posttoday
ตลาดหุ้นต่างประเทศจะไปต่อหรือไม่

ตลาดหุ้นต่างประเทศจะไปต่อหรือไม่

04 กุมภาพันธ์ 2561

พงศธร ลีลาประชากุล รองผู้อำนวยการ ทีมวิจัยลูกค้าบุคคล บล.ภัทรCIO, Kiatnakin Phatra Financial Groupเริ่มต้นเข้าสู่ปี 2561 ตลาดหุ้นต่างประเทศและสินทรัพย์เสี่ยงยังคงปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลาดหุ้นโลกปรับขึ้นประมาณ 7% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากมุมมองการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ยังมีแนวโน้มสดใส และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปีนี้ แต่ช่วงท้ายปลายเดือน ม.ค. ความผันผวนในตลาดปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเร่งตัวขึ้นจนเกิดความกังวลต่อมูลค่าของสินทรัพย์เสี่ยงที่มีมูลค่าพื้นฐาน ที่อยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับข้อมูลตัวเลขในอดีต

พงศธร ลีลาประชากุล รองผู้อำนวยการ ทีมวิจัยลูกค้าบุคคล บล.ภัทรCIO, Kiatnakin Phatra Financial Group

เริ่มต้นเข้าสู่ปี 2561 ตลาดหุ้นต่างประเทศและสินทรัพย์เสี่ยงยังคงปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลาดหุ้นโลกปรับขึ้นประมาณ 7% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากมุมมองการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ยังมีแนวโน้มสดใส และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปีนี้ แต่ช่วงท้ายปลายเดือน ม.ค. ความผันผวนในตลาดปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเร่งตัวขึ้นจนเกิดความกังวลต่อมูลค่าของสินทรัพย์เสี่ยงที่มีมูลค่าพื้นฐาน ที่อยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับข้อมูลตัวเลขในอดีต

นอกจากนี้ รวมถึงการที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังเตรียมเข้าสู่การลดทอนการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางทั่วโลก ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบลดลง ปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่เคยมีมาตลอด หลังจากภาวะวิกฤตซับไพรม์ก็เริ่มที่จะทยอยหายไป ทำให้เป็นไปได้สูงว่าความผันผวนของตลาดที่ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำมากจะปรับเพิ่มขึ้นได้หลังจากนี้

แม้ความเสี่ยงและความกังวลต่อการลงทุนจะเพิ่มขึ้น ทาง Phatra CIO Office คงมีมุมมองบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ จากปัจจัยทางพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเติบโตของผลกำไรที่คาดว่าจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องในปีนี้ เมื่อพิจารณาจากข้อมูลทางเศรษฐกิจ คาดว่าวงจรของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีนี้จะยังคงดีไปต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2561

อีกทั้งภาพรวมของการเติบโตกำไรของ บจ. ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนหลักของการลงทุนในตลาดหุ้นในภาพรวมก็ยังคงเติบโตออกมาแข็งแกร่ง จากรายงานของ Bank of America Merrill Lynch (BofAML) และได้วิเคราะห์ถึงอัตราส่วนของจำนวน บจ.ที่ถูกปรับคาดการณ์กำไรได้รับการปรับเพิ่มขึ้นเทียบกับบริษัทที่ถูกปรับคาดการณ์กำไรถูกปรับลดลงในตลาดหุ้นทั่วโลก พบว่าอัตราส่วนดังกล่าวบริษัทที่ได้รับการปรับเพิ่มการคาดการณ์กำไรจากนักวิเคราะห์เทียบกับบริษัทที่มีการปรับลดการคาดการณ์กำไรในตลาดหุ้นทั่วโลก ในเดือน ม.ค. ได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.41 ในเดือน ม.ค. จาก 1.14 ในเดือนก่อนหน้า และอัตราส่วนนี้มีระดับที่สูงกว่า 1.00 ในทุกภูมิภาคหลัก แสดงถึงการมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตกำไรที่แข็งแกร่งและเป็นวงกว้างมากขึ้น

ถึงแม้ว่าจะมีนอกเหนือจากปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ความผันผวนอาจปรับสูงขึ้นได้จากมูลค่าพื้นฐานที่ปรับตัวขึ้นค่อนข้างมาก แต่ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องคอยติดตามจับตามอง ได้แก่ 1.การเร่งตัวของเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย

เมื่อพิจารณาถึงมุมมองขณะที่ ตลาดคาดว่าต่อการเติบโตเศรษฐกิจและกำไรของ บจ. ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตสดใส ความคาดหวังต่อเงินเฟ้อ ที่จะทยอยปรับเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นปัจจัยบวกอีกประการหนึ่งต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเช่นกัน แม้อัตราการว่างงานในประเทศที่มีขนาดทางเศรษฐกิจใหญ่ จะอยู่ในระดับที่ต่ำมาเป็นเวลานาน แต่ สัญญาณของการเร่งตัวของเงินเฟ้อในปัจจุบันยังคงมีอย่างจำกัด ทำให้ธนาคารกลางสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป และอัตราดอกเบี้ยยังต่ำ

ความเสี่ยงคือ ถ้าหากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอาจส่งผลให้ธนาคารกลาง ต้องถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยปรับสูงขึ้นกดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะสินทรัพย์ที่ซื้อขาย กันที่มูลค่าพื้นฐานที่ระดับสูง แม้ในช่วงหลังที่อัตราดอกเบี้ยเริ่มปรับ เพิ่มขึ้น ยังคงมองว่าความน่าสนใจของการลงทุนในตลาดหุ้นยังดูดีเทียบกับตลาดพันธบัตร เนื่องด้วยส่วนต่าง อัตราผลตอบแทนกำไรของหุ้น เทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ในภูมิภาคหลักของโลก แม้ปรับลดลงแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2546-2550 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจ โลกเติบโตและธนาคารกลางได้ทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง แต่ความน่าสนใจของตลาดหุ้นเมื่อเทียบกับพันธบัตรก็ได้ปรับลดลงมามาก โดยเฉพาะในสหรัฐที่ส่วนต่างดังกล่าวลดลงมาเหลือ 2.7% เทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงของวงจรเศรษฐกิจขาขึ้นครั้งก่อนที่ 2.1%

2.การเติบโตของเศรษฐกิจโลกและการเติบโตกำไรที่น้อยกว่าคาด การที่ตลาดมีมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์อย่าง ต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ก็ได้ทยอยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจและผลกำไรมาอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงนโยบายภาษีใหม่ของสหรัฐ ที่จะส่งผลเชิงบวกต่อกำไรของ บจ. การเกื้อหนุนส่งเสริมให้บริษัทที่มีกำไรหรือสินทรัพย์ที่เก็บไว้นอกสหรัฐนำเงินดังกล่าวกลับเข้ามาในประเทศ และ ถูกเรียกเก็บภาษีในระดับที่ต่ำ แต่ราคาของสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้สะท้อนต่อความคาดหวังเชิงบวกเหล่านี้ไปแล้วในระดับหนึ่ง และหากความเสี่ยงในระบบที่เคยเป็นประเด็นในช่วงปีก่อนหน้ากลับมาใหม่

ดังนั้น แนะนำให้นักลงทุนตรวจสอบสัดส่วนการลงทุนของสินทรัพย์เสี่ยงในพอร์ตของการลงทุนว่าอยู่ในระดับที่สูงเกินกว่าความเสี่ยงที่ตนยอมรับได้หรือไม่ ระดับราคาที่ปรับขึ้นค่อนข้างมากอาจเป็นจังหวะในการปรับพอร์ต อีกทั้งคงคำแนะนำให้นักลงทุนยังคงที่จะกระจายความเสี่ยงเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่