
ค่านิยมใช้สินค้าไทย ของชาวเมียนมา (1)
กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ในการสัมมนาทุกครั้งหรือในวงสนทนา ผมมักจะได้ยินคำพูดที่ว่า สินค้าไทยเป็นที่นิยมของเพื่อนบ้านมาก หรือไม่ก็มักจะได้ยินว่าสินค้าจีนสู้สินค้าไทยไม่ได้ เพราะคุณภาพของสินค้าเราดีกว่าของจีน ราคาสูงกว่านิดหน่อย แต่เขาก็นิยมใช้ของเรา ซึ่งผมมักจะคิดในใจเสมอว่าคนที่จะเป็นแชมป์มักจะต้องพยายามขยันอดทน หมั่นซ้อม และยากมากกว่าจะได้เป็นแชมป์ แต่เมื่อเป็นแชมป์แล้วโดยมากจะเสียแชมป์เพราะความประมาท คะนองลำพองตนเสมอ จึงได้เสียแชมป์ ดังนั้นอย่าหลงระเริงใจไป จงหมั่นพยายามซ้อมให้ดี เพราะกว่าจะได้เป็นแชมป์นั้นยากแสนยาก แต่การรักษาแชมป์นั้นยากยิ่งกว่าเป็นไหนๆ ครับ
กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
ในการสัมมนาทุกครั้งหรือในวงสนทนา ผมมักจะได้ยินคำพูดที่ว่า สินค้าไทยเป็นที่นิยมของเพื่อนบ้านมาก หรือไม่ก็มักจะได้ยินว่าสินค้าจีนสู้สินค้าไทยไม่ได้ เพราะคุณภาพของสินค้าเราดีกว่าของจีน ราคาสูงกว่านิดหน่อย แต่เขาก็นิยมใช้ของเรา ซึ่งผมมักจะคิดในใจเสมอว่าคนที่จะเป็นแชมป์มักจะต้องพยายามขยันอดทน หมั่นซ้อม และยากมากกว่าจะได้เป็นแชมป์ แต่เมื่อเป็นแชมป์แล้วโดยมากจะเสียแชมป์เพราะความประมาท คะนองลำพองตนเสมอ จึงได้เสียแชมป์ ดังนั้นอย่าหลงระเริงใจไป จงหมั่นพยายามซ้อมให้ดี เพราะกว่าจะได้เป็นแชมป์นั้นยากแสนยาก แต่การรักษาแชมป์นั้นยากยิ่งกว่าเป็นไหนๆ ครับ
ต่อไปนี้ผมใคร่ขอแสดงความคิดเห็นที่เป็นความเห็นส่วนตัวที่มาจากการทำสินค้าไทยหลายตัว ในช่วงระยะเวลา 28 ปีมา จนเกิดการติดตลาดในประเทศเพื่อนบ้านนะครับ หากใครคิดต่างก็ไม่สงวนสิทธิครับ สินค้าไทยเรานั้น ที่เราได้ครองใจผู้บริโภคเพื่อนบ้านของเราได้ หากวิเคราะห์ให้ลึกซึ้ง ผมคิดว่ามีหลากหลายปัจจัยด้วยกัน ปัจจัยอย่างแรกเลยคือความคุ้นเคยในตัวสินค้า ต้องไม่ลืมว่าเรามีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านมาช้านาน คนทั้งสองประเทศไม่ว่าจะเป็นลาว กัมพูชา เมียนมา ล้วนแล้วแต่คุ้นเคยกับประเทศไทยเราเป็นอย่างดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เราจึงได้เปรียบประเทศคู่แข่ง เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ ดังนั้นการไหลไปมาของประชาชนของ 2 ประเทศ ย่อมทำให้เกิดการคุ้นเคยในตัวสินค้าไปด้วยครับ
ปัจจัยที่สอง ราคาสินค้าเราก็ไม่ได้สูงมากจนกระทั่งไม่สามารถบริโภคได้ ปัจจัยนี้หากเราเทียบเคียงกับสินค้าประเทศอื่นได้เปรียบทันที แต่ถ้าเป็นสินค้าจีนเราก็ไม่แน่นะครับว่าจะได้เปรียบเขา แต่ปัจจุบันนี้การตลาดมาแรง สินค้าที่เป็นคอนซูเมอร์โปรดักต์ หรือสินค้าอุปโภคบริโภค เรามักจะใช้กลยุทธ์โฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นหลัก ดังนั้นหากสินค้าของใครมีแรงหนุนจากโฆษณามากๆ การติดตลาดก็เป็นไปได้สูงมากครับ ผมเห็นมาเยอะแล้วครับ สินค้าเหล่านี้มีหลายประเภท เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง ยาเวชภัณฑ์ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม เป็นต้น และคงไม่ต้องกล่าวถึงยี่ห้อของตัวสินค้า เดี๋ยวจะเป็นการไปช่วยเขาอีกทางหนึ่ง เขาจะอัดโฆษณาทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ บิลบอร์ด การลงพื้นที่ขาย เป็นต้น
ปัจจัยที่สาม เราเข้าสู่ตลาดก่อน เขา จึงได้เปรียบคนที่มาทีหลังเสมอ กลยุทธ์นี้ถ้าเปรียบเป็นมวยวัดก็ต้องบอกว่าใครออกหมัดก่อนคนนั้นได้ เปรียบ ไม่ต้องไปท้ากันเหมือนตอนเราเด็กๆ ว่า "เอ้า...แกต่อยฉันก่อนสิ" หรอกครับ ถ้าเราเห็นช่องทางต้องรีบ ชกก่อนเลยครับ ซัดโป้งเดียว ให้จอดเลย ชนะเลย อย่างนี้ถึงจะได้ใจครับ ผมเห็นบางบริษัทกล้าๆ กลัวๆ เรียกว่าใจไม่ถึง อยากได้ก็อยากได้ กลัวเจ็บก็กลัวเจ็บ ก็เลยไม่ประสบผลสำเร็จสิครับ บางบริษัทก็มีปล่อยหมัดไม่สุด มีให้เห็นเยอะมากๆ ครับ ต้องบอกว่าเสียดายแทน ตัวอย่างเช่นลงทุนไปแล้วกับการทำตลาด มีทั้งโฆษณาไปสองสามปี บ้างก็สินค้าไม่ต่อเนื่อง เพราะหวังแต่จะหลีกเลี่ยงภาษีส่งเข้าไป พอเจอปัญหาก็ถอดใจเสียแล้ว เงินที่ลงไปก็สูญเปล่าสิครับ
พื้นที่กระดาษหมดเสียแล้ว ติดตามต่อไปในอาทิตย์หน้านะครับ







