posttoday
ลงทุนถูกสี สู่เศรษฐีเงินล้าน

ลงทุนถูกสี สู่เศรษฐีเงินล้าน

20 กันยายน 2560

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ถ้าโลกนี้มีเฉดสีแค่สีเดียว ชีวิตมนุษย์คงไม่มีความหลากหลาย

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ถ้าโลกนี้มีเฉดสีแค่สีเดียว ชีวิตมนุษย์คงไม่มีความหลากหลาย

เช่นเดียวกัน ถ้าโลกนี้ทุกคนเก่งเหมือนกันในเรื่องเดียว ทั้งโลกคงจะมีธุรกิจไม่หลากหลาย

คนที่จะก้าวขึ้นไปสู่การเป็นมหาเศรษฐีได้ก็คงจะมีไม่มาก เพราะต้องแข่งขันกับคนที่เก่งเหมือนๆ กันทั้งโลก!

แต่เพราะโลกของเรามีหลากสีสัน คนก็มีความสามารถ ความถนัดแตกต่างกันไป โอกาสไปสู่ความมั่งคั่งจึงเป็นของคนที่ค้นตัวตนเจอไวและไปได้ถูกทาง

ไม่นานมานี้ ทูมอร์โรว์ กรุ๊ป ได้จัดงานสัมมนา "เพราะตรงสี ถึงมีหมื่นล้าน" โดย พงษ์รพี บูรณสมภพ ผู้เชี่ยวชาญด้านศักยภาพมนุษย์ กล่าวว่า ศักยภาพของคนเรามีหลายด้าน บางคนคิดว่าตัวเองไม่มีเลยเพราะไปฟังคนอื่นมามากแล้วมองเห็นสิ่งที่คนอื่นเก่ง แต่ตัวเองไม่เก่ง และไม่รู้ว่าตัวเองเก่งอะไรบ้าง

ทั้งนี้ "สี" จะบอกได้ว่าเราเป็นคนแบบไหน โดยคนแต่ละคนมีนิยามความรวยไม่เหมือนกัน บางคนก็มองเรื่องเงินเท่านั้น แต่บางคนก็มองเรื่องการสร้างความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตด้วย ดังนั้น หากเราได้ทำสิ่งที่เรารักจนวันสุดท้ายของชีวิต เราก็มีความสุขกับมันและยังทำให้เรารวยได้อีกด้วย

สีจะเป็นค่าพื้นฐานที่เราควรจะรู้ก่อนว่าตัวเองสีอะไร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพตัวเองอย่างถูกทิศทาง รวมถึงการรู้เขารู้เรา และรู้ว่าจะบริหารเงินในมืออย่างไร

ทฤษฎีเบิร์กแมน แบ่งคนทั้งโลกเป็น 4 สี คือ สีแดง สีเขียว สีเหลือง และสีน้ำเงิน

สำหรับสีแดง จะเป็นคนประเภทขาลุย ต้องลงมือทำเลย มีนิสัยของการเป็นผู้ประกอบการ เป็นคนขยัน รู้ถึงแก่น รู้ทุกอย่าง รู้ด้วยตัวเองไม่ได้พึ่งพิงใคร เป็นนักฉวยโอกาสชั้นดี เหมาะแก่การเป็นพ่อค้า เป็นเถ้าแก่

คนประเภทสีแดง ที่ประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้จัก ก็คือ สตีฟ จ็อบส์ ส่วนสไตล์การทำธุรกิจ ในแบบฉบับสีแดง คือ แบรนด์ "ซาร่า" มองเป็นประเภทธุรกิจก็จะเป็นธุรกิจซื้อมาขายไป ค้าปลีก ขายสินค้าตามกระแสแบบมาเร็วไปเร็ว ต้องเคลื่อนไหวเร็ว

ขณะที่การลงทุนในหุ้นก็จะเป็นเล่นรอบ ซื้อขายเก็งกำไรจบในวันเดียว เพราะเป็นคนที่ชอบเห็นผลประโยชน์แบบทันที ถ้าเป็นผลประโยชน์ที่เกิดช้าจะไม่จูงใจ

ถัดมาที่สีเขียว คนสีนี้จะมีวิธีการหาเงินที่ต่างจากสีแดง สีแดงเป็นสายลุย เห็นช่องเห็นโอกาสแล้วลุยเลย แต่ถ้าเป็นสีเขียว จะเป็นสายคุย คือ รวยได้ด้วยคำพูดของตัวเอง จากการใช้ความรู้สึกร่วมกับเรื่องที่รู้ รู้อย่างลึกซึ้งแล้วไปถ่ายทอดให้คนอื่น รู้จักสร้างเครือข่ายและใช้เครือข่ายให้เป็นประโยชน์ หว่านล้อมผู้อื่นเก่ง คนประเภทนี้หากไม่มีเวทีจะรวยยากมาก

ตัวอย่างของคนที่เป็นตัวแทนของสีเขียว คือ บารัก โอบามา ส่วนการลงทุนแบบฉบับสีเขียว หากเป็นการเล่นหุ้นจะคล้ายคลึงกับสีแดงนิดๆ คือเล่นเก็งกำไร เพราะคนสีเขียวเป็นคนชอบเสี่ยง อีกทั้งเป็นคนที่รู้ลึกซึ้ง จึงเข้าใจแนวโน้ม ทิศทางทำให้กล้าที่จะเสี่ยง

หากเป็นเชิงการเลือกทำธุรกิจ ธุรกิจในแบบฉบับสีเขียว ก็คือ ธุรกิจขายตรง ที่ต้องอาศัยเครือข่าย การบริหารทีมขาย อาศัยการพูดโน้มน้าวใจ หรือธุรกิจภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (แชริ่ง อีโคโนมี) เช่น ปล่อยเช่าห้องผ่านแอร์บีแอนด์บี

ต่อมาคือ สีเหลือง บุคคลประเภทนี้จะชอบเรื่องการวางแผน ดังนั้นจึงเหมาะแก่การทำเงินจากการวางแผน การสร้างระบบ สร้างแพลตฟอร์ม วางมาตรฐานต่างๆ ขึ้นมา โดยจะหาความรู้ต่างๆ จากการอ่านจนรู้รอบ จะเห็นได้ว่า แจ็ค หม่า เป็นคนที่ทำแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซแล้วรวยก็อยู่ในกลุ่มคนประเภทนี้

หากเป็นแบรนด์สินค้าในรูปแบบสีเหลือง ก็คือ "ยูนิโคล" ซึ่งจะเน้นเรื่องมาตรฐาน ไม่ว่าจะไปสาขาไหนก็จะได้สิ่งเดียวกันกับไป ต้องการสินค้าแบบไหนก็จะมีทุกสีทุกขนาดให้เลือก

ถ้าเป็นการลงทุนในหุ้นแบบฉบับของคนสีเหลือง ก็จะไม่ใช่การเก็งกำไร เล่นรอบรายวัน แต่จะเป็นการลงทุนสายเทคนิค เน้นอ่านกราฟเชิงเทคนิค วิเคราะห์เพื่อลงทุน ถ้าเป็นการทำธุรกิจก็เหมาะไปจะสร้างแพลตฟอร์มอะไรสักอย่างขึ้นมา หรือไปเป็นที่ปรึกษาวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล

สุดท้ายคือ สีน้ำเงิน คนประเภทนี้จะเก่งเรื่องการคิด การออกแบบ มีความคิดในอารมณ์เพ้อฝันและจินตนาการสูง จะหาเงินได้ดีจากความคิด ไม่ใช่คนชอบลุย ไม่ใช่คนชอบคุย แล้วก็ไม่ใช่นักวางแผน แต่เป็นนักคิด จะรวยได้จากการสร้างนวัตกรรมใหม่ หรือคิดทำธุรกิจในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยคิดมาก่อน โดยเป็นการคิดอย่างมีกลยุทธ์ รู้ถึงภาพรวมอุตสาหกรรมนั้นด้วย

ตัวอย่างก็คือ อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งเพย์พัล เว็บไซต์บริการโอนเงินชื่อดัง ผู้ก่อตั้งบริษัท สเปซ เอ็กพลอเรชั่น เทคโนโลยี หรือสเปซ เอ็กซ์ บริษัทเอกชนรายแรกที่ปล่อยจรวดสู่อวกาศ และเป็นผู้ก่อตั้ง เทสล่า มอเตอร์ บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ อีลอน มัสก์ ยังเป็นผู้จุดประกายความคิดระบบขนส่งความเร็วสูง หรือไฮเปอร์ลูป และเครื่องบินใบพัดขับเคลื่อนไฟฟ้าเหนือเสียงแบบขึ้นลงทางดิ่งอีกด้วย

ถ้าเป็นตัวอย่างธุรกิจแบบสีน้ำเงิน ก็เช่น "วอลท์ ดิสนีย์" ที่หาเงินได้จากจินตนาการ หรือใครรู้ตัวว่าเป็นคนสายสีน้ำเงินแบบนี้แล้วต้องการขายของ ก็เหมาะกับการขายแนวคิดใหม่ ขายผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ยาก ขายนวัตกรรมใหม่ๆ ส่วนถ้าเป็นการลงทุนในแบบฉบับสีน้ำเงิน ก็จะเน้นลงทุนโดยพิจารณาปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจเป็นหลัก

พงษ์รพี อธิบายว่า คนเรานั้นไม่ใช่ว่ามีลักษณะสีใดสีหนึ่งในตัวเอง อาจจะมีหลายสีผสมผสานกันอยู่ แต่จะมีสีหลักอยู่ 1 สี สะท้อนลักษณะเด่นที่ชัดเจนออกมา หากใช้พลังงานในตัวเองที่มีขับเคลื่อนตัวเองไปตามลักษณะเด่นที่มีก็จะเป็นประโยชน์กับตัวเอง ทั้งด้านความก้าวหน้าในงานที่ทำ และการไปสู่ความมั่งคั่ง ประสบความสำเร็จในธุรกิจ

ในทางกลับกัน หากคนเราไม่รู้ตัวเอง เก่งด้านหนึ่งแต่กระโดดไปทำอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่เก่ง ในที่สุดแล้วก็ทำสิ่งนั้นสู้เรื่องที่ตัวเองเก่งไม่ได้

ไม่เพียงเท่านี้ หากยังเป็นลูกน้องอยู่ก็ควรจะรู้ทางว่าเจ้านายของตัวเองเป็นคนสีอะไร เพื่อทำงานได้สอดคล้องกับวิถีที่เจ้านายเป็น หรือเจ้านายเองก็ควรจะรู้ว่าลูกน้องสีอะไร เพื่อบริหารจัดการลูกน้องแต่ละคนให้ทำงานที่ตรงกับลักษณะสีของตัวเอง

เช่นเดียวกัน ถ้าทำงานกับลูกค้าก็ควรวิเคราะห์ลูกค้าว่าเป็นคนสีอะไร จะได้คิดแคมเปญหรือทำผลิตภัณฑ์ออกมาได้ตอบโจทย์วิถีของคนสีนั้น

พงษ์รพี กล่าวอีกว่า สีต่างๆ ในตัวเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ไปตามกาลเวลา โดยมีปัจจัยเรื่องอายุและสภาพแวดล้อมมาเกี่ยวข้อง แต่การเปลี่ยนไปนั้นไม่ใช่เปลี่ยนชั่วข้ามคืน ต้องใช้เวลา 5-10 ปี

และมักจะไม่ได้เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ แต่เปลี่ยนเพียงเล็กน้อย คืออาจมีลักษณะสีอื่นที่ไม่เด่นในตัวเพิ่มขึ้น แต่สีหลักประจำตัวก็จะยังเป็นสีเดิมอยู่

"10 ปีก่อนอาจจะเป็นคนที่มีลักษณะสีแดงมาก แต่มีสีน้ำเงิน สีเขียวปนอยู่ด้วย ปัจจุบันอาจจะเป็นคนที่สีแดงบางลงแต่ก็ยังมีสีแดงเป็นหลักอยู่ แล้วมีลักษณะของสีน้ำเงินเพิ่มขึ้น"

ในเมื่อรู้กันแล้วว่า ลักษณะโดดเด่นของแต่ละ สีเหมาะกับการทำธุรกิจ การลงทุนที่แตกต่างกัน ลองหันมามองย้อนดูตัวเองกันว่าตัวตนของเรามีลักษณะอย่างไรบ้าง สอดคล้องกับประเภทคนสีไหน มากน้อยแค่ไหน แล้วลองมองแนวคิดการทำธุรกิจหรือการลงทุนที่สอดคล้องกับลักษณะที่เราเป็น

ทั้งนี้ ต้องไม่เข้าข้างตัวเองว่าฉันเป็นแบบนี้ ทั้งที่จริงแล้วอาจไม่ใช่ จะได้ไปสู่เป้าหมายของความมั่งคั่งได้ตรงจุดมากขึ้น

หากยังไม่รู้ตัวตน ก็ไปทำแบบประเมินเบิร์กแมนดู หรือจะลองรับคำปรึกษาจริงจังจากผู้เชี่ยวชาญ

เพราะไปถูกสีก็มีสิทธิรวยถึงฝั่งฝัน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร