posttoday
3วันยืมหุ้นขายพันล.ตื่นคุมบาท

3วันยืมหุ้นขายพันล.ตื่นคุมบาท

17 กันยายน 2553

‘ASP’เชื่อใช้ดอกเบี้ยแทนสกัดเงิน 3เดือนเงินร้อนลุยบี/อี1.6แสนล้านนักลงทุนมองหุ้นขาลง 3 วัน ยืมหุ้นขายเฉียดพันล้านบาท ตื่นตูมมาตรการสกัดเงินทุนต่างประเทศ นักวิเคราะห์เสียงแตก CNS คาดใช้ภาษีสกัด ขณะที่ ASP เชื่อใช้ดอกเบี้ยคุม หลังพบ 3 เดือน เงินเข้าตั๋วบี/อี 1.6 แสนล้าน ท่ามกลางความไม่ชัดเจนทางด้านนโยบายต่างๆ ของประเทศไทย ทั้งข่าวลืออย่างหนาหูในห้องค้าหุ้นว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ จะออกมาตรการสกัดเงินทุนต่างประเทศเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ข่าวเรื่องการเปิดประมูล 3จี ที่ยังไม่มีความชัดเจน และความกังวลเรื่อง 11 โครงการรุนแรงในมาบตาพุดที่ยังมีต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนยืมหุ้นมาขายล่วงหน้าหรือขายชอร์ตมาจำนวนมาก โดยเฉพาะในวันที่ 1315 ก.ย.ที่ผ่านมา  นักลงทุนได้ยืมหุ้นไปขายล่วงหน้ารวมทั้งสิ้น 34 รายการ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 815.23 ล้านบาท โดยหุ้นที่ถูกยืมไปขายมากที่สุดคือ หุ้น ปตท.เคมิคอล (PTTCH) ถูกยืมขาย 130 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน (CNS) ได้ออกบทวิเคราะห์ คาดว่ามีความเป็นไปได้ถึง 60% ที่ทางการจะนำมาตรการ Tobin Tax หรือเก็บภาษีในการลงทุนมาใช้ โดยจะไม่มีการสั่งกักเงิน (ไม่

‘ASP’เชื่อใช้ดอกเบี้ยแทนสกัดเงิน 3เดือนเงินร้อนลุยบี/อี1.6แสนล้าน

นักลงทุนมองหุ้นขาลง 3 วัน ยืมหุ้นขายเฉียดพันล้านบาท ตื่นตูมมาตรการสกัดเงินทุนต่างประเทศ นักวิเคราะห์เสียงแตก CNS คาดใช้ภาษีสกัด ขณะที่ ASP เชื่อใช้ดอกเบี้ยคุม หลังพบ 3 เดือน เงินเข้าตั๋วบี/อี 1.6 แสนล้าน

ท่ามกลางความไม่ชัดเจนทางด้านนโยบายต่างๆ ของประเทศไทย ทั้งข่าวลืออย่างหนาหูในห้องค้าหุ้นว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ จะออกมาตรการสกัดเงินทุนต่างประเทศเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ข่าวเรื่องการเปิดประมูล 3จี ที่ยังไม่มีความชัดเจน และความกังวลเรื่อง 11 โครงการรุนแรงในมาบตาพุดที่ยังมีต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนยืมหุ้นมาขายล่วงหน้าหรือขายชอร์ตมาจำนวนมาก โดยเฉพาะในวันที่ 1315 ก.ย.ที่ผ่านมา  นักลงทุนได้ยืมหุ้นไปขายล่วงหน้ารวมทั้งสิ้น 34 รายการ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 815.23 ล้านบาท โดยหุ้นที่ถูกยืมไปขายมากที่สุดคือ หุ้น ปตท.เคมิคอล (PTTCH) ถูกยืมขาย 130 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน (CNS) ได้ออกบทวิเคราะห์ คาดว่ามีความเป็นไปได้ถึง 60% ที่ทางการจะนำมาตรการ Tobin Tax หรือเก็บภาษีในการลงทุนมาใช้ โดยจะไม่มีการสั่งกักเงิน (ไม่ให้โอนเงินออกก่อนกำหนด) เหมือนปี 2549 และจะเป็นมาตรการคล้ายกับอินโดนีเซียที่เก็บภาษีในการลงทุน แต่ไม่มีการกักเงินไว้ในประเทศ เรียกว่า Quasi–Capitalcontrol หรือเหมือนกับเกาหลี (Mild Curbs) ซึ่งพบว่ามีผลจำกัดต่อตลาดหุ้น

“หากไทยนำมาตรการภาษีมาใช้จริงก็จะเกิดผลกระทบระยะสั้น และในที่สุดหุ้นก็จะเด้งขึ้นมาได้ แต่ตอนนี้แนะนำให้ขายหุ้นก่อน เพราะมาตรการยังไม่ออกมาจริง และธนาคารกลางในเอเชียจะเริ่มเข้าแทรกแซงทำให้ระยะสั้นเงินเอเชียน่าจะอ่อนค่าลง”

บล.เอเซีย พลัส (ASP) ออกบทวิเคราะห์ว่า ค่าเงินเอเชียแข็งค่าถ้วนหน้า เฉพาะเงินหยวนที่เดือน ก.ย.นี้ แข็งค่าถึง 1.16% แตะระดับแข็งสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนค่าเงินเยนอ่อนค่าลง 3.23% หลังรัฐบาลญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยนเต็มขั้นหลังค่าเงินเยนแข็งมากที่สุดในเอเชีย คือ 4 เดือนที่ผ่านมาแข็งค่าไปกว่า 10%

สำหรับค่าเงินบาท เชื่อว่ายังมีแนวโน้มแข็งค่าตามแนวโน้มของสกุลเงินทั่วภูมิภาค และหากดูที่พฤติกรรมเม็ดเงินร้อนจากต่างประเทศเข้ามาพบว่า 3 เดือนที่ผ่านมาเน้นไปลงในตั๋วเงินระยะสั้น (B/E) กว่า 1.6 แสนล้านบาท ซึ่งแสดงถึงเป้าหมายที่เข้ามาอิงแนวโน้มการปรับขึ้นของดอกเบี้ยนโยบายที่เกิดขึ้นในช่วง มิ.ย.ส.ค. ซึ่งหากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยยังมีอีก 2 ครั้งอย่างเช่นเดิม ก็มีโอกาสสูงที่ค่าเงินบาทลงต่ำกว่า 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

สำหรับการลงทุนในตราสารทุน พบว่ามีเพียง 3.7 หมื่นล้านบาทเศษ หรือคิดเป็นเพียง 20% ดังนั้น หากพิจารณาจากเงินทุนที่เข้าในตราสารหนี้และทุน เชื่อว่า ธปท.น่าจะใช้นโยบายด้านดอกเบี้ยมากกว่า และคาดว่ายังมีโอกาสเห็นเงินเข้าลงทุนในหุ้นอีก 12 หมื่นล้านบาท

ภาวะตลาดหุ้นวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนยังคงระมัดระวังการลงทุน และกังวลถึงมาตรการสกัดเงินทุนต่างประเทศ ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเบาบาง เพียง 27,266 ล้านบาท แม้ดัชนีเพิ่มขึ้น 3.71 จุด ปิดที่ระดับ 924.81 จุด ตามแรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ 1,801 ล้านบาทก็ตาม

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่