posttoday
ยุติความรุนแรงต่อเพื่อนมนุษย์ : งานท้าทายของใคร?

ยุติความรุนแรงต่อเพื่อนมนุษย์ : งานท้าทายของใคร?

24 กรกฎาคม 2560

ศ.ดร.โกวิทย์ พวงงามผมเข้าใจว่า ผู้ที่ศึกษาและทำงานมาทางด้านสังคมสงเคราะห์และการพัฒนา จะได้รับการปลูกฝังการทำงานในฐานะเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในมนุษย์ เพราะได้ปฏิบัติงานสัมพันธ์กับมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน ผู้มีงานทำในวัยแรงงาน วัยผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่างๆ โดยผู้ทำงานด้านสังคมสงเคราะห์และการพัฒนานั้น เห็นว่าต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติพิเศษ โดยเฉพาะการเป็นผู้ที่มีจิตใจเป็นมิตร เข้าใจ และเข้าถึง "ชีวิตเพื่อนมนุษย์" และการหาวิธีการจะทำอย่างไรที่จะทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเต็มภาคภูมิ

ศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม

ผมเข้าใจว่า ผู้ที่ศึกษาและทำงานมาทางด้านสังคมสงเคราะห์และการพัฒนา จะได้รับการปลูกฝังการทำงานในฐานะเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในมนุษย์ เพราะได้ปฏิบัติงานสัมพันธ์กับมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน ผู้มีงานทำในวัยแรงงาน วัยผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่างๆ โดยผู้ทำงานด้านสังคมสงเคราะห์และการพัฒนานั้น เห็นว่าต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติพิเศษ โดยเฉพาะการเป็นผู้ที่มีจิตใจเป็นมิตร เข้าใจ และเข้าถึง "ชีวิตเพื่อนมนุษย์" และการหาวิธีการจะทำอย่างไรที่จะทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเต็มภาคภูมิ

พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ให้ไว้ในพิธีเปิดการประชุมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2505 ความว่า

"...การสังคมสงเคราะห์นั้น มีความหมายกว้างขวางมาก กินความถึงการดำเนินการทุกอย่างที่จะช่วยเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ หรือกลุ่มชนที่ร่วมกันเป็นสังคม เป็นชาติ และผู้ที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ให้มีความสุขทั้งกายและจิตใจ ให้ได้มีปัจจัยจำเป็นแก่การครองชีพ คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และการบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ ได้รับการศึกษาอบรมตามควร ตลอดจนความรู้ที่จะนำมาเลี้ยงชีพโดยสุจริต..."

ตามพระราชดำรัสข้างต้น สำหรับผมเห็นว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงบอกถึงแนวทางการทำงานว่า "งานสังคมสงเคราะห์เป็นงานที่เกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ และเป็นงานที่ต้องทำให้เพื่อนมนุษย์ทุกกลุ่ม" เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะการให้มีปัจจัยจำเป็นในการครองชีพ มีอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และการบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ และได้รับการศึกษาอบรมตามสมควร และมีความรู้เลี้ยงชีพโดยสุจริต พึ่งตนเองได้

สำหรับผมเชื่อว่า "การเกื้อกูลมนุษย์และการทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เป็นการทำให้สังคมโลกนี้และสังคมไทยเป็นสังคมไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่เป็นสุข" และน่าจะเป็นเป้าหมายที่พึงประสงค์ของการพัฒนาประเทศโดยรวม

ผมจึงเห็นว่า ผู้ที่ศึกษาและทำงานด้านสังคมสงเคราะห์และพัฒนา ถือว่าเป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมให้เพื่อนมนุษย์เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ และจะทำอย่างไรให้มนุษย์เกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มีความเป็นมิตรภาพแก่กัน ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจร่วมกันของผู้ที่ทำงานรับผิดชอบด้านการพัฒนามนุษย์นี้ ซึ่งมีนักสังคมสงเคราะห์ นักพัฒนาด้านต่างๆ ที่กระจายอยู่ในภาคส่วนต่างๆ ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคส่วนของธุรกิจ เอกชน องค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาสังคม เป็นต้น

ผมจึงเข้าใจว่า นโยบายรัฐที่วางยุทธศาสตร์การพัฒนาและภาคส่วนที่ทำงานเกี่ยวกับการส่งเสริมให้มนุษย์เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ รวมทั้งการพัฒนามนุษย์ (คน) ให้มนุษย์มีคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่อย่างมีความสุขทั้งกายและจิตใจนั้น กำลังถูกตั้งคำถามหรือมีโจทย์ต่อรัฐบาล หน่วยงานราชการ นักสังคมสงเคราะห์และนักพัฒนา ว่า "การพัฒนาประเทศที่มีผลความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมจะก้าวไปสู่ความทันสมัย หรืออาจเรียกได้ว่าการผลักดันให้ประเทศก้าวไปสู่วาระประเทศไทย 4.0 นั้น จะมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างไรกับปัญหาสังคมที่มีความรุนแรงต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างไร"

เป็นต้นว่า ปัญหาความโหดร้าย ของเพื่อนมนุษย์ที่ทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันทวีความรุนแรงมากขึ้น มีทั้งเหตุการณ์สะเทือนขวัญ การล่วงละเมิดทางเพศ พ่อแม่ฆ่าลูก ลูกฆ่าแม่ พระ-เณรฆ่ากัน เป็นต้น และในที่สุด การพัฒนาสังคมกำลังจะพัฒนาก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวด้านมโนสำนึกต่อเพื่อนมนุษย์ และความลดน้อยถอยลงในการช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ รวมทั้งความรับผิดชอบที่ขาดหลักธรรมาภิบาล ในการอยู่ร่วมกัน

ตัวอย่างกรณีความรุนแรงต่อเพื่อนมนุษย์ที่เห็นได้ชัดๆ และเป็นรูปธรรมอยู่บ่อยในรอบ 1-2 เดือนที่ผ่านมา ในคดีฆ่ายกครัว 8 ราย ที่ จ.กระบี่ เป็นคดีสะเทือนขวัญและสร้างความสลด คดีฆ่าหั่นศพ "น้องแอ่ม" สาวคาราโอเกะที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น คดีเกี่ยวกับการฆ่าสามเณรที่วัดใน จ.นครศรีธรรมราช และตามด้วยคดีลูกสาวฆ่าแม่แท้ๆ โดยการใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต รวมทั้งคดีอื่นๆ อีกหลายคดีที่ไม่ได้กล่าวไว้ในที่นี้

ส่วนประเด็นสาเหตุของการกระทำทุกๆ คดีที่เกิดขึ้นทั้งในแง่ของปัญหาครอบครัว การเงิน และการงาน รวมทั้งความขัดแย้งในแง่ผลประโยชน์ต่างๆ ย่อมลงเอยสรุปตรงที่ว่า "ยิ่งพัฒนา ยิ่งก่อให้เกิดปัญหาและกิเลสในมนุษย์มากขึ้น" ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายกับประเด็นการพัฒนาสังคมไทยว่า เรากำลังละเลยถึงการพัฒนาจิตใจมนุษย์ที่ต้องส่งเสริมให้เกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ เป็นมิตร และที่สำคัญ ผู้เรียน ผู้ศึกษา ผู้ทำงานด้านสังคมสงเคราะห์และนักพัฒนา กำลังหายไปไหน และกำลังทำอะไร หรือต้องทบทวนว่าทำแล้วไม่ถูกจุดหรือไม่ และหรือไม่สัมพันธ์กับการช่วยส่งเสริมให้มนุษย์เกื้อกูลมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเห็นอกเห็นใจ การเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน การไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน และไม่สร้างความรุนแรงต่อกัน เป็นต้น

ดังนั้น ประเด็นเหตุการณ์การสร้างความรุนแรงและการทำร้ายต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่ผ่านๆ มา นำมาสู่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ย่อมเป็นการตอกย้ำแนวทางการพัฒนาของรัฐโดยรวม กับแนวทางทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ นักพัฒนา และที่สำคัญ ผู้ทำงานในฐานะนักสังคมสงเคราะห์และนักพัฒนา จะต้องเคลื่อนไหว หรือขับเคลื่อน และทำข้อเสนอทางออกและมาตรการเยี่ยวยาต่อประเด็นปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น รวมทั้งทำข้อเสนอป้องกันเพื่อมิให้เพื่อนมนุษย์ทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างไร นี่คือ ข้อท้าทายที่สำคัญที่สุด

ผมจึงเข้าใจว่า การยุติความรุนแรงต่อเพื่อนมนุษย์มิใช่เป็นเพียงเฉพาะกระทำกันเมื่อมีการเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น แล้วจึงให้ตำรวจไล่ตามจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเท่านั้น แต่จะต้องวางมาตรการในแนวทางการป้องกันการยุติความรุนแรงเพื่อมิให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งถือว่าเป็นงานท้าทายของรัฐบาล หน่วยงาน ในยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามนุษย์ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ และที่สำคัญเป็นงานท้าทายของนักสังคมสงเคราะห์และนักพัฒนาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และย่อมมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง n

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่