
หุ้นโรโบติกส์ เบ่งกล้าม...ปั๊มกำไร
พูลศรี เจริญช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทอม ไรลี่ ผู้จัดการกองทุนจาก เอเอ็กซ์เอ อินเวสต์เมนต์ เมเนเจอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารกองทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของบริษัทดังกล่าวได้เดินทางมาไทยเพื่อนำเสนอข้อมูลในโอกาสที่เอเอ็กซ์เอฯ บริหารเงินลงทุนให้กับ แอสเซท พลัส ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยรายแรกที่ออกกองทุนหุ้นโรโบติกส์
พูลศรี เจริญ
ช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทอม ไรลี่ ผู้จัดการกองทุนจาก เอเอ็กซ์เอ อินเวสต์เมนต์ เมเนเจอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารกองทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของบริษัทดังกล่าวได้เดินทางมาไทยเพื่อนำเสนอข้อมูลในโอกาสที่เอเอ็กซ์เอฯ บริหารเงินลงทุนให้กับ แอสเซท พลัส ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยรายแรกที่ออกกองทุนหุ้นโรโบติกส์
ทอม กล่าวว่า กระแสโรโบติกส์และเอไอจะเป็นแนวคิด หรือธีมการลงทุนใหญ่ เนื่องจากภาคธุรกิจได้ทยอยมาใช้หุ่นยนต์แทนแรงงานคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ยกตัวอย่างเช่น คลังสินค้าของอเมซอน ได้ใช้หุ่นยนต์ทั้งหมดสำหรับการยกและเคลื่อนย้ายสินค้า เป็นต้น
ขณะที่วงจรธุรกิจโรโบติกส์และเอไออยู่ในช่วงเริ่มต้นการเติบโต หรืออยู่ในไซเคิล 4-5 ปีแรก เมื่อเทียบเหตุการณ์นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ที่ผ่านมา ซึ่งโลกได้ผ่านการปฏิวัติอุตสาหกรรมมาแล้ว 3 ครั้ง พบว่าแต่ละวงจรใช้เวลา 40 ปี
ทอม ให้ข้อมูลอีกว่า เจ้าแห่งนวัตกรรมหุ่นยนต์จะเป็นบริษัทในสหรัฐ ญี่ปุ่น เยอรมนี ส่วนอิสราเอลมีบ้างเล็กน้อย ส่วนประเทศที่มีแนวโน้มว่าจะใช้ หุ่นยนต์เพิ่มขึ้นอย่างมาก คือ จีน ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปี
"บริษัทจดทะเบียนที่ทำธุรกิจด้านนวัตกรรม หุ่นยนต์ ถือเป็นหุ้นเติบโตสูง เนื่องจากกำไรเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี"
ทอม ยังยกตัวอย่างบริษัทจดทะเบียนที่กองทุนซึ่งเขาบริหารอยู่นั้นมี 4-5 บริษัท ที่มีการซื้อและควบรวมกิจการ หรือเอ็มแอนด์เอ ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ยังมีธุรกิจตั้งต้นใหม่ หรือสตาร์ทอัพเกิดขึ้นอีกมาก
ขณะที่ บอสตัน คอลซัลติ้ง กรุ๊ป คาดว่า โรโบติกส์ จะมีการเติบโตในอัตรา 10% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2558 โดยขยายตัวทั้งในกลุ่มงานอุตสาหกรรม งานบริการ และการใช้งานเชิงบุคคล ปัจจัยสนับสนุนจากต้นทุนการผลิตหุ่นยนต์น้อยลง และทำงานได้ดีขึ้น
หันมาดู บลจ.บ้านเราที่ตื่นตัวเกาะเมกะเทรนด์ธีมหุ้นหุ่นยนต์ พบว่าในขณะนี้มี 2 เจ้า
เจ้าแรก คือ บลจ.แอสเซท พลัส ออกกองทุนเปิด แอสเซทพลัส โรโบติกส์ (ASP-ROBOT) เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (ไอพีโอ) วันที่ 21 ส.ค.-1 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ลงทุน โดยสามารถระดมทุนได้ถึง 1,275 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 500 ล้านบาท ที่ประเมินไว้
ถัดมาเป็น บลจ.ไทยพาณิชย์ ออกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล โรโบติกส์ (SCBROBO) ระดมทุนได้ 1,662 ล้านบาท โดยเปิดไอพีโอระหว่างวันที่ 29 ส.ค.-4 ก.ย.ที่ผ่านมา
สมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ ให้เหตุผลที่ออกกองทุนหุ้นโรโบติกส์ หรือกองทุนหุ้นหุ่นยนต์ ว่า บริษัทมองว่าธุรกิจโรโบติกส์มีโอกาสเติบโตก้าวกระโดด
นอกจากนี้ เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มขีดจำกัดความสามารถของมนุษย์และได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ เนื่องจากช่วยลดต้นทุนการผลิตมีขนาดกะทัดรัด ฉลาด และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีความได้เปรียบด้านความยืดหยุ่น อัจฉริยะ คล่องตัว และความสะดวกในการใช้งาน โดยเริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจะมีบทบาทมากขึ้น
"คาดว่าตลาดโรโบติกส์ทั่วโลกขยายตัวเฉลี่ย 10% ต่อปี ในช่วง 10 ปีข้างหน้า และจะได้รับความนิยมในธุรกิจเอสเอ็มอี" สมิทธ์ กล่าว
สมิทธ์ กล่าวอีกว่า ดัชนีหุ้นกลุ่มโรโบติกส์ยังมีผลการ ดําเนินงานที่โดดเด่น เมื่อเทียบกับหุ้นทั่วโลกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ที่มา : บลูมเบิร์ก ข้อมูล ณ เดือน ก.ค. 2560)
โดยดัชนี Global Robotics & Artificial Intelligence Thematic (IBOTZ) อยู่ที่ 133.79%
ดัชนี ROBO Global Robotics and Automation (ROBOT) อยู่ที่ 126.25%
ดัขนี iSTOXX Factset Automation & Robotics (IXAROBU) อยู่ที่ 96.10%
ขณะที่ดัชนีเอ็มเอสซีไอเวิลด์ (MXWO) อยู่ที่ 80.89%
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลบอลโรโบติกส์ มีนโยบายลงทุนในตราสารและหลักทรัพย์ที่มีการลงทุนมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจเทคโนโลยีหุ่นยนต์ หรือระบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้อย่างไม่จำกัด และเป็นไปตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน
ช่วงแรกจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศ 3 กองทุน คือ กองทุนอีทีเอฟ Global X Robotics & Artificial Intelligence (BOTZ) บริหารงานโดย โกลบอล เอ็กซ์, กองทุน ROBO Global Robotics and Automation (ROBO) บริหารงานโดย เอ็กเชนจ์ เทรด คอนเซ็ปส์ และกองทุน iShares Automation & Robotics (RBOT)
รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า สาเหตุที่ออกกองทุนดังกล่าว เพราะเห็นการเติบโตของหุ่นยนต์ จักรกลอัตโนมัติ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Robotics & A.I.) นับตั้งแต่ปี 2557 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
คาดว่ามีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง 10-15% ต่อปี ซึ่งจะส่งผลต่อโอกาสเติบโตของหุ้นบริษัททั่วโลกที่เป็นผู้พัฒนาและนำหุ่นยนต์ จักรกลอัตโนมัติ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ
หุ้นที่กองทุนหลักจะลงทุนส่วนใหญ่นั้น มีจุดเด่นที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก มีกรอบการลงทุนที่ยืดหยุ่น จึงสามารถเลือกลงทุนได้ทั้งในหุ้นต่างประเทศขนาดใหญ่เพื่อรักษาสภาพคล่องและลดความผันผวน
รวมถึงสามารถลงทุนในหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว บริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุนที่มีความชำนาญในหุ้นกลุ่มโรโบติกส์และเอไอโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ยังมีการคัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตโดดเด่นด้วยกระบวนการลงทุนที่เป็นสากลและการวิเคราะห์บริษัทเชิงลึกจากพื้นฐาน โดยมุ่งลงทุนครอบคลุมเทรนด์หลักที่เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ได้แก่ กลุ่มจักรกลอัตโนมัติ ปัจจุบันถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีความแม่นยำ ตลอดจนสามารถทดแทนแรงงานคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ







