posttoday
หมอไทยดีเด่นแห่งชาติ 2560

หมอไทยดีเด่นแห่งชาติ 2560

03 กันยายน 2560

นพ.วิชัย โชควิวัฒนลาโรงไปแล้วสำหรับงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ประจำปี 2560 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-3 ก.ย. 2560 ปีนี้นับเป็นครั้งที่ 14 มีแฟนพันธุ์แท้เข้ามาชมงานล้นหลามเช่นทุกปี

นพ.วิชัย โชควิวัฒน

ลาโรงไปแล้วสำหรับงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ประจำปี 2560 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-3 ก.ย. 2560 ปีนี้นับเป็นครั้งที่ 14 มีแฟนพันธุ์แท้เข้ามาชมงานล้นหลามเช่นทุกปี

น่ายินดีที่งานมีการพัฒนาขึ้นทุกปี จากพื้นที่จัดงาน 2 ฮอลล์ในปีแรก เพิ่มเป็น 3 ฮอลล์ในปีที่ 10 และยังคงเป็น 3 ฮอลล์ในปีนี้ มีสิ่งที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือ ผลิตภัณฑ์และสินค้าที่นำมาเสนอ มีการพัฒนาขึ้นมาก โดยมีการประกวดและให้รางวัลทั้งแก่องค์กร หน่วยงาน คือพื้นที่ต้นแบบดีเด่นแห่งชาติ และรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดีเด่นระดับชาติ (Prime Minister Herbal Award) เพื่อเป็นกลไกการ ขับเคลื่อนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยปีนี้กำหนดสโลแกนของงานคือ "เสน่ห์ไทย สมุนไพรไทย 4.0"

ความก้าวหน้าทางวิชาการที่เห็นได้ชัดเจนคือ ในการจัดประชุมวิชาการ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่การจัดงานครั้งแรก เดิมไม่มีผลงานทางวิชาการของนักวิชาการ (Submitted Papers) เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเลย มีแต่งานของนักวิชาการรับเชิญ (Invited Papers) ที่มานำเสนอ แต่ปีนี้มีงานของนักวิชาการนำเสนอทั้งสิ้น 182 ชิ้น คัดเลือกเหลือ 124 ชิ้น ซึ่งต้องให้นำเสนอด้วยวาจา (Oral Presentation) เพียง 40 เรื่อง อีก 84 เรื่อง ต้องให้นำเสนอในรูปโปสเตอร์ (Poster Presentation)

ประธานในพิธีเปิดงานในปีนี้คือ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งให้เกียรติมาเป็นประธานเป็นปีที่ 2 แล้ว ได้แสดงปาฐกถาพิเศษเรื่องสมุนไพรราวครึ่งชั่วโมงโดยไม่ต้องดูโน้ตเลย และสามารถออกลูกเล่นลูกฮาได้หลายมุข แสดงว่าสมุนไพรไทยได้ยกระดับเป็นระเบียบวาระแห่งชาติไปแล้วอย่างชัดเจน

สำหรับรางวัลเกียรติยศหมอไทย ดีเด่นแห่งชาติประจำปีนี้ ได้แก่ คุณพ่อทองสา เจริญตา วัย 80 ปี ซึ่งยังมีสุขภาพดี กระฉับกระเฉง เดินป่าเข้าไปเก็บสมุนไพรได้

คุณพ่อทองสา เจริญตา เป็นชาวอีสานโดยกำเนิด เกิดและเติบโตที่ อ.เลิงนกทา ซึ่งเดิมอยู่ใน จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันอยู่ใน จ.ยโสธร ท่านเกิดเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2480 ปัจจุบันพำนักอยู่ ณ บ้านห้วยคล้อ ต.ผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด

คุณพ่อทองสา เป็นหมอพื้นบ้านที่แปลกกว่าหมอพื้นบ้านทั่วไป เพราะเป็นหมอโดยการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองมาตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อ 56 ปีที่แล้ว จากความจำเป็นต้องหาทางเยียวยารักษาน้องสาว 2 คนที่ล้มป่วย และไม่มีหนทางที่จะไปรับการรักษา จากที่ไหน

ย้อนไปสมัยเป็นเด็ก คุณพ่อ ทองสาเรียนจบเพียงชั้นประถม 4 จากโรงเรียนบ้านดงยาง อ.เลิงนกทา หลังจากนั้นได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ 2 พรรษา จนอายุครบบวช จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุอยู่ 2 พรรษา ณ วัดดงยาง อ.เลิงนกทา แม้จะมีความรู้พื้นฐานเพียงชั้น ป.4 อยู่ในวัดชนบทห่างไกล แต่คุณพ่อทองสา มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนระหว่างอยู่ในสมณเพศ จนสามารถอ่านเขียนอักษรธรรมอีสาน และอักษรไทยน้อยได้จนชำนาญ และน่ายินดีที่แม้จะลาสิกขาออกไปช่วยบิดามารดาทำไร่ทำนา แต่ความรู้ที่ร่ำเรียนมามิได้ลืมเลือนหายไป เมื่อน้องสาว 2 คนล้มป่วยและไม่มีโอกาสได้รับการรักษา คุณพ่อทองสานึกถึงก้อมยาใบลานบนหิ้งพระที่บ้าน จึงได้ไปหยิบตำราผูกใหญ่ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของบรรพบุรุษมาเปิดอ่าน

วันนั้นเป็นวันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ำ น่าประหลาดที่คุณพ่อทองสาสามารถอ่านอักษรธรรมในใบลานได้อย่างคล่องแคล่ว จึงได้ตั้งจิตอธิษฐาน ยกขันครูด้วยตนเอง ปรุงยาตามตำราขึ้นรักษาไข้ของน้องสาวจนหาย ทำให้มีชื่อเสียงไปทั่วหมู่บ้านและมีคนเจ็บคนไข้มาขอให้ช่วยรักษาหลายราย ทำให้คุณพ่อทองสาต้องศึกษาตำราจากใบลานนั้นจนความรู้เพิ่มพูน เมื่อมีคนไข้มาขอพึ่งพา คุณพ่อทองสาใช้ความรู้ที่ศึกษาจากตำรา ประกอบกับความเอาใจใส่และความเมตตากรุณา ช่วยแก้ไขเยียวยาให้คนไข้ได้มากรายขึ้นตามลำดับ จนชื่อเสียงเลื่องลือไปไกล ทำให้มีคนไข้มาจากทั้งกาฬสินธุ์ ยโสธร มุกดาหาร และร้อยเอ็ด

ความรู้จากตำราและประสบการณ์จากการดูแลรักษาคนเจ็บคนไข้ คุณพ่อทองสาเพิ่มพูนความรู้และสะสมสมุนไพร ทั้งพืชวัตถุ สัตว์วัตถุ และธาตุวัตถุ กว่า 500 ชนิด ทั้งจากละแวกบ้าน และในป่าผาน้ำย้อย ป่าสงวนแห่งชาติภูคำบก และป่าสงวนแห่งชาติ ภูแตงแซง คุณพ่อทองสามียาห่อใหญ่หลายห่อ เวลาไปรักษาคนไข้นอกบ้านก็หอบยาห่อใหญ่ไปด้วย ทำให้ชาวบ้านขนานนามท่านว่า "หมอทองสา หมอยาซุมใหญ่" คุณพ่อทองสานิยมปรุงเป็นรูปแบบ "ยาฝน" เพราะเห็นว่า "ยาฝนนี้ดี ทำง่ายและรวดเร็ว"

แม้ในปัจจุบันบริการการแพทย์และสาธารณสุขจะเจริญขึ้นมาก และกระจายไปถึงชนบทห่างไกล แต่คุณพ่อทองสาก็ยังเป็นที่พึ่งของคนไข้จำนวนมาก โดยเฉพาะในโรคเรื้อรังที่หายยาก เช่น อัมพฤกษ์-อัมพาต

นอกจากการช่วยเหลือเยียวยาคนเจ็บคนไข้แล้ว คุณพ่อทองสายังอุทิศตนถ่ายทอดความรู้แก่ลูกศิษย์ และนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และยังได้เรียบเรียงตำรับตำราไว้หลายเล่ม รวมทั้งได้รับการยอมรับให้เข้าไปให้บริการตรวจรักษาคนไข้ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเป็นประจำสัปดาห์ละวัน

คุณพ่อทองสาได้รับการยอมรับจากทางราชการ โดยคณะกรรมการวิชาชีพแพทย์แผนไทย มอบใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทยให้แก่ท่าน เมื่อปี 2554

ในปี 2556 ท่านได้รับยกย่องให้เป็น "ปราชญ์ชาวบ้านด้านยาสมุนไพรพื้นบ้าน" จากองค์การบริหารส่วนตำบลผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ปี 2557 ได้รับเกียรติบัตรเป็นหมอพื้นบ้านดีเด่น จ.ร้อยเอ็ด จากกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ปี 2558 ได้รับเกียรติบัตรยกย่องเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมประจำปี 2558 จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปี 2559 ได้รับยกย่องเป็นหมอไทยดีเด่น เขตบริการสุขภาพที่ 7 ของกระทรวงสาธารณสุข และในปีนี้คณะกรรมการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพแห่งชาติได้พิจารณาแล้วมีมติเอกฉันท์คัดเลือกและประกาศเกียรติคุณคุณพ่อทองสา เจริญตาเป็นหมอไทยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2560

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่