
พินทุอร อุทัยวรรณ์ ทิ้งงานประจำเพื่อล่าฝัน
พูลศรี เจริญ บ่ายแก่ๆ แดดอ่อนๆ ปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีนัดกับสาวสวยหน้าหวาน หุ่นบอบบาง เธอเคยจ้ออยู่หน้าจอแก้ว ในฐานะผู้ประกาศข่าวและพิธีกร สาวสวยวัย 29 ปี คนนี้ชื่อ "พินทุอร อุทัยวรรณ์" หรือพลอย
พูลศรี เจริญ
บ่ายแก่ๆ แดดอ่อนๆ ปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีนัดกับสาวสวยหน้าหวาน หุ่นบอบบาง เธอเคยจ้ออยู่หน้าจอแก้ว ในฐานะผู้ประกาศข่าวและพิธีกร สาวสวยวัย 29 ปี คนนี้ชื่อ "พินทุอร อุทัยวรรณ์" หรือพลอย
ปะหน้าปุ๊บ สาวพลอยยิ้มหวาน บ่งบอกถึงความสุขกับเส้นทางที่เลือก "อาชีพอิสระ" หรือฟรีแลนซ์
เธอบอกว่าเหตุผลที่อำลา "งานประจำ" เพราะไม่มีเวลา ต้องทำงาน 7 วัน จึงโบกมือบ๊ายบายอาชีพในฝัน "ผู้ประกาศข่าว" ซึ่งทำมา 3 ปี
พลอยจบปริญญาตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ เหินฟ้าไปเรียนต่อระดับปริญญาโทที่อังกฤษ ก่อนกลับมาทำงานประจำประมาณ 6 ปี
"ตอนเป็นผู้ประกาศข่าว รายได้ดี แต่ไม่ดีกับสุขภาพระยะยาว เพราะต้องทำงานตลอด 7 วัน และที่สำคัญ คือไม่มีความสุขกับงานแล้ว จึงตัดสินใจออกจากเซฟโซน"
หลังลาออกจากงานประจำช่วงแรกๆ เธอเล่าว่า ก็ยังงงๆ ทั้งๆ ที่ก่อนตัดสินใจลาออกก็คิดอยู่นานและเป็นคนที่ประมวลผลก่อนเสมอ แต่ก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึง ลาออก เพราะการลาออกจากงานประจำก็หมายถึงรายได้ที่เคยได้รับในรูปของเงินเดือนก็จะไม่มีอีกต่อไป
ปัจจุบันพลอยรับงาน ฟรีเแลนซ์ ทั้งผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ งานพิธีกร แคสติ้งโฆษณา เป็นต้น
"งานฟรีแลนซ์ มีเงินเข้ามาเรื่อยๆ แต่เสี่ยง ซึ่งเราต้องปรับทัศนคติ ตัวเอง"
พลอยบอกว่า ทำงานฟรีแลนซ์ มีความสุข แต่ที่กังวลคือ เรื่องความมั่นคงที่ไม่เหมือนเดิม
ความมั่นคงที่ว่า หมายถึงเรื่องรายได้ที่ไม่ได้มีเข้ามาสม่ำเสมอทุกเดือน แม้โดยรวมๆ แล้วเธอบอกว่ารายได้ที่รับจากงานอิสระในแต่ละเดือนจะมากกว่างานประจำ และคุณพ่อ คุณแม่ ก็ทำงานประจำ หรือเป็นลูกจ้างเหมือนกัน ไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการ
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ได้กลับมาคือเรื่องของ "เวลา" และ "สุขภาพ" เป็น 2 สิ่งที่เธอถวิลหามาตลอดช่วงที่ทำงานประจำ
สำหรับเรื่องการวางแผนทางการเงิน ในฐานะที่ทำงานอิสระแล้ว ก็ได้ตั้งกฎเหล็กให้ตัวเองทันทีว่าจะใช้จ่ายแบบสุรุ่ยสุร่ายเหมือนตอนที่ทำงานประจำไม่ได้แล้ว
"พลอยมีเงินเก็บออมอยู่ก้อนหนึ่่งที่สะสมไว้ช่วงทำงานประจำ และในวัยเด็กก็มีรายได้พิเศษจากการถ่ายโฆษณา"
สำหรับสูตรการบริหารเงินหลังทำอาชีพอิสระ ก่อนอื่นจะแยกบัญชีรายรับรายจ่าย จากนั้นจะแบ่งเงินเป็น 3 ก้อน
ก้อนแรกสัดส่วน 20 % ลงทุนในกองทุนรวม โดยตอนนี้ศึกษาการลงทุนในกองทุนรวมประเภทต่างๆ จากแต่ก่อนไม่สนใจเลยแม้จะเรียนมาทางด้านบัญชีและการเงิน
ก้อนที่ 2 สัดส่วน 70% ลงทุนในหุ้นโดยตรง พลอยบอกว่าเริ่มลงทุนในหุ้นไม่ถึงปี
ส่วนคนที่ชักชวนเธอมาให้รู้จักถนนสายการลงทุนที่ชื่อว่า "หุ้น" นี้ไม่ใช่ใครอื่นไกล เป็นคนรักนั่นเอง และคนรักของเธอก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลอีกเช่นกัน เขาเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เป็นผู้บริหารและหนึ่งในผู้ถือหุ้นบริษัทขนมหวานชื่อดังที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อไม่นานมานี้
"แฟนพลอยสอนให้ลงทุนในหุ้น เค้าบอกว่าเล่นขำๆ แต่ให้เน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐาน และลงทุนระยะยาว"
ส่วนเงินก้อนที่ 3 สัดส่วน 10% จะเล่นหุ้นแบบเก็งกำไร หรือเดย์เทรด เงินก้อนนี้เธอบอกว่าไม่มาก เริ่มที่หลักหมื่นบาท เพราะการเล่นหุ้นแบบเดย์เทรดมีเป้าหมายเพื่อเรียนรู้และหาประสบการณ์
"การเล่นหุ้นแบบเดย์เทรด มีทั้งได้และเสีย หุ้นผันผวน ขึ้นๆ ลงๆ หัวใจจะวาย ปรากฏว่าเงินต้นหายหมด พลอยมีเติมเงินด้วย"
พลอย บอกว่า จากประสบการณ์ที่เล่นหุ้นแบบเก็งกำไรรายวัน ทำให้ได้รู้ว่ามีความเสี่ยงและหวือหวา แต่เหมาะสำหรับคนมีเงินจำนวนมาก
สำหรับเธอเองนั้นตอนนี้อยู่ในขั้นตอนฝึกฝน ยังไม่ใช่เซียน แต่ตั้งกฎให้กับตัวเองว่าจะไม่ให้กินเงินต้นเป็นอันขาด
ข้างต้น คือ การบริหารเงินออมของพลอยที่เธอหวังจะให้ออกดอกออกผล หรือให้เงินก้อนนั้นทำงานไปเรื่อยๆ
ส่วนรายได้จากงานฟรีแลนซ์ เธอบอกว่าจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพื่อจะได้ไม่รบกวนครอบครัว
การสนทนายังไม่จบง่ายๆ ยิ่งคุยยิ่งสนุก และสิ่งที่สัมผัสได้คือ เธอเป็นสาวสวยจอมพลัง เพราะนอกจากมีความกล้าลาออกจากงานประจำเงินเดือนสูง และมีการวางแผนทางการเงินที่เป็นระบบแล้ว เธอยังมีฝันต่อไปที่จะต้องล่า นั่นคือ การเป็นเจ้าของกิจการ
"การทำธุรกิจ เป็นเป้าหมายของพลอย"
ธุรกิจที่อยากทำ คือ ร้านทำเล็บ และทำธุรกิจที่เกี่ยวกับน้องหมา เช่น อาบน้ำ ตัดขน โรงเรียนฝึกสุนัข
นอกจากนี้ อยากทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารน้องหมา เป็นอาหารปรุงไม่ใช่อาหารเม็ด ซึ่งธุรกิจนี้เธอบอกอย่างมุ่งมั่นว่า น่าจะเกิดขึ้นเร็วที่สุด
จะว่าไปแล้วพลอยมีหัวทางการค้า เพราะช่วงทำงานประจำเมื่อ 5-6 ปีก่อน เจ้าตัวเล่าว่าได้ขายของออนไลน์เล็กๆ น้อยๆ ไปด้วย มีรายได้หมื่นบาทต้นๆ ต่อเดือน ทำให้รู้ว่าการทำธุรกิจยิ่งทำมากก็ยิ่งได้มาก ส่วนคนทำงานประจำ ทำมากแค่ไหนเงินเดือนก็เท่าเดิม
บททิ้งท้ายก่อนลา สาวพลอยจอมพลัง ให้ข้อคิดว่า การได้ลองทำ เรียนรู้ด้วยตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และพยายามหาจุดดีในสิ่งที่เลือกและสิ่งที่ทำ







