posttoday
ยกเครื่องงานวิจัย รับไทยแลนด์ 4.0

ยกเครื่องงานวิจัย รับไทยแลนด์ 4.0

23 สิงหาคม 2560

อนัญญา มูลเพ็ญการปรับโครงสร้างการวิจัยและนวัตกรรมเป็นหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่า เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการแก้ไขจุดอ่อนที่นโยบายการวิจัยที่กระจัดกระจายอยู่ในความดูแลของหลายหน่วยงาน โดยยุบรวมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการวิจัยและพัฒนา 3 คณะ ให้เหลือสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวนช.) ทำหน้าที่เชิงนโยบายเพียงคณะเดียว

อนัญญา มูลเพ็ญ

การปรับโครงสร้างการวิจัยและนวัตกรรมเป็นหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่า เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการแก้ไขจุดอ่อนที่นโยบายการวิจัยที่กระจัดกระจายอยู่ในความดูแลของหลายหน่วยงาน โดยยุบรวมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการวิจัยและพัฒนา 3 คณะ ให้เหลือสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวนช.) ทำหน้าที่เชิงนโยบายเพียงคณะเดียว

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของการปรับโครงสร้างเชิงนโยบายการวิจัยของประเทศ "สุวิทย์ เมษินทรีย์" รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากเหลือ สวนช.เป็นคณะกรรมการเพียงคณะเดียวแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับย้ายหน่วยงานด้านการวิจัยที่ดูแลภาพรวมของนโยบายมาอยู่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีชั่วคราว เพื่อให้รับการสั่งการจากนายกรัฐมนตรีโดยตรงและดำเนินนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน

"เรื่องวิจัยที่ได้ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ไปแล้วคือ การรวมคณะกรรมการด้านนโยบายให้เหลือชุดเดียว แต่ปัญหายังไม่รู้ว่าการวิจัยของประเทศจะเน้นจุดไหนไปทิศทางใด ดังนั้นจึงกำหนดให้หน่วยงานที่ดูแลทิศทางของนโยบายภายใต้สำนักนายกฯ ขึ้นมาดูแล ซึ่งจะได้ข้อสรุปในไม่ช้านี้ โดยท่านวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกำลังดูรายละเอียด" นายสุวิทย์ กล่าว

รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การวิจัยของไทยในระยะที่ผ่านมามีปัญหาสำคัญ คือ เป็นงานวิจัยที่กระจัดกระจายเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และขาดการเชื่อมโยง ตอบสนองความต้องการของบุคคลมากกว่าความต้องการของประเทศและไม่สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

โดยการวิจัยและพัฒนาในระยะต่อไปต้องสามารถตอบโจทย์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่เป็นโครงสร้างเศรษฐกิจที่เน้นคุณค่า ซึ่งไม่ใช่การเปลี่ยนประเทศไทยจากประเทศเกษตรกรรมไปเป็นอุตสาหกรรมและบริการ แต่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากความถนัดของตัวเองคือภาคเกษตร โดยในไทยแลนด์ 4.0 นี้ประกอบไปด้วยระบบเศรษฐกิจ 3 ระบบ คือ 1.ระบบเศรษฐกิจไหลเวียน จากเดิมที่เคยใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ยั้งคิด ไปสู่การอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด

2.ระบบเศรษฐกิจกระจายตัว จากเดิมที่ความมั่งคั่งและโอกาสที่กระจุกตัวไปสู่การกระจายความมั่งคั่งและโอกาส และ 3.ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม จากเดิมที่เน้นเงินทุนและทุนทางกายภาพ ไปสู่การเน้นปัญญามนุษย์และเทคโนโลยี

การที่ต้องสนับสนุนเศรษฐกิจทั้ง 3 ระบบเพื่อตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ทำให้ต้องปรับนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมของประเทศใน 5 เรื่องสำคัญ คือ 1.เปลี่ยนจากการวิจัยที่เพื่อตอบโจทย์ผู้วิจัย ไปสู่การวิจัยที่มาจากความต้องการของปรเทศ สังคมและภาคธุรกิจ

2.หัวข้อการวิจัยที่เคยกระจายเป็นชิ้นๆ เบี้ยหัวแตก ปรับเปลี่ยนเป็นกำหนดวาระการวิจัยเรื่องใหญ่ๆ ให้ชัดเจน 3.เปลี่ยนจากทำวิจัยทุกเรื่องแต่ไม่เก่งสักเรื่อง ไปเป็นเก่งบางเรื่องที่สำคัญ แต่เก่งที่สุด 4.เปลี่ยนจากเน้นพัฒนาเพื่อความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี มาเป็นเน้นการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และ 5.จากต่างคนต่างคิด มาเป็นการสร้างเครือข่ายการพัฒนานวัตกรรมและวิจัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการวิจัยตามแนวทางประชารัฐ

ทั้งนี้ ตัวอย่างการรวมตัวพัฒนาอย่างเป็นเครือข่ายนั้นล่าสุดมหาวิทยาลัยในภูมิภาค 9 แห่ง ที่รวมตัวกันเป็น University Creative Counsel Network หรือ UCC Network ที่จะเป็นเครือข่ายมหาวิทยาลัยที่จะสร้างบุคลากรให้มีความคิดสร้างสรรค์ โดยนำงานวิจัยของมหาวิทยาลัยไปบูรณาการกับศักยภาพของพื้้นที่เพื่อให้เกิดนวัตกรรมส่งผลต่อการสร้างสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง เพิ่มรายได้ของท้องถิ่น

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร