บ้านแสนอบอุ่น ณิชชา ธนาลงกรณ์
เรื่อง : พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์จินตนาการแรกเมื่อรู้ว่าจะได้มาเยือนคอนโดมิเนียมริมน้ำของ ณัฐ-ณิชชาธนาลงกรณ์ ดีไซเนอร์สาวผู้ก่อตั้งแบรนด์ณิชชา (Nicha) คือ ภาพของคอนโดที่เต็มไปด้วยส่วนผสมของเรื่องราวและแรงบันดาลใจมากมาย ตามสไตล์สาวติสต์ ที่ใช้ชีวิตอยู่สหรัฐถึง 9 ปี ทว่าพลันประตูห้องเปิดออก พร้อมรอยยิ้มสดใสของดีไซเนอร์สาวคนสวยกลับต้องแปลกใจกับภาพตรงหน้า เพราะคอนโดหลังงามของณัฐทั้งเรียบโก้ ดูโปร่งโล่งกว่าที่คิด
เรื่อง : พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์
จินตนาการแรกเมื่อรู้ว่าจะได้มาเยือนคอนโดมิเนียมริมน้ำของ ณัฐ-ณิชชาธนาลงกรณ์ ดีไซเนอร์สาวผู้ก่อตั้งแบรนด์ณิชชา (Nicha) คือ ภาพของคอนโดที่เต็มไปด้วยส่วนผสมของเรื่องราวและแรงบันดาลใจมากมาย ตามสไตล์สาวติสต์ ที่ใช้ชีวิตอยู่สหรัฐถึง 9 ปี ทว่าพลันประตูห้องเปิดออก พร้อมรอยยิ้มสดใสของดีไซเนอร์สาวคนสวยกลับต้องแปลกใจกับภาพตรงหน้า เพราะคอนโดหลังงามของณัฐทั้งเรียบโก้ ดูโปร่งโล่งกว่าที่คิด
"คอนโดหลังนี้ณัฐซื้อเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่ก่อนณัฐอยู่ตึกข้างๆ ค่ะ" ณัฐบอกเล่าอย่างอารมณ์ดี พร้อมชี้ชวนให้มองดูคอนโดตึกข้างๆ ซึ่งเป็นคอนโดอันแสนอบอุ่น ที่เธอเติบโตมาตั้งแต่เด็กกับคุณแม่และคุณยาย ซึ่งพักอยู่คนละชั้น ก่อนที่เธอจะย้ายไปเรียนต่อที่อเมริกานานถึง 9 ปี
"พอกลับมา ด้วยความที่คุณแม่เห็นว่า ณัฐไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกมานาน น่าจะเคยชินกับการใช้ชีวิตแบบมีพื้นที่ส่วนตัว เลยลองให้ณัฐมองหาคอนโดสักห้อง ก่อนจะมาลงเอยที่นี่ ณัฐเลือกอยู่หลายแห่ง แต่พอสุดท้ายแน่ใจแล้วว่าคุณแม่จะอยู่ที่นี่ไม่เปลี่ยนแปลง ณัฐเลยคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเราแม่ลูกอยู่ใกล้ๆ กันน่าจะดีกว่า เลยตัดสินใจซื้อคอนโดตึกข้างๆ ซึ่งตรงคอนเซ็ปต์ที่เราต้องการคือ ต่างคนต่างมีพื้นที่ของตัวเอง แต่เมื่อไหร่ที่คิดถึงกัน อยากเจอกัน เราก็อยู่ห่างกันแค่ข้ามตึก"
ตอนตัดสินใจซื้อคอนโดห้องนี้ ด้วยความที่เจ้าของห้องทิ้งให้เป็นห้องร้างมาพักใหญ่ พอตัดสินใจจะเข้ามาอยู่ ณัฐเลยตัดสินใจรื้อถอนโครงสร้างเดิมออกทั้งหมด เพื่อแปลงโฉมคอนโดมิเนียมพื้นที่ 250 ตารางเมตร ให้กลายเป็นห้องใหม่ที่แทบไม่เหลือภาพเดิม เปลี่ยนห้องนอนจากเดิมที่ถูกออกแบบให้เปิดรับวิวสวยๆ ของแม่น้ำให้กลายเป็นห้องทำงาน และห้องรับแขกที่เชื่อมต่อกัน กั้นไว้เพียงกระจกใสบางๆ เพื่อให้ห้องดูกว้าง สามารถเปิดรับวิวของท้องน้ำได้แบบไม่สะดุด ไม่ว่าจะนั่งทำงาน นั่งอยู่ในโซนรับแขก หรือโต๊ะกินข้าว
"ณัฐชอบบ้านที่ดูโล่งๆ โปร่งๆ สว่างๆ เลยเลือกใช้โทนสีขาว ดำ เทา เพื่อคุมโทนในห้องให้ดูเรียบไว้ก่อน เพราะด้วยความที่ตอนซื้อห้องนี้ เป็นช่วงที่ณัฐกำลังเริ่มต้นทำแบรนด์พอดี โฟกัสของณัฐตอนนั้นไปอยู่ที่งานเป็นส่วนใหญ่ ณัฐเลยคิดว่าจะแต่งบ้านแบบเรียบๆ ดูคลาสสิกไว้ก่อน เผื่อถ้าในอนาคตณัฐจะปรับเปลี่ยนอะไรจะได้ไม่ยุ่งยาก ส่วนเฟอร์นิเจอร์ณัฐเลือกใช้ของชนินทร์ ลิฟวิ่งเป็นหลัก ไม่ได้เน้นดีไซน์ต้องหวือหวา คุมโทนสีให้เรียบๆ เพราะคิดเผื่อถ้าในอนาคตจะเปลี่ยน จะได้โยกย้ายไปไว้ที่ออฟฟิศได้ง่าย"
ดีไซเนอร์สาวยอมรับว่า เธออาจจะดูเป็นคนที่ คอนทราสต์ในตัวเอง เพราะถ้าเรื่องการแต่งตัวอาจจะดูเยอะ แต่พอแต่งบ้าน กลับชอบน้อยๆ "เร็วๆ นี้ ณัฐมีแผนจะแต่งห้องใหม่ แต่อาจไม่ได้ปรับใหญ่ แค่เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น เปลี่ยนแชนเดอเลียร์ใหม่ รวมทั้งปรับภูมิทัศน์ของระเบียงให้เป็นสวนหย่อม รายล้อมไปด้วยต้นไม้ ซึ่งเป็นหนึ่งในมุมโปรดของณัฐ"
4 ปีในอาณาจักรน้อยๆ แต่แสนอบอุ่นนี้ ณัฐบอกว่า เมื่อโตขึ้น รสนิยมความชอบหลายอย่างก็เปลี่ยนไป แต่โดยรวมแล้วยังชอบการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยในบ้าน เพราะฉะนั้น ถึงจะปรับเปลี่ยนบางส่วนก็ยังสามารถคงคอนเซ็ปต์เดิมไว้ได้
"เพราะใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ณัฐเลยออกแบบให้มีแค่ห้องนอนเดียว มีวอล์กอินคลอเซ็ตในตัว ซึ่งถ้าเข้าไปในห้องนอนณัฐ จะเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งเลย ในห้องนอนณัฐคุมโทนเป็นสีเทา แสงสว่างในห้องจะน้อยมาก เพราะเวลานอนณัฐไม่ชอบห้องสว่าง"
หลังจากชมคอนโดของดีไซเนอร์สาวแล้ว อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอเคยคิดจะลองทิ้งชีวิตแนวดิ่งไปสร้างอาณาจักรในแนวราบหรือไม่ งานนี้ณัฐตอบแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดว่า "ณ ตอนนี้ไม่ค่ะ แต่ในอนาคตก็ไม่แน่" ดีไซเนอร์สาวตอบพร้อมโปรยยิ้ม


