
เร่งผลักดันการค้าไทย-ฮ่องกง
"บิ๊กตู่" จีบฮ่องกงตั้งสำนักงานการค้าในไทย พร้อมผลักดันเขตการค้าเสรีกับอาเซียน หวังใช้ฮ่องกงประตูเชื่อมจีนดึงลงทุนอีอีซี
"บิ๊กตู่" จีบฮ่องกงตั้งสำนักงานการค้าในไทย พร้อมผลักดันเขตการค้าเสรีกับอาเซียน หวังใช้ฮ่องกงประตูเชื่อมจีนดึงลงทุนอีอีซี
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2560 นางแครี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง พร้อมคณะนักธุรกิจเข้าเยี่ยมคารวะและหารือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งการเยือนของผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกงครั้งนี้มาจากมุมมองต่อบรรยากาศการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะมีความเชื่อมั่นมากขึ้น
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญฮ่องกงมาตั้งสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย (HKETO) เนื่องจากมองว่าฮ่องกงมีความสามารถในด้านระบบป้องกันความปลอดภัย ทั้งเรื่องการป้องกันบริการสาธารณะของรถไฟฟ้า ภัยพิบัติธรรมชาติ จึงต้องการนำความรู้มาพัฒนาในประเทศ
นายสมคิด กล่าวว่า รัฐบาลไทยต้องการผลักดันการเจรจาเขตการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง เพื่อให้บรรลุข้อตกลงในเชิงลึก ผ่านความร่วมมือในหลายด้านนอกเหนือจากการตกลงเรื่องลดหย่อนภาษีระหว่างกัน ขณะที่ฮ่องกงมองว่าไทยเป็นจุดศูนย์กลางของกลุ่ม CLMVT จึงต้องการให้ไทยส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยง CLMVT กับฮ่องกง เพื่อให้ฮ่องกงเป็นประตูการค้าไปสู่จีน แต่ความเชื่อมโยงจะเกิดได้ต้องมีการร่วมมือในด้านต่างๆ ซึ่งในการหารือกับนางแลม ส่วนตัวจะเสนอให้มีการประชุมร่วมระดับสูงของทั้งไทยและฮ่องกง เพื่อเจรจาด้านต่างๆ ให้มีความคืบหน้า
พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเดินทางเยือนไทยของผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง ถือเป็นประเทศแรกภายหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา และเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในกรอบการเยือนทวิภาคีของผู้บริหารสูงสุด
"ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้มากยิ่งขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีหวังว่ารัฐบาลฮ่องกงจะสนับสนุนและเชิญชวนให้บริษัทเอกชนเหล่านี้มาลงทุนในไทย และใช้ไทยเป็นฐานเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศ CLMV โดยไทยเป็นประตูสำหรับฮ่องกงเข้าสู่ตลาดอาเซียน ขณะที่ฮ่องกงเป็นประตูของไทยในการเข้าสู่จีน" พล.ท.วีรชน กล่าว
ทั้งนี้ นอกจากการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยังจะเพิ่มความร่วมมือทางด้านการศึกษา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายให้คืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม







