
ดัชนีนักลงทุนเพิ่ม-เงินบาทแข็งต่อ
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย นายกโบรกเกอร์มองหุ้นจะกลับมาดีไตรมาส 4 ส่วนตราสารหนี้ชี้เงินบาทแข็งต่อ
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย นายกโบรกเกอร์มองหุ้นจะกลับมาดีไตรมาส 4 ส่วนตราสารหนี้ชี้เงินบาทแข็งต่อ
นายสันติ กีระนันทน์ ผู้แทนสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเดือน ส.ค.อีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 104.01 เพิ่มขึ้น 3.99% จากเดือนก่อน และอยู่ในระดับทรงตัวเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน มุมมองนักลงทุนรายกลุ่ม นักลงทุนสถาบันต่างประเทศที่ลดลงหนักสุดถึง 20% และนักลงทุนสถาบันในประเทศลดลง 4.35% ส่วนมุมมองที่เพิ่มขึ้นคือ บัญชีบริษัทหลักทรัพย์สูงถึง 33.33% และนักลงทุนรายบุคคลเพิ่มขึ้น 16.72%
สำหรับปัจจัยที่มองว่าช่วยทั้งสนับสนุนและฉุดตลาดหุ้นคือ การขยายตัวเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่วนหุ้นหมวดที่น่าลงทุนคือ การท่องเที่ยวและสันทนาการ ส่วนหมวดแฟชั่นไม่น่าสนใจมากที่สุด
นายสุรัตน์ จิรจรัสพร หัวหน้าฝ่ายบริการราคาตราสารหนี้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 49 ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% ในการประชุมวันที่ 16 ส.ค.นี้
ทั้งนี้ แนวโน้มค่าเงินบาทจะแข็งค่าเพราะมีดุลบัญชีเดินสะพัดที่แข็งแกร่ง และมี 4 ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คือ กองทุนรวมในประเทศที่ไปลงทุนในต่างประเทศถึงเวลาครบกำหนดการลงทุน (โรลโอเวอร์) ต้องแปลงค่าเงินจากดอลลาร์สหรัฐมาซื้อเงินบาท ผู้ลงทุนต่างชาติไม่ยอมป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน (เฮดจิ้ง) เพราะยังได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ตุรกีซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่โดนลดอันดับเครดิตเม็ดเงินต้องไหลมาตลาดเกิดใหม่ประเทศอื่น และการที่นักลงทุนประเภทความมั่งคั่ง (ไพรเวทเวลธ์) ที่หันมาลงทุนในตลาดตราสารหนี้มากขึ้น โดยพักเงินช่วงตลาดหุ้นทรงตัว
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย คาดว่า เม็ดเงินต่างชาติและหุ้นไทยจะกลับมาดีในไตรมาส 4 ต้องรอให้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ออกมาชัดเจน คาดว่ากำไรสุทธิต่อหุ้น บจ.ปีนี้เติบโตเพียง 4% จากต้นปีมองไว้ที่ 9% เพราะหุ้นไทยไม่น่าสนใจ แต่ระยะกลางถึงยาวเชื่อว่าหุ้นไทยราคาถูกแล้วเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นที่เริ่มแพง







