
'ลดพอร์ตถือเงินสด' กลยุทธ์ลงทุนหุ้น
พูลศรี เจริญเดือน ก.ย.ผ่านมาครึ่งทางแล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นไทย วิ่งเป็นกระทิงคึก ดัชนีปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมาย 1,650 จุด ที่สำคัญคือ เป็นเป้าสูงสุดของปีนี้ที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์
พูลศรี เจริญ
เดือน ก.ย.ผ่านมาครึ่งทางแล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นไทย วิ่งเป็นกระทิงคึก ดัชนีปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมาย 1,650 จุด ที่สำคัญคือ เป็นเป้าสูงสุดของปีนี้ที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์
เมื่อตลาดหุ้นเดินทางมาถึงเป้าหมายก่อนเวลา เชื่อว่านักลงทุนต้องมีคำถามเซ็งแซ่ว่า แล้วจะร่วมเดินทาง หรือซื้อหุ้นเพื่อไปที่ความสูงระดับ 1,700 จุด หรือจะหยุดพักที่ 1,650 จุด
"อย่ามัวแต่ลังเล คิดว่าหุ้นจะปรับขึ้นอีกไม่มาก เหลืออีกนิดเดียวเราจะได้กลับบ้านแล้ว"
ประโยคข้างต้นเป็นคำพูดที่น่าคิดของ "คณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์" ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและ นักวิเคราะห์ทางเทคนิคฝีมือฉมัง แห่งบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน ที่กล่าวเตือนสติและปลุกใจลูกค้าในห้องค้าหลักทรัพย์ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
คำว่า "กลับบ้าน" ในความหมายของคณฆัส ก็คือ ดัชนีหุ้นไทยช่วงก่อวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ 1,789.16 จุด ในปี 2537 ผ่านมา 23 ปีแล้ว ตลาดหุ้นไทยก็ยังไม่สามารถกลับไปพิชิตยอดเขานี้ได้
มีหลักการลงทุนเพื่อเอาชนะความกลัวสำหรับนักลงทุนที่ยืนอยู่บนภูเขาสูงในขณะนี้
หรือแม้แต่ในยามที่ตลาดหุ้น อยู่ในภาวะซบเซา เรามักจะได้ยินคำว่า "เลือกหุ้นรายตัว" ซึ่งเป็นคำแนะนำทั้งจากนักวิเคราะห์และเหล่านักลงทุนสถาบันอย่างกองทุนรวมเองก็เลือกใช้กลยุทธ์นี้
กลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางดัชนีหุ้นไทยที่อยู่ในระดับสูงนี้ บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะนำให้ลดน้ำหนักการ ลงทุนในหุ้นลงบางส่วนจาก 70% เหลือ 60-50%
เมื่อส่องสปอตไลต์ไปที่หุ้นรายตัว บล.โนมูระ พัฒนสิน สาดไปที่กลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี สำหรับหุ้นนำตลาดคือ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) และบริษัท ปตท. (PTT)
ส่วนกลุ่มที่อิงรายได้ในประเทศ ที่จะเด่นขึ้นในระยะกลางถึงระยะยาวมีดังนี้
กลุ่มไอซีที หุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงและผลประกอบการฟื้นตัว 3 ไตรมาส คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH)
กลุ่มธนาคารพาณิชย์ หุ้นเด่น ประกอบด้วย ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกรุงไทย (KTB)
กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและนิคมอุตสาหกรรม แนะนำหุ้นของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น (AMATA) และบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA)
กลุ่มค้าปลีก แนะนำลงทุนใน หุ้นของบริษัท โรบินสัน (ROBINS) บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO)
กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาล โดยมีธุรกิจโรงพยาบาลและท่องเที่ยว ประกอบด้วย บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) บริษัท ดิเอราวัณ กรุ๊ป (ERW)
อย่างไรก็ตาม บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะนำให้ผสมผสานการลงทุนในกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก (Mid-Small Cap) ที่พื้นฐานเด่นเข้าไปด้วย เช่น บริษัท เบตเตอร์เวิลด์กรีน (BWG) บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (PSTC)
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง (PM) บริษัท บางกอกแลนด์ (BLAND) บริษัท โมโน เทคโนโลยี (MONO) บริษัท แพลนบี มีเดีย (PLANB) บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ (SNC)
สําหรับหุ้นเด่นที่ควรมีในพอร์ต แนะนํา BDMS IVL ITD AMATA BWG PSTC
ส่วนหุ้นม้ามืด แนะนำให้จับตา IRPC ROBINS บริษัท คาร์มาร์ท (KAMART) บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ (JUBILE) และ CK n







