posttoday
วิกฤตที่น่าเป็นห่วง

วิกฤตที่น่าเป็นห่วง

05 กรกฎาคม 2560

วิฑูรย์ สิมะโชคดีผมจำได้ว่า สมัยที่เป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และอยู่ระหว่างผลักดัน "โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว" (Green Industry) นั้น ท่านอภัย จันทนจุลกะ อดีต รมว.แรงงาน ได้ชักชวนให้ผมร่วมอนุรักษ์ "จังหวัดน่าน" ให้เป็นจังหวัดที่ยังคงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม และคงรักษาไว้ซึ่งความเก่าของอาคารบ้านเรือน ตลอดจนวัดวาอารามที่เก่าแก่ในจังหวัด ที่ยังเพียบพร้อมด้วยวิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นบ้านอยู่

วิฑูรย์ สิมะโชคดี

ผมจำได้ว่า สมัยที่เป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และอยู่ระหว่างผลักดัน "โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว" (Green Industry) นั้น ท่านอภัย จันทนจุลกะ อดีต รมว.แรงงาน ได้ชักชวนให้ผมร่วมอนุรักษ์ "จังหวัดน่าน" ให้เป็นจังหวัดที่ยังคงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม และคงรักษาไว้ซึ่งความเก่าของอาคารบ้านเรือน ตลอดจนวัดวาอารามที่เก่าแก่ในจังหวัด ที่ยังเพียบพร้อมด้วยวิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นบ้านอยู่

ผ่านมาจนถึงวันนี้ ได้มีโอกาสฟังความวิตกกังวลของ "คุณบัณฑูร ล่ำซำ" ที่หวั่นว่าทุนนิยมจะทำสิ่งแวดล้อมพัง โดยชี้ให้เห็นว่าช่วง 20 ปี ที่ผ่านมา พื้นที่ป่าใน จ.น่าน หายไปปว่า 29%

คุณบัณฑูร ล่ำซำ ประธานคณะกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "ผลกระทบของทุนนิยมต่อสิ่งแวดล้อม และความล้มเหลวของการปฏิรูป" ว่า ในช่วงนี้ได้มีการพูดถึงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เพื่อเตืึอนสติบทเรียนที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริงยังมีอีก 1 วิกฤต ที่เหมือนกับวิกฤตครั้งใหญ่ๆ ที่ผ่านมา ที่ส่วนใหญ่มองไม่เห็น หรือตามไม่ทัน มารู้ตัวอีกทีเมื่อกลายเป็นปัญหาไปแล้ว และพอเป็นวิกฤตยิ่งหนักหนา จะยิ่งแก้ยาก และใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัว

วิกฤตครั้งใหม่ที่กำลังก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เป็นผลของทุนนิยมต่อสภาพแวดล้อม มุ่งหวังการหากำไร โดยไม่มองผลข้างเคียงที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย ที่กว่าจะรู้ตัวก็อาจช้าไป ไม่สามารถเห็นปัญหาก่อนที่มันจะเป็นปัญหาใหญ่

นั่นคือ ปัญหาพื้นที่ป่าต้นน้ำของ จ.น่าน ที่หายไป โดย จ.น่าน มีพื้นที่ป่าสงวน 6.43 ล้านไร่ คิดเป็น 85% ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด ซึ่งป่าใน จ.น่าน เป็นต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำ 4 สาย คือ ปิง วัง ยม และน่าน กว่า 40%

โดยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีความสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ไปแล้วกว่า 28-29% เฉพาะในช่วงปี 2555-2558 พื้นที่ป่าหายไปถึง 2.5 แสนไร่ โดยที่ไม่มีใครทำอะไร แน่นอนว่ามีผลกระทบต่อการจัดการเรื่องน้ำ และผล กระทบต่อที่ดินทำกินในภาคกลางด้วย

ทั้งนี้ ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กระแสทุนนิยมมีส่วนสร้างความเสียหายพื้นที่ป่าและเศรษฐกิจไปมาก ที่เห็นชัดๆ คือ การส่งเสริมการปลูกข้าวโพดใน จ.น่าน ที่ทำลายภูเขาไปหลายไร่โดยนายทุนส่งเสริมแบบครบวงจร ทั้งการให้ระบบเครดิตด้านการเงิน ด้านปุ๋ยและการเข้าไปรับซื้อ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่จำนวนหนึ่งก็จำเป็นต้องทำ แม้ว่ารายได้ไม่มาก แต่ไม่รู้จะทำอะไร เมื่อได้รับการอำนวยความสะดวกมากมาย สุดท้ายประชาชนก็ขยายพื้นที่การเพาะปลูกในป่ามากขึ้น ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐไปจับกุม ก็จับได้แค่ชาวบ้าน แต่นายทุนไม่ถูกจับ ขณะที่การเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าในการสร้างรีสอร์ทต่างๆ ตรงนี้ ถือว่าเป็นโจรในคราบทุนนิยมอยู่แล้ว เพราะได้สร้างความเสียหายมากมาย

"ภาคธุรกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ หลายบริษัทที่มีราคาหุ้นปรับตัวสูง จนนักลงทุนรู้สึกสนุกสนาน แต่เราไม่รู้ว่า ต้นทุนมาจากอะไรบ้าง ซึ่งรัฐก็มองไม่เห็นตรงนี้ แต่หากลองพิจารณาให้รอบคอบ ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องของการเข้าไปทำลายป่าไม้ด้วย ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก อย่างไรก็ตามเมื่อมีการตัดไม้ทำลายป่า แล้วมีบางบริษัทก็จะใช้แนวทางการทำ ซีเอสอาร์ในการสร้างภาพ เช่น การเข้าไปปลูกต้นไม้แล้วถ่ายรูป เพื่อมาลงทุนในงบดุล ดังนั้น ภาครัฐต้องรู้ให้ทันและเข้าไปจัดการอย่างเร่งด่วน"

นี่คือ อีกหนึ่ง "ความจริง" ที่น่าเป็นห่วง ครับผม !

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่