
ยาลดอายุดีเอ็นเอ ลดความชรา (2)
ความรู้จากการศึกษายาลดอายุดีเอ็นเอในเซลล์ในหลอดทดลองนำมาใช้ชะลอความชราได้กลายเป็นความหวังใหม่ของมนุษย์ที่กำลังจะเข้าสู่สังคมสูงวัย
โดย ศ.ดร.นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สกว. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ความรู้จากการศึกษายาลดอายุดีเอ็นเอในเซลล์ในหลอดทดลองนำมาใช้ชะลอความชราได้กลายเป็นความหวังใหม่ของมนุษย์ที่กำลังจะเข้าสู่สังคมสูงวัย
จากการที่คณะวิจัยได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอของผู้สูงอายุ พบว่าจะมีเกราะโดยธรรมชาติของดีเอ็นเอ หรือ "ดีเอ็นเอเมททิเลชั่น" น้อยลง ซึ่งจะทำให้ดีเอ็นเอมีรอยโรคสะสมมากขึ้น ส่งผลให้เซลล์ทำงานได้ไม่ดีและเกิดความชราขึ้น เช่น กระดูกผุ ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
คณะวิจัยจึงได้สร้างยาชื่อ "อลูเอสไออาร์เอ็นเอ" เมื่อใส่ในเซลล์ในหลอดทดลองยานี้สามารถไปเติมเกราะเมมิเลชั่นได้ เมื่อเติมแล้วพบว่ารอยโรคของดีเอ็นเอลดลงด้วย ยาตัวนี้จึงเป็นความหวังว่าหากสามารถนำมาใช้ได้จะใช้ป้องกันและแก้ไขการเสื่อมสภาพของร่างกายจากความชราได้ ถึงแม้การใช้ในร่างกายคนต้องมีการศึกษาอีกนาน แต่เราสามารถนำความรู้จากการศึกษาวิทยาศาสตร์พื้นฐานเหล่านี้มาชะลอความชราได้ โดยดีเอ็นเอเมททิเลชั่นจะเริ่มลดลงเมื่ออายุประมาณ 50 ปี และยังไม่มีวิธีในทางธรรมชาติที่จะเติมเกราะนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรป้องกันการลดลงของดีเอ็นเอเมททิเลชั่นอย่างจริงจังเมื่อเข้าสู่วัยกลางคน
จากการศึกษาพบว่า บุหรี่ น้ำมันเบนซิน ภาวะน้ำตาลสูงในเบาหวาน การอักเสบ และสภาวะออกซิเดชั่น มีบทบาทในการลดดีเอ็นเอเมททิเลชั่น ดังนั้นเพื่อชะลอความชราเราจึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ ควบคุมน้ำตาลในเลือด รับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ และสภาวะออกซิเดชั่น เช่น ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ผักสีเขียวเข้ม มะละกอสุก เบอร์รี่ ลูกหม่อน ชาเขียว แครอต มะเขือเทศ ขมิ้น เป็นต้น
อย่างไรก็ดี การลดลงของดีเอ็นเอเมททิเลชั่นและการเพิ่มรอยโรคของดีเอ็นเอไม่ใช่กลไกเดียวที่ทำให้เกิดความชรา การศึกษาการแสดงออกของยีนในกล้ามเนื้อ พบว่าเชลล์กล้ามเนื้อที่ชราเกิดจากการทำงานที่ลดลงของไมโตคอนเดรียซึ่งเหมือนเซลล์เล็กๆ ที่อยู่ในเซลล์มีหน้าที่สร้างพลังงานอีกทีหนึ่ง คณะวิจัยพบว่าหากออกกำลังกายค่อนข้างหนักแบบแอโรบิกจะทำให้ไมโตคอนเดรียทำงานดีขึ้น ด้วยเหตุผลนี้เราถึงสังเกตได้ว่าคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะดูแก่ช้ากว่าคนอื่น
การออกกำลังกายยังมีส่วนสำคัญในการลดอัตราการเกิดโรคหัวใจอีกด้วย คำแนะนำในการออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อไม่ชรา คือ การออกกำลังกาย ที่หนัก ส่วนการออกกำลังกายให้หัวใจแข็งแรงมีอายุยืน คือ การออกกำลังกาย แบบแอโรบิกอย่างน้อยวันละ 30 นาที
มีการศึกษาพบว่าการทำสมาธิวิปัสสนาจะส่งผลต่อร่างกายในหลายระดับ ดังนั้นการทำใจให้ผ่องใส ไม่เครียด พักผ่อนอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา จะทำให้สุขภาพดีทั้งกายและใจ รวมทั้งแก่ช้า การออกกำลังกายทำให้หัวใจและกล้ามเนื้อแก่ช้า ในทำนองเดียวกันการมีชีวิตประจำวันที่ต้องใช้สมองคิดแก้ปัญหา เช่น เล่นเกมแบบพอสมควร ก็จะชะลอความชราของสมองได้เช่นเดียวกัน
สุดท้าย อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาของยาที่ไม่ทราบกลไกและไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์







