posttoday
ITC Cooling Batt Building อาคารแบตหนึ่งเดียวในโลก

ITC Cooling Batt Building อาคารแบตหนึ่งเดียวในโลก

23 ธันวาคม 2560

วิศวกรไทยเจ้าของรางวัลระดับโลก จากกลุ่มบริษัท ไอ.ที.ซี. ผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบทำความเย็นถนอมอาหาร เจ้าของรางวัลชนะเลิศ “เทคโนโลยีอะวอร์ด”

โดย กองทรัพย์

 วิศวกรไทยเจ้าของรางวัลระดับโลก จากกลุ่มบริษัท ไอ.ที.ซี. ผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบทำความเย็นถนอมอาหาร เจ้าของรางวัลชนะเลิศ “เทคโนโลยีอะวอร์ด” หมวดอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตจากสมาคมแอชเร่ย์ (ASHRAE) สหรัฐอเมริกา ในปี 2552 จากสมาคมทางวิชาการด้านวิศวกรรมการปรับอากาศและทำความเย็นระดับโลก

 เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านพลังงานของบริษัท ไอ.ที.ซี. กับสำนักงานประหยัดพลังงานแห่งใหม่ “Cooling Batt Building by ITC” บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 3,000 ตร.ม. ภายใต้งบประมาณการก่อสร้างกว่า 120 ล้านบาท กับอาคารที่มีแบตเตอรี่กักเก็บความเย็น หรือถังกักเก็บความเย็นหนึ่งเดียวในโลก ที่ติดตั้งระบบทำความเย็น “Cooling Batt” และชุดระบายความร้อน “Fanless Evaporative Condenser”

 นวัตกรรมที่ไม่ต้องใช้พัดลมเป็นครั้งแรกของโลก ต้นแบบรักษ์พลังงาน สำหรับการศึกษาและเรียนรู้เรื่องของการบริหารจัดการพลังงานเพื่อต่อยอดไปสู่การจัดสรรการใช้พลังงานในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการจุดประกายให้คนไทยคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยในการประหยัดพลังงานต่อไปในอนาคต

 อภิชัย ล้ำเลิศพงศ์พนา กรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ไอ.ที.ซี. กล่าวว่า “Cooling Batt by ITC นิยามที่ใช้เรียกอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของกลุ่มบริษัท ไอ.ที.ซี. เปรียบเสมือนอาคารที่มีแบตเตอรี่กักเก็บความเย็นหรือถังกักเก็บความเย็น

ITC Cooling Batt Building อาคารแบตหนึ่งเดียวในโลก

 

 "อาคาร Cooling Batt แห่งนี้เป็นอาคารหนึ่งเดียวในโลกที่มีความพิเศษเฉพาะตัว 2 ประการ คือ ใช้สารทำความเย็นจากธรรมชาติ อาศัยหลักการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่มีปริมาณมากเกินสมดุลของระบบนิเวศทางธรรมชาติมาใช้เป็นสารทำความเย็น ช่วยลดปัจจัยอันเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน

 รวมทั้งสร้างนวัตกรรมทางวิศวกรรมทำความเย็น 'Fanless Evaporative Condenser' การระบายความร้อนของระบบทำความเย็นโดยไม่ใช้พัดลม แต่ใช้หลักการนำพาความร้อนออกไปจากระบบทำความเย็น โดยภูมิปัญญาของมนุษย์และกฎเกณฑ์ธรรมชาติ ลมบก ลมทะเล" 

 สำหรับระบบทำความเย็นของอาคาร Cooling Batt  อภิชัย ขยายความรู้ว่ามีการทำงานพื้นฐานไม่ต่างจากระบบทำความเย็นปรับอากาศทั่วไปที่ใช้ฟรีออนเป็นสารทำความเย็น โดยกลุ่มบริษัท ไอ.ที.ซี. นำคาร์บอนไดออกไซด์ มาใช้ในกระบวนการกักเก็บไว้ใน Cooling Batt เป็นสารทำความเย็นให้แก่น้ำ

 "สะสมความเย็นเปลี่ยนน้ำให้เป็นน้ำแข็งด้วยพลังงานไฟฟ้าในช่วงเวลากลางคืนที่อัตราค่าไฟฟ้าราคาถูก ซึ่งการสะสมความเย็นในรูปของน้ำแข็งนั้นจะเพียงพอกับการปรับอากาศช่วงเวลากลางวัน เมื่อต้องการทำความเย็นระบบปรับอากาศจะปั๊มหมุนเวียนน้ำเข้า-ออก Cooling Batt ละลายน้ำแข็งเป็นน้ำเย็นไปแจกจ่ายความเย็นตามจุดต่างๆ ภายในอาคาร"         

ITC Cooling Batt Building อาคารแบตหนึ่งเดียวในโลก

                                

 

 อภิชัย ย้ำว่า กลุ่มบริษัท ไอ.ที.ซี. ต้องการสร้างอาคาร Cooling Batt เป็นอาคารต้นแบบ เพื่อตอบโจทย์สังคมว่าแท้จริงแล้วเราสามารถกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ให้ปล่อยออกสู่บรรยากาศได้ โดยนำมาเป็นสารทำความเย็นในระบบปิด

 "คาร์บอนไดออกไซด์มีราคาถูกกว่าสารฟรีออน แต่ให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นไม่แตกต่างจากสารอื่นๆ ที่ใช้อยู่ในระบบปรับอากาศทั่วไป เช่น R22 ซึ่งเป็นสาร Hydrochlorofluorocarbon (HCFC) ที่ส่งผลเสียก่อให้เกิดการทำลายชั้นโอโซน รังสีอัลตราไวโอเลตและอินฟราเรด ส่องผ่านลงมายังพื้นโลกมากขึ้น และกีดขวางไม่ให้แผ่รังสีออกไปจากชั้นบรรยากาศโลกได้เช่นกัน สารทำความเย็นดังกล่าวที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันจึงเป็นอีกปัจจัยทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ในทางตรงกันข้าม CO2 ส่งผลดีต่อระบบนิเวศของโลก CO2 เป็นสารทำความเย็นธรรมชาติที่มีค่า Ozone Depleting Potential (ODP) และ Global Warming Potential (GWP) ต่ำ

 เมื่อนำสารทำความเย็นคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ควบคู่กับการสะสมพลังงานความเย็นด้วย Cooling Batt ผสมผสานกับนวัตกรรมใหม่ Fanless Evaporative Condenser  กระบวนการทำความเย็นระบบปรับอากาศจึงมีสมรรถนะสูง Coefficient of Performance (COP) และประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงเวลากลางคืนที่โรงงานอุตสาหกรรมและบ้านเรือนมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าน้อย และนำความเย็นที่สะสมไว้มาใช้ในช่วงเวลากลางวันโดยใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงระหว่างวันไม่เกิน 25% เมื่อเทียบกับเครื่องปรับอากาศแบบ Split Type หรือ Chiller จึงช่วยลดภาระการผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศในช่วง On Peak และช่วยประหยัดค่าพลังงานไฟฟ้าให้กับผู้ใช้งานได้" 

 ทางด้าน ดร.อภิชิต ล้ำเลิศพงศ์พนา กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท ไอ.ที.ซี. กล่าวเสริมว่า นอกจากการตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากระบบปรับอากาศดังกล่าวแล้ว อาคารนี้ยังได้คำนึงถึงการใช้แสงอาทิตย์จากภายนอกมาใช้ส่องสว่างภายในอาคาร

ITC Cooling Batt Building อาคารแบตหนึ่งเดียวในโลก

 

 "โดยพื้นที่ติดตั้ง Cooling Batt บริเวณส่วนกลางอาคารถูกออกแบบเป็นช่องโล่งช่วยให้ความสว่างส่องเข้าภายในอาคารได้อย่างทั่วถึง ลดการใช้หลอดไฟส่องสว่างภายในบริเวณอาคารส่วนสำนักงานทั้งหมด อาคาร Cooling Batt จึงเป็นตัวอย่างการบริหารจัดการพลังงานของกลุ่มบริษัท ไอ.ที.ซี. ที่นอกจากช่วยประหยัดค่าไฟ การอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ยังไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน

 เป็นอาคารต้นแบบที่มีส่วนช่วยให้การผลิตพลังงานไฟฟ้าของประเทศเป็นไปอย่างเหมาะสม มีพลังงานไฟฟ้าสำรองอย่างเพียงพอโดยไม่ต้องเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับจากการบริหารจัดการพลังงานของอาคาร Cooling Batt  ให้คุณประโยชน์กับทุกภาคส่วนในสังคม ใกล้ตัวที่สุดส่งผลดีทางตรงต่อผู้ใช้อาคาร สามารถคืนทุนได้ภายในระยะสั้น 4-5 ปี"

 ดร.อภิชิต กล่าวอีกว่า อาคาร Cooling Batt  ไม่เพียงแต่ช่วยให้การใช้พลังงานไฟฟ้าลดลง แต่ยังสนับสนุนให้นำพลังน้ำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าให้มากที่สุด 

 "เพราะพลังน้ำเป็นพลังงานสะอาด ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยทำให้ประเทศได้ผลดีในเรื่องคาร์บอนเครดิตตามมา ด้วยกำลังผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังน้ำซึ่งมีอยู่ถึง 3,400 เมกะวัตต์ สามารถใช้ปรับอากาศในอาคาร Cooling Batt ได้ถึง 22,667 อาคาร โดยใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดวันละ 23.8 ล้านหน่วย (kW.h) เทียบเท่าปริมาณก๊าซธรรมชาติถึง 218 ล้านลูกบาศก์ฟุต คิดเป็นมูลค่า 61.9 ล้านบาท/วันเลยทีเดียว

 ถ้าคิด 22 วันทำงาน ก็จะคิดเป็นค่าก๊าซธรรมชาติถึง 1,346 ล้านบาท/เดือน นี่คือส่วนต่างที่เราสามารถช่วยประเทศลดค่าพลังงานลงได้"

ข่าวล่าสุด

ปชป.เคาะ50ผู้สมัครส.ก.สกลธีชูทัพอดีตคนเพื่อไทยเสริมแกร่งลุยเลือกตั้ง

ปชป.เคาะ50ผู้สมัครส.ก.สกลธีชูทัพอดีตคนเพื่อไทยเสริมแกร่งลุยเลือกตั้ง