
Cross Default ในตราสารหนี้
สมาคมตราสารหนี้ไทย นับตั้งแต่ปลายปี 2559 เรื่อยมาจนถึงกลางปี 2560 ยังคงปรากฏขึ้นของการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บางรายที่มีปัญหาเฉพาะตัว แต่ผลของการผิดนัดชำระหนี้ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น และเริ่มเห็นสถาบันการเงินตัดวงเงินของ บจ.บางแห่งจนถึงหันไปพึ่งพิงเงินกู้จากผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งในสภาวการณ์แบบนี้ สมาคมตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ได้เผยแพร่ความรู้เรื่อง Cross Default เงื่อนไขดีๆ ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
สมาคมตราสารหนี้ไทย
นับตั้งแต่ปลายปี 2559 เรื่อยมาจนถึงกลางปี 2560 ยังคงปรากฏขึ้นของการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บางรายที่มีปัญหาเฉพาะตัว แต่ผลของการผิดนัดชำระหนี้ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น และเริ่มเห็นสถาบันการเงินตัดวงเงินของ บจ.บางแห่งจนถึงหันไปพึ่งพิงเงินกู้จากผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งในสภาวการณ์แบบนี้ สมาคมตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ได้เผยแพร่ความรู้เรื่อง Cross Default เงื่อนไขดีๆ ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
Cross Default เป็นชื่อเรียกข้อสัญญาประเภทหนึ่ง โดยแปลจากภาษาอังกฤษตรงตัวคือ Cross แปลว่า ข้ามหรือไขว้ ส่วน Default แปลว่าผิดสัญญา Cross Default จึงหมายถึงการผิดสัญญาข้ามกันหรือไขว้กัน ดังนั้นถ้าบอกว่าสัญญาไหนมีข้อสัญญา Cross Default แสดงว่าสัญญานั้นมีข้อสัญญาที่กำหนดว่าถ้าลูกหนี้ไปทำผิดสัญญาอื่นก็จะถือว่าลูกหนี้ผิดสัญญานั้นด้วย
ตัวอย่างเช่น วันที่ 1 ม.ค. 2560 บริษัท A ทำสัญญากู้ยืมเงินจากบริษัท B ระยะเวลา 1 ปี เป็นเงินจำนวน 80 ล้านบาท ถึงกำหนดชำระคืนในวันที่ 1 ม.ค. 2561 ต่อมาวันที่ 1 ก.พ. 2560 บริษัท A ได้กู้ยืมเงินจาก ธนาคาร ระยะเวลา 3 ปี เป็นเงินจำนวน 100 ล้านบาท ถึงกำหนดชำระวันที่ 1 ก.พ. 2563 โดยในสัญญากู้กับธนาคาร C ถ้าบริษัท A ผิดนัดไม่ชำระหนี้อื่นใดเกินกว่า 50 ล้านบาท ให้ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญากู้กับธนาคาร C ด้วย ถ้าปรากฏว่าในวันที่ 1 ม.ค. 2561 บริษัท A ผิดนัดไม่ชำระหนี้บริษัท B เป็นเงินจำนวน 80 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่า 50 ล้านบาท แม้การสัญญากู้เงินบริษัท B กับสัญญากู้เงินธนาคาร C จะเป็นคนละสัญญากันก็ตาม แต่การที่บริษัท A ทำผิดสัญญากู้เงินโดยไม่ชำระหนี้ตามสัญญาให้แก่บริษัท B (Default) มีผลข้ามมาทำให้ถือว่าผิดนัดสัญญากู้ธนาคาร C (Cross) ด้วยเช่นนี้ เรียกว่าเกิดการ Cross Default และข้อสัญญาที่ระบุว่า ถ้าบริษัท A ผิดนัดไม่ชำระหนี้อื่นใด ให้ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญากู้กับธนาคาร C ด้วย เรียกว่า ข้อสัญญา Cross Default หรือ Cross Default Clause นั่นเองทั้งนี้ ในการใช้งานจริงข้อสัญญา Cross Default อาจเขียนเชื่อมโยงสัญญาต่างสัญญาที่มีเจ้าหนี้และลูกหนี้เป็นคนเดียวกันหรืออาจเชื่อมโยงสัญญาที่เจ้าหนี้ลูกหนี้ต่างกันก็ได้ และจะเชื่อมโยงกี่สัญญาเข้าด้วยกันก็ได้
ในการระดุมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ ซึ่งมีข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกและผู้ถือหุ้นกู้ (ข้อกำหนดสิทธิ) ที่เป็นสัญญาระหว่างผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้จะมีข้อสัญญาที่ว่าด้วยการผิดนัดและผลของการผิดนัด ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดให้ข้อสัญญา Cross Default ดังกล่าว เป็นเหตุผิดนัด (event of default) เช่น "ผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ไม่ว่ามูลหนี้ใดๆ เป็นจำนวนเงินรวมกันเกินกว่า X บาท ถือเป็นการผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิ"
ทั้งนี้ หากผู้ออกหุ้นกู้ผิดข้อสัญญาดังกล่าวจะส่งผลให้หุ้นกู้ที่ยังไม่ครบกำหนดไถ่ถอนกลายเป็นหุ้นกู้ผิดนัดชำระด้วย และผู้ถือหุ้นกู้มีสิทธิเรียกร้องให้ผู้ออกหุ้นกู้ชำระหนี้ หรือไถ่ถอนหุ้นกู้ทั้งหมดได้โดยพลัน (Acceleration) โดยไม่ต้องรอให้หุ้นกู้ถึงวันครบกำหนด
ข้อสัญญา Cross Default ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้สิทธิผู้ถือหุ้นกู้ (เจ้าหนี้) ในหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระไม่เสียเปรียบเจ้าหนี้รายอื่นๆ กล่าวคือ ถ้าผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้อื่น และถูกเจ้าหนี้รายอื่นใช้สิทธิเรียกร้องให้ผู้ออกหุ้นกู้ชำระหนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ตามหุ้นกู้นี้ในอนาคตหากไม่มีข้อสัญญา Cross Default ผู้ถือหุ้นกู้ต้องรอให้หุ้นกู้ถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนจึงจะสามารถใช้สิทธิเรียกร้องได้ เมื่อถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ ผู้ถือหุ้นกู้ก็มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับชำระหนี้ เนื่องจากผู้ออกหุ้นกู้อาจไม่มีทรัพย์สินเพียงพอในการชำระหนี้ตามหุ้นกู้เพราะได้นำไปชำระเจ้าหนี้รายอื่นก่อนแล้ว
ดังนั้น การที่มีข้อสัญญา Cross Default จะทำให้ผู้ถือหุ้นกู้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือผู้ออกหุ้นกู้ยังไม่ผิดนัดชำระดอกเบี้ยในหุ้นกู้นี้มีสิทธิเท่าเทียมกับเจ้าหนี้ที่ผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้อื่น โดยเมื่อผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้อื่น ก็จะถือว่าผู้ออกหุ้นกู้ตกเป็นผู้ผิดสัญญาและผิดนัดชำระหนี้ในหุ้นกู้นี้ด้วย ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ถือหุ้นกู้เป็นเจ้าหนี้ที่สามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้ผู้ออกหุ้นกู้ ชำระหนี้ตามหุ้นกู้ก่อนหุ้นกู้ถึงวันครบกำหนดได้
ทั้งนี้ ในการระดมทุนด้วยตั๋วเงิน ไม่ว่าจะเป็นตั๋วแลกเงิน (B/E) หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) ซึ่งลักษณะตามกฎหมายจะไม่มีข้อกำหนดสิทธิจึงไม่มีข้อสัญญา Cross Default ดังกล่าวดังนั้นเมื่อผู้ออกตั๋วเงินผิดนัดในหนี้อื่นๆ จะไม่มีผลทำให้ผู้ออกตั๋วเงินต้องตกเป็นผู้ผิดนัดตั๋วเงินที่ยังไม่ถึงกำหนด ผู้ถือตั๋วเงินจึงไม่มีสิทธิเรียกให้ผู้ออกตั๋วเงินชำระคืนเงินต้นก่อนวันครบกำหนดได้







