posttoday
ส่องเศรษฐกิจโลกผลกระทบต่อไทย

ส่องเศรษฐกิจโลกผลกระทบต่อไทย

05 กุมภาพันธ์ 2561

ชลธิชา ภัทรสิริวรกุลเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ขยายตัว ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากการส่งออก และเมื่อเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ก็ย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวตามไปด้วย

ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

เศรษฐกิจของประเทศไทยที่ขยายตัว ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากการส่งออก และเมื่อเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ก็ย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวตามไปด้วย

กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการวิจัยและคำปรึกษาระหว่างประเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)ได้ฉายภาพให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจของคู่ค้าหลักของไทยในตลาดโลกว่า แต่ละตลาดมีศักยภาพในการขยายตัวและจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไรบ้าง เริ่มจากพี่ใหญ่สหรัฐอเมริกาที่มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเร็วกว่าคาด ทำให้มีผลต่ออัตราดอกเบี้ยและค่าเงินในตลาดโลก หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมาพูดว่ามีแนวคิดที่จะลดภาษีนิติบุคคลจาก 35% เหลือ 25% นั้น ทำให้บริษัทใหญ่ๆ ในสหรัฐมีเงินเหลือลงทุนเพิ่ม และคาดว่าปีนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 3 ครั้ง หรือประมาณ 0.75% ทำให้มีโอกาสที่เงินดอลลาร์สหรัฐจะไหลกลับ จึงทำให้ค่าเงินดอลลาร์ในปีนี้มีโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย แต่หากเทียบกับค่าเงินสกุลยูโรแล้ว คิดว่าค่าเงินยูโรจะแข็งค่ากว่าเงินดอลลาร์ ซึ่งนี่เป็นสัญญาณสำหรับนักลงทุนไทยที่ต้อง เตรียมตัวตั้งรับ

หันมาที่โซนเอเชีย พี่ใหญ่ของโซนนี้คือจีน คาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจจีนปีนี้จะโตเฉลี่ย 6% ทั้งนี้เป็นการโตช้าลง เนื่องจากรัฐบาลจีนตั้งใจเหยียบเบรกเพื่อลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจลง เพื่อให้หนี้สาธารณะในรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนของจีนลดลง จากก่อนหน้านี้มีสูงถึง 200% ของจีดีพี เพราะที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจและเอกชนจีนมีการกู้เงินเพื่อมาเร่งการลงทุน

เชื่อว่าการเหยียบเบรกเศรษฐกิจครั้งนี้ของจีน ไม่ถึงขั้นลงแบบรุนแรง (Hard Landing) เพราะหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้ภายในประเทศ (เงินหยวน) แม้ว่าจะทำให้ค่าเงินหยวนในปีนี้จะแข็งค่ากว่าปีก่อนไปบ้าง แต่ก็ยังช่วยดันเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนให้เติบโตต่อไปได้

ด้านญี่ปุ่น เศรษฐกิจยังดีต่อเนื่องจากการส่งออกและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการจัดกีฬาโอลิมปิก จึง ทำให้ค่าเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ในปีนี้จะอ่อนกว่าปีก่อนเล็กน้อย เช่นเดียวกับอินเดียที่ยังเติบโตในระดับ 7-8% และในอนาคตเป็นตลาดที่มีศักยภาพค่อนข้างมาก

ขณะที่เศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนโดยรวม คาดการณ์กันว่าจะขยายตัวในระดับ 5% ได้ และไทยเองก็อยู่ในภูมิภาคที่เติบโตเร็วนี้ด้วย แสดงให้เห็นถึงปริมาณความต้องการซื้อที่มีอยู่ในตลาด ซึ่งทำให้ประเทศไทยน่าจะสามารถใช้โอกาสจากตรงนี้ได้ และคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2561 ยังโตได้ไม่ต่ำกว่า 4%

ทั้งนี้ ความเสี่ยงในโลกที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจโลก นอกจากค่าเงินและอัตราดอกเบี้ยแล้ว ก็มีเรื่องของการปรับลงของราคาสินทรัพย์ในโลก เพราะในอดีตเวลาเศรษฐกิจไม่ดี ประเทศใหญ่ๆ จะพิมพ์เงินออกมาเพิ่ม และออกไปหาที่ลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงๆ จึงไปลงทุนในสินทรัพย์ แต่ปีนี้โลกกลับตาลปัตร สหรัฐขึ้นดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะเกิดการโยกเงินลงทุนกลับไปอยู่ในเงินดอลลาร์แทน ซึ่งจะทำให้ราคาสินทรัพย์ถล่มลงมา ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา เพราะเป็นอะไรที่ลงเร็วมาก

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร