
มาตรฐานใหม่ ยูทูบ เฟซบุ๊ก
วันนี้เราคงหนีเทรนด์ของสื่อทีวีในยูทูบและเฟซบุ๊กไม่พ้น และผมเชื่อว่าคงไม่มีใครไม่เคยดูรายการทีวีที่ตัวเองชื่นชอบผ่าน 2 สื่อนี้
วันนี้เราคงหนีเทรนด์ของสื่อทีวีในยูทูบและเฟซบุ๊กไม่พ้น และผมเชื่อว่าคงไม่มีใครไม่เคยดูรายการทีวีที่ตัวเองชื่นชอบผ่าน 2 สื่อนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เราเริ่มไม่ดูทีวีจริงๆ แล้ว แต่เราพอใจที่จะดูผ่านยูทูบหรือเฟซบุ๊กแทน จนวันนี้ทีวีหลายๆ ช่องกำลังประสบปัญหาภาวะขาดทุน และถ้าช่องเหล่านั้นเป็นช่องเกิดใหม่ คงไม่น่าแปลกใจ แต่วันนี้หนึ่งในช่องที่กำลังประสบปัญหาคือ ช่อง 3 เพราะช่อง 3 คือ ช่องทีวีที่จับคนเมือง ซึ่งไวต่อการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี
แต่สิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนไปเลยในพฤติกรรมผู้ดูคือ
1.เรากำลังยอมรับการดูรายการทีวีที่ไม่ต้องดูพร้อมคนอื่น สมัยก่อน ละครทุกเรื่องที่เราติดตาม เราต้องรีบกลับบ้านดูให้ทันเวลา เพราะพรุ่งนี้จะได้มีเรื่องคุยกับเพื่อนๆ แต่เดี๋ยวนี้เรายินดีที่จะดูรายการทีวีทุกรายการย้อนหลังได้ เมื่อเราสะดวก โดยไม่รู้สึกว่าอรรถรสในการดูทีวีลดลง
2.เรากำลังยอมรับการดูรายการแบบไม่ต่อเนื่อง เพราะทุกวันนี้เวลาเราดูรายการต่างๆ ผ่านยูทูบ หรือเฟซบุ๊ก เราต้องทนรอภาพที่มันพร้อมจะกระตุกตลอดเวลา และวันนี้เรากำลังปรับสภาพที่จะยอมรับมันได้แต่โดยดี เพราะคิดว่ามันคือ ออนไลน์ แต่มองกลับกัน หากเป็นรายการทีวี โดนด่าแน่นอน
3.เรากำลังยอมรับรายการที่ไม่มีสคริปต์ ไม่มีการเขียนบท หรือมีเพียงหน้าคนพูดไปเรื่อยๆ เพราะบนโลกออนไลน์ รายได้ไม่ได้มากเหมือนสื่อทีวีสมัยก่อน ทำให้ทุกรายการจะต้องลดค่าโปรดักชั่นลง วันนี้จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นรายการบนยูทูบ หรือเฟซบุ๊ก ส่วนใหญ่มีแต่คนออกมาพูดแต่เพียงอย่างเดียว เพราะง่าย ประหยัด
4.เรากำลังยอมรับคุณภาพภาพและเสียงที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อเทียบกับดูโทรทัศน์ที่บ้าน หรือดูหนังในโรง วันนี้คุณภาพเสียงบนคอมพิวเตอร์ หรือบนโทรศัพท์มือถือ มีมาตรฐานที่ต่ำกว่ามาก แต่เรากลับยอมรับมัน
แปลกที่ว่าโลกเทคโนโลยีก้าวหน้าแต่กลับทำให้เรายอมรับคุณภาพต่างๆ ที่แย่ลง และสิ่งเหล่านี้กำลังจะก้าวเข้ามาปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน วิธีหารายได้ของคนทำสื่อทั้งระบบ หลังจากวันนี้คุณจะไม่แปลกใจที่จะมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับสื่อทีวีมาเรื่อยๆ เหมือนกับข่าวร้ายที่เคยเกิดขึ้นกับสื่อสิ่งพิมพ์มาก่อนหน้านี้
โลกเปลี่ยนไปแล้ว หน้าที่เราคือ จะปรับตัวเพื่ออยู่กับมันอย่างไร n







