
‘โสภณ ราชรักษา’ แก้ปัญหาด้วยการคิดบวก
หลัง เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์(ประเทศไทย) ของเจ้าสัว “เจริญ สิริวัฒนภักดี” อัดฉีดเงินเพิ่มทุน 1.32 หมื่นล้านบาทให้กับ
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
หลัง เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์(ประเทศไทย) ของเจ้าสัว “เจริญ สิริวัฒนภักดี” อัดฉีดเงินเพิ่มทุน 1.32 หมื่นล้านบาทให้กับ บริษัท ไทคอนอินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON)ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 40% ทำให้เมื่อต้นปีนี้ที่ผ่านมาได้ทีมบริหารมาร่วมงานโดย “โสภณ ราชรักษา” ผู้อำนวยการใหญ่เป็นหนึ่งในนั้น
โสภณ จบปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลไทยไปเรียนต่อในระดับปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต ที่สหรัฐ เพราะเรียนแล้วรู้สนุกและมองว่ามีโอกาสก้าวหน้าในอนาคต
หลังจบปริญญาโทกลับมาไทยต้องทำงานเป็นระยะเวลา 4 ปี เพื่อใช้ทุนตามเงื่อนไขระเบียบที่กำหนดไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในปี 2538 ทำงานไปถึง 7 ปีมากกว่าเงื่อนไขที่กำหนดไว้ และมองว่าเป็นโอกาสที่ได้ทำงานตอบแทนประเทศด้วย
หน้าที่ของเขาในบีโอไอคือดูแลการลงทุนในต่างประเทศ โดยเข้าไปสำรวจการพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมของกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ถือเป็นทีมงานกลุ่มแรกของบีโอไอที่มีนโยบายส่งเสริมให้คนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศ รวมถึงยังได้ร่วมทำงานวางแผนยุทธศาสตร์ของบีโอไอในยุคที่ “สถาพร กวิตานนท์” เป็นเลขาธิการบีโอไอ
ระหว่างทำงานมีโอกาสได้รับทุนจากศึกษาระดับปริญญาโทจากรัฐบาลญี่ปุ่น ไปศึกษาต่อในคณะรัฐประศาสนศาสตร์ จากเนชั่นแนล เกรดูเอท อินสติวฟอร์ โพลีซี สตาดิส์ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
อีกประมาณ 1 ปี หลังจบกลับมาอยากออกไปสัมผัสเรียนรู้งานภาคเอกชน ประกอบมีผู้ใหญ่ชักชวนให้มาทำงาน ในกลุ่มบริษัท ทีซีซี ของคุณ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลาประมาณ 13 ปี ในช่วงเริ่มต้นงานที่กลุ่มทีซีซี มีหน้าที่เข้าไปดูแลจัดองค์กรโฮลดิ้งคอมพานี
จากนั้นในปี 2550 ได้เปลี่ยนมาดูแลกลุ่มงานอสังหาริมทรัพย์ อาทิ ด้านโรงแรม คอมเมอร์เชียล การบริหารจัดการที่ดิน รวมถึงการตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ถือว่าเป็นช่วงที่มีโอกาสได้เรียนรู้ประสบการณ์การทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ค่อนมากในช่วงนั้น
เมื่อบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) ได้เข้ามาลงทุนถือหุ้นใน TICON จึงได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่เพราะว่าตนเองเคยมีประสบการณ์การทำงานทั้งด้านอุตสาหกรรมในช่วงที่เคยทำงานในบีโอไอในเรื่องงานการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจเชิงอุตสาหกรรมรวม และงานด้านอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มทีซีซีด้วย จึงถูกส่งมาร่วมงานใน TICON
ตำแหน่งงานสุดท้ายในกลุ่มทีซีซีก่อนที่จะมาร่วมงานที่ TICON คือ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีซีซี แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์
“ยังไม่เคยทำงานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในด้านอุตสาหกรรม ขณะที่โมเดลธุรกิจของไทคอนจะเริ่มจากการหาซื้อที่ดินจนถึงขั้นตอนการจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) รวมถึงมีการพัฒนาบริหารจัดการโครงการในระหว่างทาง ถือเป็นประสบการณ์ที่ตนเองเคยผ่านการทำงานมาแล้วในเชิงแวลูเชน เพียงแค่เปลี่ยนลักษณะของสินทรัพย์ เพราะในอดีตเคยทำด้านโรงแรม อาคารสำนักงานให้เช่าเชิงพาณิชย์ เปลี่ยนสินทรัพย์มาเป็นอุตสาหกรรมแทน ได้ใช้ความรู้ประสบการณ์และเครือข่ายในสมัยที่เคยทำงานที่บีโอไอมาร่วมประยุกต์ใช้ด้วย”
อีกงานที่มีโอกาสได้รับคือการเป็นกรรมการ ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มีช่วยพัฒนาระบบราชการ 4.0 เพราะต้องการคนจากภาคเอกชนที่เคยมีประสบการณ์ทำงานในองค์กรรัฐบาลมาช่วยงานด้วย
ทั้ังนี้ เมื่อเปรียบเทียบงานภาคราชการที่บีโอไอกับงานภาคเอกชนที่ทำในปัจจุบัน งานราชการมีระบบ ระเบียบขั้นตอนการทำงานที่ค่อนข้างมาก ถือเป็นสิ่งที่ดีช่วยสอนให้มีการวางแผนขั้นตอนการทำงาน การคิดอย่างมีระบบ มีระบบการตรวจสอบให้มีความโปร่งใส เพราะการทำงานไม่สามารถตัดสินใจทันทีแบบพลการออกไปได้ ซึ่งสามารถนำมาใช้กับการทำงานเอกชนได้เป็นอย่างดี อีกข้อดีของการทำงานที่บีโอไอคือการทำงานสัมผัสร่วมกับเอกชนอยู่ตลอดเวลาเพราะถือเป็นลูกค้าของบีโอไอ เมื่อทำงานเอกชนทำให้พบว่าวิธีตัดสินใจ ขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้การทำงานจะมีจำนวนมากกว่าในระบบงานราชการ แต่การตัดสินใจในบางเรื่องสำคัญของเอกชนต้องการความรวดเร็ว
หลักการหรือปรัชญาทำงานที่ประจำในการบริหารงานคือการคิดบวกไว้ก่อน เมื่อเวลาเผชิญปัญหาทั้งเรื่องการทำงานหรือนอกเหนือเรื่องงานจะพยายามคิดหาโซลูชั่นในการแก้ปัญหา ไม่หนีหรือทิ้งปัญหาเพราะการทำงานคือการอยู่กับปัญหา
ดังนั้น ในฐานะผู้บริหารต้องเป็นศูนย์กลางที่จะต้องเข้าไปมีส่วนสำคัญช่วยแก้ปัญหา เพราะเชื่อว่าทุกปัญหามีวิธีแก้ ส่วนวิธีการพัฒนาตัวเองมองโชคดี คือ การมีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดผู้ใหญ่ในช่วงบีโอไอมีหน้าที่คล้ายกับคณะทำงานเฉพาะกิจทำ รวมถึงทำงานใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ในภาคเอกชนให้ได้เรียนรู้วิธีการคิดตัดสินใจของผู้ใหญ่สอนความเป็นผู้นำจากผู้ใหญ่หลายท่านนำมาปรับใช้เป็นรูปแบบของตัวเองได้







