posttoday
ลดความเหลื่อมล้ำ เข้าถึงบริการการเงิน

ลดความเหลื่อมล้ำ เข้าถึงบริการการเงิน

22 กุมภาพันธ์ 2561

ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์การเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชนน่าจะเป็นการวัดความเจริญ... ซึ่งรัฐบาลถือว่าเป็นโจทย์หนึ่งที่จะลดช่องว่างหรือความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงทางการเงิน ที่ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น รวมถึงลดปัญหาการพึ่งพิงการกู้เงินนอกระบบ

ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

การเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชนน่าจะเป็นการวัดความเจริญ... ซึ่งรัฐบาลถือว่าเป็นโจทย์หนึ่งที่จะลดช่องว่างหรือความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงทางการเงิน ที่ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น รวมถึงลดปัญหาการพึ่งพิงการกู้เงินนอกระบบ

แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีมีความสำคัญมากที่จะทำให้อำนวยความสะดวกในการให้บริการทางการเงินมากขึ้น และความจำเป็นของธนาคารพาณิชย์ที่จะต้องตั้งสาขาในต่างจังหวัดให้บริการทางการเงินเริ่มลดลง โดยในปี 2560 มีธนาคารพาณิชย์ปิดสาขาทั้งหมดกว่า 200 แห่ง และมีแนวโน้มที่ปิดสาขามากขึ้น และหันมามุ่งเน้นด้านดิจิทัลมากขึ้น และอีกมุมมองหนึ่งยังมีกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการการเงินได้อย่างจริงๆ โดยเฉพาะพื้นที่การบริการด้านโทรคมนาคมยังไปไม่ถึง

ทั้งที่ในพื้นที่ห่างไกลยังมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าถึงบริการการทางการเงิน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะเป็น "สาขาธนาคารพาณิชย์" เพียงอย่างเดียวเท่านั้นแล้ว รูปแบบและช่องทางการให้บริการทางการเงินเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

จากผลการศึกษาล่าสุดของ โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยด้านระบบการเงิน สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ร่วมกับ อัจจนา ล่ำซำ ได้วิจัยการกระจายตัวเชิงพื้นที่ของบริการทางการเงินในไทย พบว่าหากเจาะลึกหมู่บ้านทั่วประเทศไทย พบว่ามีถึง 55% ของทั้งหมดที่ยังห่างไกลบริการทางการเงินในระบบ ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (นันแบงก์) โดยอยู่ห่างเกินระยะการเดินทาง 5 กิโลเมตร

ผลวิจัยระบุว่าหากทำให้กลุ่มเหล่านี้ เข้าถึงบริการทางการเงินมากขึ้น โดยผ่านสถาบันการเงินกึ่งในและนอกระบบ ได้แก่ กลุ่มสหกรณ์ต่างๆ รวมทั้งเพิ่มการเข้าถึงผ่านกลุ่มที่มีศักยภาพเป็นตัวแทนธนาคารพาณิชย์ (แบงก์กิ้งเอเยนต์) ได้แก่ ไปรษณีย์ สถานีบริการน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมและจุดติดตั้งตู้เติมเงินต่างๆ จะทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินเพิ่มขึ้น 24%

ในขณะเดียวกัน หากดึงร้านค้าโชห่วย ผู้ประกอบการที่ติดตั้งเครื่องรูดบัตร (อีดีซี) ภายใต้โครงการระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์) และร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เป็น แบงก์กิ้งเอเยนต์ได้จะเพิ่มการเข้าถึง บริการทางการเงินได้อีก 10% ที่เหลือให้ส่งเสริมทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่สนับสนุนให้มีการจัดตั้งตัวแทนธนาคารพาณิชย์ หรือ" แบงก์กิ้งเอเยนต์"

จากบทวิจัยระบุว่า ถ้าวัดการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบว่าต้องมีรัศมีการเดินทาง 5 กิโลเมตร (กม.) หมู่บ้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้าถึงบริการทางการเงินในระบบสูงสุด 95% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีหมู่บ้านเข้าถึงน้อยสุดเทียบภาคอื่นแค่ 30% แม้มีส่วนหนึ่งของภาคนี้เข้าถึงบริการการเงินของสถาบันการเงินกึ่งในและนอกระบบอย่างสหกรณ์ แต่ที่น่าตกใจคือ 40% เข้าไม่ถึงช่องทางเหล่านี้เลย

ข้อมูลครึ่งปีหลังปี 2559 เกี่ยวกับจำนวนบริการทางการเงิน พบว่าไทยมีเครื่องกดเงินอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) 26.5 เครื่องต่อ 1 แสนคน สาขาธนาคาร 20.9 สาขาต่อ 1 แสนคน สหกรณ์ 13 แห่ง ต่อ 1 แสนคน เมื่อนำจุดพิกัดหมู่บ้านกว่า 6.74 หมื่นจุดทั่วไทย วัดความใกล้และไกลในการเข้าถึงบริการทางการเงิน มีค่าเฉลี่ยใกล้สุดเพื่อเข้าถึงเอทีเอ็ม 6.6 กม. สาขาธนาคาร 6.9 กม.

ขณะที่ระยะทางใกล้สุดที่เข้าถึงสถาบันการเงินกึ่งในระบบ ได้แก่ สหกรณ์อยู่ที่ 5 กม. โรงจำนำ 27 กม. สถาบันการเงินนอกระบบ เช่น สหกรณ์กลุ่มอาชีพ ต่างๆ 7.9 กม. สถาบันการเงินชุมชน 28.5 กม. โดยเมื่อแบ่งตามภูมิภาค กรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้าถึงบริการทางการเงินในระบบด้วย ระยะทางใกล้ที่สุด ส่วน ภาคเหนือเข้าถึงในระยะทางไกลที่สุด อีกทั้งมีความแตกต่างของการเข้าถึงในภาคสูง

สำหรับกลุ่มที่เหมาะจะเป็นแบงก์กิ้ง เอเยนต์พิจารณาจากที่ตั้งและการหมุนเวียนของสภาพคล่อง ได้แก่ ไปรษณีย์ระยะทางเข้าถึง 7.8 กม. สถานีบริการน้ำมัน 5.4 กม. ร้านสะดวกซื้อ 7.8 กม. ผู้ให้บริการโทรคมนาคมตู้เติมเงิน 13.6 กม.

ดังนั้น หากต้องการให้คนพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการทางการเงินดีขึ้น การใช้ "สถานีบริการน้ำมัน" จะตอบโจทย์ และถ้าเพิ่มร้านค้าโชห่วย ผู้ประกอบการที่มีเครื่องรูดบัตรเป็นแบงก์กิ้งเอเยนต์ด้วย จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้คนพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการทางการเงินมากขึ้นอีก ส่วนไปรษณีย์หรือร้านสะดวกซื้อจะเข้าถึงคนในชุมชนเมืองที่ไม่นิยมเข้าสาขาธนาคาร

ที่ผ่านมา พบว่าการเข้าถึงบริการทางการเงินยังกระจุกตัวในบางพื้นที่ เช่น การติดตั้งเครื่องกดเงินสดอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) ติดๆ หากธนาคารรวมตัว ทำเอทีเอ็มกลางที่ไม่ใช่ของยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งติดตั้งในพื้นที่ห่างไกลและลดจำนวนตู้เอทีเอ็มที่กระจุกตัวมากเกินไปใน บางพื้นที่ผ่านการใช้ตู้เอทีเอ็มกลางจะช่วยได้

ส่วนพื้นที่ห่างไกลมากอยู่ตามป่าเขา ต้องใช้แนวทางส่งเสริมให้ทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น แต่ความท้าทายคือโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเอื้อด้วยเพื่อให้ทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สะดวก ไม่เพียงการเพิ่มช่องการหรือตัวแทนการเข้าถึงการบริการทางการเงินแล้ว อีกช่องทางหนึ่งที่รัฐบาลพยายามจัดตั้ง "สถาบันการเงินชุมชน" เพื่อให้บริการทางการเงินระดับชุมชนของสถาบันการเงินชุมชนเป็นการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สมาชิก เพื่อแก้ปัญหา

ด้านการเงินของคนในชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการของระบบการเงิน โดยอยู่ระหว่างการออกกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ.สถาบันการเงินชุมชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และลดจำนวนหนี้นอกระบบ โดยกฎหมายนี้เพื่อรองรับสถานะองค์กรการเงินระดับชุมชนให้เป็นนิติบุคคล เช่น กองทุนหมู่บ้าน โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายที่ยกระดับสถาบันการเงินชุมนุม 7 หมื่นแห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นแหล่งเงินสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่อยู่นอกเขตเมือง ไม่สามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อในระบบปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงต้นทุนการทำธุรกรรมทางการเงินพื้นฐาน (ฝาก ถอน โอน และชำระเงิน) ในราคาที่ต่ำลง เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ที่มีฐานะทางการเงินไม่ดีหรือรายได้น้อยสามารถเข้าถึงหรือใช้บริการได้

สิ่งที่สำคัญ คือ การให้ความรู้ทางการเงินและการคุ้มครองผู้บริโภค ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินพื้นฐาน เพื่อให้สามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงสนับสนุน ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนทางการเงินและการออม ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ระดับหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่