
เปิดวิชั่นแม่ทัพเบ็นคิว เจาะบีทูบีดันธุรกิจโต
การทรานส์ฟอร์มขององค์กรและการปฏิวัติการศึกษาของไทยเข้าสู่ยุค 4.0
โดย รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
การทรานส์ฟอร์มขององค์กรและการปฏิวัติการศึกษาของไทยเข้าสู่ยุค 4.0 ส่งผลให้ตลาดโปรเจกเตอร์และตลาดจอแบนแบบอินเตอร์แอ็กทีฟมีโอกาสเติบโตอีกมาก และตลาดบีทูบีคือ วิชั่นของแม่ทัพหญิงเบ็นคิวคนแรกของประเทศไทยที่วางแผนขับเคลื่อนธุรกิจในช่วง 2 ปีจากนี้
ธัญรัก นาสมยนต์ ผู้จัดการใหญ่ เบ็นคิว ประจำประเทศไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าด้านอุปกรณ์เครือข่ายดิจิทัล เปิดเผยแผนธุรกิจในฐานะเป็นแม่ทัพหญิงคนแรกของไทยว่า ปี 2561-2562 บริษัทตั้งเป้ารุกขยายธุรกิจกลุ่ม บีทูบี หรือระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ ในกลุ่มองค์กรธุรกิจและภาคการศึกษา โดยวางเป้าหมายรายได้ปี 2563 สัดส่วนรายได้บีทูบีเพิ่มจาก 20% เป็น 50% ส่วน บีทูซีจาก 80% เป็นเหลือ 50%
ขณะที่แผนตลาดบริษัทมุ่งพัฒนาและนำเสนอเทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการองค์กรและภาคการศึกษาในยุค 4.0 ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ อาทิ จอแบนอินเตอร์แอ็กทีฟ ซึ่งเป็นโปรเจกเตอร์ไร้สาย โดยมีโซลูชั่นแชร์ไฟล์ภาพ วิดีโอ สามารถเชื่อมต่อพร้อมกันได้สูง 16 เครื่อง เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานและการเรียนให้เป็นการสื่อสารแบบสองช่องทางสู่สังคมแชริ่ง เจาะกลุ่มเป้าหมายทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน ค้าปลีกทั่วไป และสถาบันการศึกษา อาทิ โรงเรียนนานาชาติ มหาวิทยาลัย เป็นต้น
"เบ็นคิวเริ่มให้ความสำคัญกับตลาดองค์กรและภาคการศึกษาต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2559-2561 เพราะเป็นยุคของการเปลี่ยนถ่ายอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น เพื่อให้การทำงานและการเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้องค์กรและภาคศึกษาให้ความสำคัญกับการลงทุน" ธัญรัก กล่าว
ด้านเป้าหมายในปีนี้จะสร้างการเติบโตธุรกิจโปรเจกเตอร์ โฮมซีเนม่า จอมอนิเตอร์สำหรับเกมมิ่ง และสร้างตลาดจอสำหรับตัดแสงแอลซีดีและจอสำหรับโปรเฟสชันนัลให้ขยายตัว โดยตลาดคอนซูเมอร์หรือบีทูซี ไม่ว่าจะเป็นจอมอนิเตอร์เกมมิ่ง ภายใต้ชื่อ zowie ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตได้ ปีนี้คาดว่าเบ็นคิววางเป้าหมายเติบโต 15% นอกจากนี้ยังนำเสนอโปรเจกเตอร์ที่รองรับความต้องการของลูกค้าที่ มองหาผลิตภัณฑ์สำหรับโฮมซีเนม่า หรือโปรซีเนม่า
เจฟฟี่ เหลียง ประธานบริหาร เบ็นคิว เอเซีย แปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า มั่นใจว่าเบ็นคิวจะได้รับการตอบรับที่ดีด้านการศึกษา เพราะไทยเป็นตลาดใหญ่ รัฐบาลทุ่มงบประมาณด้านการศึกษา ส่งผลให้ตลาดโปรเจกเตอร์โตมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
สำหรับรายได้ในไทยตั้งเป้า เติบโต 50% และกำไรเติบโต 20% โดยรายได้เบ็นคิวทั่วโลกราว 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ มีส่วนแบ่งอันดับหนึ่ง ในตลาดโลกเมื่อปีที่ผ่านมาราว 20% ซึ่งในมาเลเซียเบ็นคิวเป็นผู้นำตลาด โปรเจกเตอร์ ออสเตรเลียรั้งอันดับสอง ในส่วนของตลาดยุโรปติดอันดับ 1 ใน 3 ของตลาดในแต่ละประเทศ
วิชั่นของเบ็นคิวมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อมวลมนุษย์ และผู้ให้บริการด้านโลูชั่น ด้วยปรัชญา "BecauseItMatters" ที่นำผลิตภัณฑ์นวัตกรรม โซลูชั่นเทคโนโลยี และการให้บริการมาผนึกกำลัง เพื่อเดินหน้าตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกภาคส่วน และมองหาการเติบโตจากธุรกิจ การศึกษา ผู้ใช้รายบุคคลอย่างไม่หยุดยั้งในตลาดไทย







