posttoday
แนะบุกมัณฑะเลย์ ก่อนเพื่อนบ้านกินรวบ

แนะบุกมัณฑะเลย์ ก่อนเพื่อนบ้านกินรวบ

28 สิงหาคม 2560

พีรดา ปราศรีวงค์ ที่ผ่านมาการค้าการลงทุนกับประเทศเมียนมามีความไม่แน่นอนสูง จากความไม่ชัดเจนด้านกฎ ระเบียบต่างๆ แต่หลังจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งประกาศเปิดประเทศต้อนรับการค้าการลงทุนจากต่างประเทศอย่างเต็มสูบ ทำให้ทิศทางของเมียนมามีความชัดเจนขึ้น

พีรดา ปราศรีวงค์

ที่ผ่านมาการค้าการลงทุนกับประเทศเมียนมามีความไม่แน่นอนสูง จากความไม่ชัดเจนด้านกฎ ระเบียบต่างๆ แต่หลังจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งประกาศเปิดประเทศต้อนรับการค้าการลงทุนจากต่างประเทศอย่างเต็มสูบ ทำให้ทิศทางของเมียนมามีความชัดเจนขึ้น

ทรงกฤฎภ์ ตั้งกิตไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสบีเอส เอเซีย กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจจัดหาโซลูชั่นธุรกิจครบวงจร เล่าว่า ปัจจุบันรัฐบาลเมียนมาได้เดินหน้าพัฒนาประเทศอย่างเต็มกำลัง ทั้งโครงสร้างพื้นฐานการเดินทาง ระบบการขนส่ง การสร้างนิคมอุตสาหกรรม รองรับการลงทุนจากต่างประเทศในหลายพื้นที่

ทั้งนี้ ใน 1-2 ปีข้างหน้า เมียนมาจะมีเมืองท่าเศรษฐกิจที่มีความน่าสนใจต่อการลงทุน เช่น ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และตองยี ตามลำดับ โดยเฉพาะมัณ ฑะเลย์เป็นเมืองที่มีประชากรกว่า 6 ล้านคน รองจากย่างกุ้ง 8 ล้านคน โดยเป็นเมืองที่รัฐบาลมีแผนผลักดันให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม พร้อมเป็นเมืองด้านเศรษฐกิจควบคู่กัน

ปัจจุบันมัณฑะเลย์เป็นเมืองที่มีนักลงทุนจีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย โดยเฉพาะนักธุรกิจจีนได้ขยายการลงทุนจำนวนมาก ในกลุ่มของโรงไฟฟ้า สินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งที่ผ่านมานักลงทุนไทยไม่กล้าเข้าไปลงทุน เนื่องจาก เมียนมามีข้อจำกัดเรื่องไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ล่าสุดการเข้าไปลงทุนของนักธุรกิจจีน ทำให้มีการผลิตไฟฟ้าออกมาจำนวนมาก พร้อมรองรับภาคอุตสาหกรรมจากต่างประเทศที่สนใจเข้าไปลงทุน

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่านักลงทุนไทยมีมุมมองต่อเมียนมา มัณ ฑะเลย์ที่แตกต่างจากเพื่อนบ้านอย่างจีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ที่กล้าและตัดสินใจเข้าไปตั้งโรงงานในพื้นที่ใจกลางเมือง แต่คนไทยจะนิยมทำการค้าขายบริเวณด่านทางชายแดนเท่านั้น เช่น ทวาย แม่สอดเท่านั้น ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวไม่มีศักยภาพเท่าพื้นที่ในเมืองอย่างย่างกุ้ง มัณฑะเลย์

นอกจากนี้ นโยบายการผลักดันด้านการค้าการลงทุนของเมืองใหญ่มีความนิ่งมากกว่าเมืองในแถบชายแดน เพราะปัจจุบันเมียนมาได้ก้าวสู่ยุคประชาธิปไตยในการบริหารประเทศมากขึ้น ส่วนหนึ่งต้องการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า อองซานซูจี จะเป็นผู้นำขับเคลื่อนประเทศอย่างเต็มตัว ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวต่างชาติ

ทรงกฤฎภ์ บอกว่า นักลงทุนไทยมีมุมมองที่แปลกคือ ต้องการเป็นผู้ที่ส่งสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าไปจำหน่ายเท่านั้น ขณะที่นักลงทุนประเทศอื่นต้องการเป็นผู้ผลิต และตัดสินใจตั้งโรงงานในมัณฑะเลย์ ซึ่งมีความได้เปรียบเรื่องต้นทุนการบริหารจัดการถูกกว่าไทย 20% จากค่าจ้างแรงงานถูกกว่าไทย 1 เท่าตัว วัตถุดิบจำนวนมาก เป็นต้น ขณะที่สินค้าไทยมีต้นทุนเรื่องค่าขนส่งที่สูงกว่า ในอนาคตหากนักลงทุนไทยไม่ขยับการลงทุนเอง เชื่อว่าจะทำให้เกิดการแข่งขันได้ยาก

"ผมไม่อยากให้นักลงทุนไทยมองว่าตัวเองจะเป็นผู้ที่ส่งสินค้าเข้าไปขายเท่านั้น แต่ควรมองโอกาสการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิต เพื่อการเติบโตในระยะยาว โดยต้องไม่ลืมว่าการลงทุนในเมียนมาสามารถต่อยอดการขนส่งสินค้าต่อไปยังบังกลาเทศ อินเดีย และจีนได้ ทั้ง 3 ประเทศมีประชากรจำนวนมหาศาลที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูงรออยู่" ทรงกฤฎภ์ กล่าว

สำหรับสินค้าที่ยังเป็นที่ต้องการของมัณฑะเลย์ คือกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค การแปรรูปอาหาร สินค้าเกษตร โดยสินค้าไทยยังเป็นที่นิยมและให้ความเชื่อถือเรื่องคุณภาพที่ดี แต่นักธุรกิจเมียนมาส่วนใหญ่ไม่ต้องการซื้อขายระยะยาว แต่ต้องการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมการลงทุน

"การลงทุนในเมียนมาไม่ว่าเมืองไหน ปัจจัยหลักที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ต้องเฟ้นหาพันธมิตรที่มีแนวคิดการดำเนินธุรกิจในทิศทางเดียวกัน การวางแผนงานต้องมีความชัดเจน รอบคอบ เพราะกฎหมายเมียนมาให้ความคุ้มครองคนของตัวเองมากกว่าต่างชาติ" ทรงกฤฎภ์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร