posttoday
‘โสภณ ราชรักษา’ แก้ปัญหาด้วยการคิดบวก

‘โสภณ ราชรักษา’ แก้ปัญหาด้วยการคิดบวก

05 สิงหาคม 2560

หลัง เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์(ประเทศไทย) ของเจ้าสัว “เจริญ สิริวัฒนภักดี” อัดฉีดเงินเพิ่มทุน 1.32 หมื่นล้านบาทให้กับ

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

หลัง เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์(ประเทศไทย) ของเจ้าสัว “เจริญ สิริวัฒนภักดี” อัดฉีดเงินเพิ่มทุน 1.32 หมื่นล้านบาทให้กับ บริษัท ไทคอนอินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON)ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 40% ทำให้เมื่อต้นปีนี้ที่ผ่านมาได้ทีมบริหารมาร่วมงานโดย “โสภณ ราชรักษา” ผู้อำนวยการใหญ่เป็นหนึ่งในนั้น

โสภณ จบปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลไทยไปเรียนต่อในระดับปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต ที่สหรัฐ เพราะเรียนแล้วรู้สนุกและมองว่ามีโอกาสก้าวหน้าในอนาคต

หลังจบปริญญาโทกลับมาไทยต้องทำงานเป็นระยะเวลา 4 ปี เพื่อใช้ทุนตามเงื่อนไขระเบียบที่กำหนดไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในปี 2538 ทำงานไปถึง 7 ปีมากกว่าเงื่อนไขที่กำหนดไว้ และมองว่าเป็นโอกาสที่ได้ทำงานตอบแทนประเทศด้วย

หน้าที่ของเขาในบีโอไอคือดูแลการลงทุนในต่างประเทศ โดยเข้าไปสำรวจการพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมของกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ถือเป็นทีมงานกลุ่มแรกของบีโอไอที่มีนโยบายส่งเสริมให้คนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศ รวมถึงยังได้ร่วมทำงานวางแผนยุทธศาสตร์ของบีโอไอในยุคที่ “สถาพร กวิตานนท์” เป็นเลขาธิการบีโอไอ

ระหว่างทำงานมีโอกาสได้รับทุนจากศึกษาระดับปริญญาโทจากรัฐบาลญี่ปุ่น ไปศึกษาต่อในคณะรัฐประศาสนศาสตร์ จากเนชั่นแนล เกรดูเอท อินสติวฟอร์ โพลีซี สตาดิส์ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

อีกประมาณ 1 ปี หลังจบกลับมาอยากออกไปสัมผัสเรียนรู้งานภาคเอกชน ประกอบมีผู้ใหญ่ชักชวนให้มาทำงาน ในกลุ่มบริษัท ทีซีซี ของคุณ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลาประมาณ 13 ปี ในช่วงเริ่มต้นงานที่กลุ่มทีซีซี มีหน้าที่เข้าไปดูแลจัดองค์กรโฮลดิ้งคอมพานี

จากนั้นในปี 2550 ได้เปลี่ยนมาดูแลกลุ่มงานอสังหาริมทรัพย์ อาทิ ด้านโรงแรม คอมเมอร์เชียล การบริหารจัดการที่ดิน รวมถึงการตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ถือว่าเป็นช่วงที่มีโอกาสได้เรียนรู้ประสบการณ์การทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ค่อนมากในช่วงนั้น

เมื่อบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) ได้เข้ามาลงทุนถือหุ้นใน TICON จึงได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่เพราะว่าตนเองเคยมีประสบการณ์การทำงานทั้งด้านอุตสาหกรรมในช่วงที่เคยทำงานในบีโอไอในเรื่องงานการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจเชิงอุตสาหกรรมรวม และงานด้านอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มทีซีซีด้วย จึงถูกส่งมาร่วมงานใน TICON

ตำแหน่งงานสุดท้ายในกลุ่มทีซีซีก่อนที่จะมาร่วมงานที่ TICON คือ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีซีซี แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์

“ยังไม่เคยทำงานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในด้านอุตสาหกรรม ขณะที่โมเดลธุรกิจของไทคอนจะเริ่มจากการหาซื้อที่ดินจนถึงขั้นตอนการจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) รวมถึงมีการพัฒนาบริหารจัดการโครงการในระหว่างทาง ถือเป็นประสบการณ์ที่ตนเองเคยผ่านการทำงานมาแล้วในเชิงแวลูเชน เพียงแค่เปลี่ยนลักษณะของสินทรัพย์ เพราะในอดีตเคยทำด้านโรงแรม อาคารสำนักงานให้เช่าเชิงพาณิชย์ เปลี่ยนสินทรัพย์มาเป็นอุตสาหกรรมแทน ได้ใช้ความรู้ประสบการณ์และเครือข่ายในสมัยที่เคยทำงานที่บีโอไอมาร่วมประยุกต์ใช้ด้วย”

อีกงานที่มีโอกาสได้รับคือการเป็นกรรมการ ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มีช่วยพัฒนาระบบราชการ 4.0 เพราะต้องการคนจากภาคเอกชนที่เคยมีประสบการณ์ทำงานในองค์กรรัฐบาลมาช่วยงานด้วย

ทั้ังนี้ เมื่อเปรียบเทียบงานภาคราชการที่บีโอไอกับงานภาคเอกชนที่ทำในปัจจุบัน งานราชการมีระบบ ระเบียบขั้นตอนการทำงานที่ค่อนข้างมาก ถือเป็นสิ่งที่ดีช่วยสอนให้มีการวางแผนขั้นตอนการทำงาน การคิดอย่างมีระบบ มีระบบการตรวจสอบให้มีความโปร่งใส เพราะการทำงานไม่สามารถตัดสินใจทันทีแบบพลการออกไปได้ ซึ่งสามารถนำมาใช้กับการทำงานเอกชนได้เป็นอย่างดี อีกข้อดีของการทำงานที่บีโอไอคือการทำงานสัมผัสร่วมกับเอกชนอยู่ตลอดเวลาเพราะถือเป็นลูกค้าของบีโอไอ เมื่อทำงานเอกชนทำให้พบว่าวิธีตัดสินใจ ขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้การทำงานจะมีจำนวนมากกว่าในระบบงานราชการ แต่การตัดสินใจในบางเรื่องสำคัญของเอกชนต้องการความรวดเร็ว

การทำงานในบีโอไอยังได้ในเรื่องความสัมพันธ์ เพราะเพื่อนหลายคนที่เคยร่วมงานในบีโอไอมีความก้าวหน้าเติบโตในองค์กร รวมถึงผู้ใหญ่ที่เคยร่วมงานด้วยในตอนนั้นหน้าที่การงานเติบโตขึ้นไปนั่งตำแหน่งระดับสูงในองค์กรภาครัฐ ในการทำงานไทคอนก็มีโอกาสเข้าไปปรึกษาหารือกับบีโอไอเพราะไทคอนถือเป็นลูกค้าของบีโอไอด้วย

หลักการหรือปรัชญาทำงานที่ประจำในการบริหารงานคือการคิดบวกไว้ก่อน เมื่อเวลาเผชิญปัญหาทั้งเรื่องการทำงานหรือนอกเหนือเรื่องงานจะพยายามคิดหาโซลูชั่นในการแก้ปัญหา ไม่หนีหรือทิ้งปัญหาเพราะการทำงานคือการอยู่กับปัญหา

ดังนั้น ในฐานะผู้บริหารต้องเป็นศูนย์กลางที่จะต้องเข้าไปมีส่วนสำคัญช่วยแก้ปัญหา เพราะเชื่อว่าทุกปัญหามีวิธีแก้ ส่วนวิธีการพัฒนาตัวเองมองโชคดี คือ การมีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดผู้ใหญ่ในช่วงบีโอไอมีหน้าที่คล้ายกับคณะทำงานเฉพาะกิจทำ รวมถึงทำงานใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ในภาคเอกชนให้ได้เรียนรู้วิธีการคิดตัดสินใจของผู้ใหญ่สอนความเป็นผู้นำจากผู้ใหญ่หลายท่านนำมาปรับใช้เป็นรูปแบบของตัวเองได้

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร