posttoday
จับตาแรนซัมแวร์ ช่องโหว่ยุคไอโอที

จับตาแรนซัมแวร์ ช่องโหว่ยุคไอโอที

24 สิงหาคม 2560

เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัยนับตั้งแต่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา การโจมตีของแรนซัมแวร์เกิดขึ้นมากกว่า 1,200 ครั้งทั่วโลก แต่ภาพรวมทั้งปีการโจมตีแรนซัมแวร์มีแนวโน้มว่าจะอยู่ในภาวะทรงตัว หรือไม่ได้เพิ่มขึ้นและลดลงแต่อย่างใด ด้วยเหตุผลที่การเกิดของตระกูลแรนซัมแวร์ลดลง

เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

นับตั้งแต่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา การโจมตีของแรนซัมแวร์เกิดขึ้นมากกว่า 1,200 ครั้งทั่วโลก แต่ภาพรวมทั้งปีการโจมตีแรนซัมแวร์มีแนวโน้มว่าจะอยู่ในภาวะทรงตัว หรือไม่ได้เพิ่มขึ้นและลดลงแต่อย่างใด ด้วยเหตุผลที่การเกิดของตระกูลแรนซัมแวร์ลดลง

ริค เฟอร์กูสัน รองประธานฝ่ายวิจัยระบบรักษาความปลอดภัย บริษัท เทรนด์ ไมโคร เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดแรนซัมแวร์ไม่ได้เติบโตเพิ่มขึ้น หลังจากพบว่าตระกูลแรนซัมแวร์ในปี 2559 มีถึง 246 ตัว หรือเติบโต 748% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และปีนี้พบว่าตระกูลแรนซัมแวร์เกิดใหม่ 29 ตัว

ขณะที่เป้าหมายการโจมตีในช่วงครึ่งปีแรกเกิดขึ้นที่ภูมิภาคเอเชีย มีการโจมตี 33.03% เนื่องจากวอนนาครายเกิดขึ้นที่จีน ส่วนตะวันออกกลาง 24.9% ลาตินอเมริกา 23.48% และอเมริกา 16%

ปัจจุบันแนวโน้มการโจมตีของแรนซัมแวร์ส่วนใหญ่มุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มธุรกิจมากกว่าจะเป็นการโจมตีบุคคล โดยจะเจาะไปที่ดาต้าเบสเป็นหลักในสัดส่วน 52% เอสคิวแอลไฟล์ 19% เว็บเพจ 14% Mac os 5% เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าโอกาสที่จะเกิดการโจมตีมายังสแปม 71% ชุดเจาะระบบ (Exploit kit) 18% แอพสโตร์ 3% ซึ่งส่วนใหญ่การโจมตีนั้นฝ่ายไอทีจะไม่รู้ในสัดส่วน 57% และรู้ตัว 43%

สำหรับการโจมตีอีกรูปแบบหนึ่ง คือ เพตยา โดยการเจาะระบบของ อีเทอร์นัลบลู เกิดการพัฒนาขึ้นที่เคนยา กลยุทธ์การโจมตีส่วนใหญ่ต้องการทำลายข้อมูล ไม่ประสงค์ต้องการเงิน ซึ่งเทรนด์การโจมตีในขณะนี้ ส่วนใหญ่จะไม่เรียกค่าไถ่ หรือเมื่อผู้เสียหายยอมจ่ายเงินแล้วจะส่งข้อมูลคืนให้หรือไม่ได้คืนเลย แต่จะเป็นลักษณะประกาศให้สาธารณชนรับรู้ว่าบริษัทโดนโจมตี เพื่อเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของบริษัทให้เสียหาย ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คู่ค้าและพันธมิตร นอกจากนี้ที่ผ่านมาองค์กรต่างๆ ปรับตัวได้หันมาแบ็กอัพข้อมูลไว้หลายไฟล์ เพื่อป้องกันแรนซัมแวร์โจมตี

การก้าวเข้าสู่สมาร์ทซิตี้ ไอโอที และ 5G ของประเทศต่างๆ ถือว่ามีความพร้อม เช่น เนเธอร์แลนด์ก้าวสู่สมาร์ทซิตี้ด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนอินเดียใช้สำหรับด้านระบบคมนาคมรวมทั้งการท่องเที่ยว สิงคโปร์ประกาศว่าเป็นประเทศสมาร์ทซิตี้การใช้พับลิก คลาวด์ การเป็นสมาร์ทโฮม รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุ แต่สิ่งที่น่ากังวล คือความพร้อมของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย

ไมล่า พิเลา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย เทรนด์แล็บส์ บริษัท เทรนด์ ไมโคร กล่าวว่า ปัจจุบันอุปกรณ์ไอโอทีหรือเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ยังไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยหรือการวางระบบรักษาความปลอดภัย เช่น การใช้กล้องซีซีทีวีติดนั้น ถ้าหากสามารถรู้ถึงหมายเลขประจำเครื่อง ก็สามารถใช้งานได้แล้ว เพราะระบบง่ายต่อการเข้าถึง ซึ่งพบ ว่าอุปกรณ์ภายในบ้านที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 10.1% มีช่องโหว่ และมีโอกาสที่การใช้งานจะเข้าไปเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นที่ประสงค์ร้าย 40.36%

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าการเกิดสมาร์ทซิตี้ ถ้าไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี จะเกิดการรั่วไหลของข้อมูล และเป็นภัยคุกคามมาสู่ผู้ใช้งาน การเกิดสมาร์ทโฮม หรืออุปกรณ์ภายในบ้านที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตจะไม่มีความปลอดภัย นั่นคือสิ่งที่ไทยต้อง เตรียมความพร้อม หากจะก้าวสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ในอนาคต ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึงผู้ใช้งานทั่วไป

การโจมตีในโลกไซเบอร์ พร้อมที่ จะพัฒนาตระกูลใหม่ๆ ออกมาอยู่เรื่อยๆ รวมทั้งการเข้าสู่ยุคไอโอที การใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ทำให้ธุรกิจและผู้บริโภคทั่วไปต้องเตรียมตั้งการ์ดรับมือมหันตภัยเงียบที่เกิดขึ้นบนโลกดิจิทัล n

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่