้รายได้อีก 10 ปี เป็นโครงการแม่เมาะ 8 ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โครงการหงสาลาว 1 หมื่นล้านบาท โครงการแม่เมาะ 7 ประมาณ 1,630 ล้านบาท และงานเหมืองแร่ดีบุกที่เมียนมา 3,672 ล้านบาท ที่อยู่ในช่วงเตรียมงานที่คาดว่าจะเริ่มงานไตรมาสแรกปีนี้
9 เดือนแรก ปี 2560 บริษัทมีกำไร 349 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138% จากช่วงเดียวกันของปี 2559 จากรายได้ 2,486 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% จากช่วงเดียวกันของปี 2559
SQ เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 โดยบิดาของศาศวัตและกลุ่มเพื่อนวิศวกรเพื่อเป็นบริษัทหลักในการทำธุรกิจด้านการให้บริการและดำเนินงานเหมืองแร่อย่างครบวงจร และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยศาศวัตเริ่มเข้าทำงานในบริษัทนี้ตั้งแต่จบปริญญาโทบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอ จากปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์โลหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยแนวคิดที่ว่าอยากให้บริษัทเป็นสากลและระดมทุนเพื่อนำเงินไปดำเนินโครงการแม่เมาะ
บริษัทนี้เริ่มดำเนินโครงการเหมืองแร่ในโครงการแม่เมาะ ตั้งแต่โครงการแม่เมาะ 1 และสลับกับผู้รับเหมาอื่นประมูลงานได้เรื่อยมา ถ้าไม่ประมูลได้ก็รับเหมาต่อจากบริษัทอื่น จนกระทั่งโครงการแม่เมาะ 7 ร่วมทุนกับ ITD และชนะประมูลโครงการแม่เมาะ 8 รวมถึงรอผลประมูลโครงการแม่เมาะ 9







