posttoday
จับคู่ธุรกิจคือทางรอด

จับคู่ธุรกิจคือทางรอด

21 กรกฎาคม 2560

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "พลัง SME ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย" ในงาน "SME Matching Day 2017 : มหกรรมจับคู่ดี SME แห่งชาติ" จัดโดยธนาคารกสิกรไทยและหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ว่าเอสเอ็มอีเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ประเทศที่เจริญแล้ว ถ้าจะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจเอสเอ็มอีต้องแข็งแรง

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "พลัง SME ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย" ในงาน "SME Matching Day 2017 : มหกรรมจับคู่ดี SME แห่งชาติ" จัดโดยธนาคารกสิกรไทยและหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ว่าเอสเอ็มอีเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ประเทศที่เจริญแล้ว ถ้าจะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจเอสเอ็มอีต้องแข็งแรง

ที่ผ่านมาปัญหาคือเอสเอ็มอีไทยไม่เข้าระบบ ปัจจุบันจากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีผู้ประกอบการ 2.79 ล้านราย เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียน 6.3 แสนราย อีกกว่า 2 ล้านราย เป็นบุคคลธรรมดา ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าระบบ ซึ่งการเข้าระบบไม่ได้จะเรียกเก็บภาษี เพราะขณะนี้รัฐยกเว้นภาษีให้กับผู้ประกอบการหลายด้าน แต่ที่อยากให้เข้าระบบ เพราะได้เข้าสู่กลไกการช่วยเหลือของภาครัฐและสถาบันการเงิน

อย่างไรก็ตาม หลังจาก พ.ร.บ.จัดตั้งบริษัทคนเดียว มีผลบังคับใช้ เชื่อว่าจะทำให้เอสเอ็มอีกว่า 2 ล้านราย จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการวิเคราะห์ปัญหา เพื่อหามาตรการช่วยเหลือและสนับสนุนได้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ และสร้างความเข้มแข็งให้กับ เอสเอ็มอีต่อไป

"ปัจจุบันเอสเอ็มอีมีกว่า 2 ล้านราย แต่มีส่วนสนับสนุนจีดีพีเพียงเล็กน้อย ขณะที่รายใหญ่ไม่กี่ราย มีผลต่อจีดีพีถึง 80% หากเพิ่มสัดส่วนของ เอสเอ็มอีได้ จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อีกมาก" สนธิรัตน์ กล่าว

ปัจจุบันการเกิดขึ้นของผู้ประกอบ การสตาร์ทอัพ ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนไป โดยเทคโนโลยีเข้ามามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดในการทำธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น คือการข้ามสายพันธุ์ธุรกิจ ด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยี เช่น เทสลาที่ขยายธุรกิจกระเบื้องมุงหลังคาที่ใช้พลังแสงอาทิตย์ เป็นต้น

ดังนั้น หากเอสเอ็มอีสามารถจับคู่ธุรกิจกับสตาร์ทอัพจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะปัญหาหลักของ เอสเอ็มอีคือ การบริหารจัดการธุรกิจ แต่สตาร์ทอัพสามารถใช้เทคโนโลยีช่วยในการบริหารจัดการธุรกิจได้ หาก เอสเอ็มอีเข้าใจการเปลี่ยนแปลงนี้และจับคู่ธุรกิจกับสตาร์ทอัพจะสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

สุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการ ผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การจัดงาน "SME Matching Day 2017" ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ภายใต้แนวคิด "รวมพลังคู่ค้า เชื่อมโยงธุรกิจไทยและต่างประเทศ" ทั้งนี้ สืบเนื่องจากปัญหาการทำธุรกิจของเอสเอ็มอีในช่วง เริ่มต้นคือ การสร้างการเติบโตของยอดขาย ธนาคารจึงสนับสนุนให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ ซึ่งในปีนี้มีเอสเอ็มอีเข้าจับคู่ธุรกิจ 317 ราย ผ่านการเจรจา 273 บริษัท ไม่ผ่านการเจรจา 44 บริษัท

สำหรับเหตุผลหลักที่ไม่ผ่่านการเจรจาในวันงาน มาจาก 3 ปัจจัย 1. แพคเกจจิ้งและฉลาก 2.สินค้าขาด จุดเด่นและความต่าง และ 3.ราคาสูง เกินไป

นอกจากนี้ กิจกรรมภายในงานยังมีการจัดสัมมนาให้ความรู้ เพื่อแนะนำให้ผู้ประกอบการพบกับโอกาสใหม่ๆ นำไปใช้ในการต่อยอดธุรกิจ ทั้งเรื่องการใช้เครื่องมือดิจิทัล โอกาสธุรกิจในต่างประเทศ เช่น กลุ่มตะวันออกกลาง และซีแอลเอ็มวี รวมไปถึงกิจกรรมให้คำปรึกษา

อัครวุฒิ ตั้งศิริกุศลวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวก้า อินเตอร์เทรด แอนด์ เอ็กซิบิชั่น กล่าวว่า กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง 6 ประเทศ ถือเป็นขุมทรัพย์ของเอสเอ็มอีไทย เพราะประเทศเหล่านี้มีกำลังซื้อสูง นิยมสินค้าไทยสูงมาก สะท้อนผ่านตัวเลขนำเข้าสินค้าจากไทยที่สูงมาก ซึ่งสินค้าแบรนด์ไทยหลายแบรนด์ได้เข้าไปขยายตลาดแล้ว เช่น แอร์โรซอฟท์ กิฟฟารีน มาลี ดัชมิลล์ แม็คโคร ขณะที่สินค้า เอสเอ็มอีเริ่มเข้าไปทำตลาดเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มาก ทั้งนี้สินค้าที่เข้าไปทำตลาดต้องเจาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้หญิง ที่มีกำลังซื้อสูง ลงทุนไม่มาก แต่มีโอกาสในการประสบความสำเร็จสูง

สยาม รามสูต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวหัวข้อ "ก้าวแรก SME ไทย สู่ตลาด CLMV" ว่าการเข้าตลาดซีแอลเอ็มวี เอสเอ็มอีต้องศึกษาตลาดผ่าน 2 แนวทาง ได้แก่ 1.การค้าชายแดน 2.การศึกษาตลาดในเมืองหลัก เช่น เนย์ปิดอว์ เวียงจันทน์ ฮานอย พนมเปญ และเมืองเศรษฐกิจ เช่น โฮจิมินห์ ย่างกุ้ง เป็นต้น และต้องหาหุ้นส่วนธุรกิจเพื่อช่วยกระจายสินค้า รวมทั้งต้องศึกษาความรู้ด้านกฎหมาย ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกันไป

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร