posttoday
กองทุน CMDF หนุนสตาร์ทอัพพันล้าน

กองทุน CMDF หนุนสตาร์ทอัพพันล้าน

31 กรกฎาคม 2560

บงกชรัตน์ สร้อยทองตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นเจ้าภาพจัดงาน "การเข้าถึงเงินทุนจาก VC โดยสตาร์ทอัพ" โดยหารือร่วมกับผู้บริหารจากหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรสนับสนุน รวมทั้งเอกชนที่มีการเข้าไปลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ (Corporate Venture Capital หรือ CVC)

บงกชรัตน์ สร้อยทอง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นเจ้าภาพจัดงาน "การเข้าถึงเงินทุนจาก VC โดยสตาร์ทอัพ" โดยหารือร่วมกับผู้บริหารจากหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรสนับสนุน รวมทั้งเอกชนที่มีการเข้าไปลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ (Corporate Venture Capital หรือ CVC)

เกศรา มัญชุศรี กรรมการและ ผู้จัดการ ตลท. แถลงว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) เพิ่งอนุมัติให้จัดตั้งกองทุน CVC ขึ้นมา 1,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้สำหรับการพัฒนาและสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพเพื่อช่วยในอุตสาหกรรมตลาดทุน โดยหลักจะเน้นไปในการลงทุนเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยี อีกด้าน หนึ่งก็ต้องเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนกลับมาด้วย แต่ในรายละเอียดคงมาพิจารณาดูว่าจะเป็นการดำเนินงานของหน่วยงาน ตลท. ซึ่งอาจเป็นการให้คนภายนอกหรือบริษัทต่างประเทศเข้ามาพัฒนา ซึ่งเบื้องต้นอาจเป็นการนำเงินมาจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF)

อย่างไรก็ตาม ตามที่ภาครัฐต้องการให้ ตลท.สนับสนุนและเป็นตัวกลางในการเข้าไปลงทุนในสตาร์ทอัพมากกว่า 1,000 ล้านบาทนั้น ต้องไปหารือใน รายละเอียดเพิ่มเติมว่าควรจะเป็นเงินที่รวมอยู่ในสิ่งที่ ตลท.เพิ่งมีการอนุมัติไว้ หรือจะเป็นเงินที่ให้การสนับสนุนเพิ่มเติมอีก

อรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการ ดิจิทัล เวนเจอร์ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ความสำเร็จของสตาร์ทอัพไทยยังมีความห่างไกลจากหลายประเทศ ปัจจุบันสตาร์ทอัพ 1 แห่ง เกิดขึ้นได้เทียบกับจำนวนประชากร 1.13 แสนคน แตกต่างจากอิสราเอลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดต่อ 1,700 คน จีนต่อ 2,300 คน สิงคโปร์ 2,500 คน และจีน 8,500 คน

ที่ผ่านมา มีต่างชาติแสดงความสนใจลงทุนสตาร์ทอัพในไทย เพราะมองว่าไทยเป็นเกตเวย์ในการลงทุน แต่ปัจจุบันไม่มีสตาร์ทอัพที่เพียงพอให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน ซึ่งถือเป็น เทรนด์เดียวกับทั่วโลกที่ปี 2559 มีเงินลงทุนสตาร์ทอัพทั่วโลกอยู่ที่ 1.27 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเมื่อเทียบกับ ปี 2558 สะท้อนให้เห็นว่าเงินพร้อมที่จะเข้ามาลงทุนธุรกิจสตาร์ทอัพ แต่ยังมีกลุ่มที่มีแนวคิดดี เจ๋ง ออกมาให้เห็นน้อย

ชาคริต จันทร์รุ่งสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สิริเวนเจอร์ ของ บริษัท แสนสิริ มองว่าปัจจุบันทุกคนไปให้ความสำคัญกับปลายน้ำคือการจัดตั้งแล้ว แต่ควรให้ความสำคัญกับจุดตั้งต้นทำให้สตาร์ทอัพเติบโตได้คือ การเข้าไปร่วมลงทุนตั้งต้นของการทำธุรกิจ (Angel Fund) เพราะจะเป็นตัวแปรหลักที่จะทำให้สตาร์ทอัพ ขับเคลื่อนไปได้ เพราะเป็นบุคคลหรือกลุ่มการลงทุนที่พร้อมและตั้งใจจะ ใส่เงินไปลงทุน เพราะเป็นการร่วมทุนที่เล็กน้อย

คิมห์ สิริทวีชัย รองกรรมการ ผู้อำนวยการ สายงานบริหารการลงทุน บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า มีการลงทุนสตาร์ทอัพที่ต่อเนื่องมา 2-3 ปีแล้ว เฉลี่ยปีละ 200 ล้านบาท โดยสตาร์ทอัพที่เป็นที่รู้จักและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องก็มีแอพพลิเคชั่นวงในที่แนะนำเรื่องอาหาร ซึ่งก็เริ่มเห็นตัวเลขกำไรและมีแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในอีก 3 ปี และยังมีพันธมิตรมากมายอย่างไลน์แมน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร