
มุมมองโลกบวกบกพร่อง
ก่อนหน้านี้ในเดือน ธ.ค. 2016
ก่อนหน้านี้ในเดือน ธ.ค. 2016
ขณะที่ผมอยู่ในกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ เพื่อนร่วมงานชาวมาเลเซียรายหนึ่งซึ่งเพิ่งกลับมาจากบริษัท รับแลกเงินบ่นกับผมว่า ค่าเงินริงกิต มาเลเซียร่วงลงมาถึง 10% เมื่อเทียบกับค่าเงินเปโซของฟิลิปปินส์ ขณะที่ ผู้ร่วมวงสนทนาอีกรายเสริมขึ้นมาว่า ริงกิตร่วงหนักเช่นกันเมื่อเทียบกับค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซีย ในช่วงเวลานั้น ทุกคนต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า สถานการณ์ในมาเลเซียช่างย่ำแย่เหลือเกิน
เมื่อเวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ช่วงฮารีรายอ อีดิลฟิตรี ในวันที่ 25 มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงวันสิ้นสุดระยะเวลารอมฎอน สถานการณ์ทางการเงินดังกล่าวของมาเลเซียได้เปลี่ยนแปลงไปจากปลายปีที่ผ่านมา
ค่าเงินริงกิตกลับกลายเป็นสกุลเงินที่แข็งค่าที่สุดในภูมิภาคอาเซียน หลังวิกฤตการเงินในเอเชียผ่านพ้น มาแล้ว 20 ปี
อย่างไรก็ดี เมื่อผมมาเยือนมาเลเซียในช่วงดังกล่าว บรรยากาศภายในประเทศกลับซบเซาลง เพราะชาวมาเลเซียกำลังเผชิญปัญหาสินค้าราคาแพงขึ้น เห็นได้จากมื้ออาหารเฉลิมฉลองช่วงสิ้นสุดวันฮารีรายอ อีดิลฟิตรี ที่ดูไม่อลังการงานสร้างเท่าสมัยก่อน แม้ความใจกว้างและความเป็นมิตรไมตรีของชาวมาเลเซียยังไม่เสื่อมคลายลงก็ตาม
นอกจากเรื่องอาหารแพงขึ้นแล้ว ชาวมาเลย์ยังต้องเจอกับการเก็บภาษีรูปแบบใหม่ของรัฐบาล การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สะดุดลง และข่าวอื้อฉาวระดับนานาชาติเกี่ยวกับประเด็นการทุจริตพัวพันกับกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย (วันเอ็มดีบี) ที่ก่อตั้งโดยนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาวมาเลเซียมีมุมมองลบไปเสียเกือบทุกเรื่อง รวมไปถึงเรื่องค่าเงินริงกิตที่เคลื่อนไหวในทิศทางที่ดี
แม้ผมจะบอกว่าค่าเงินริงกิตกำลังแข็งค่าขึ้น และดูเหมือนว่าหลายอย่างกำลังดีขึ้น แต่ความเห็นของผมก็ถูกมองข้าม โดยคนส่วนใหญ่ต่างยึดติดอยู่กับค่าเงินที่อ่อนค่าลงมาก่อนหน้านี้ จนมองไม่เห็นว่าตอนนี้ริงกิตปรับตัวขึ้นมาแล้ว และผมคิดว่าการที่ราคาอาหารแพงขึ้นเพราะไม่ได้ปรับตามการเคลื่อนไหวของค่าเงิน
สถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้ผมหวนนึกถึงช่วงปี 1980 ที่ผมเริ่มทำงานข่าว ในช่วงนั้นบรรดานักข่าวต่างต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดเข้มงวดมากมาย ต้องทนดูการคอร์รัปชั่นและใช้อำนาจในทางมิชอบของรัฐบาล แต่ไม่สามารถรายงานข่าวความเป็นไปเหล่านี้ได้ ท่ามกลางอภิสิทธิ์ของชนชั้นผู้นำ
แม้ตกอยู่ในสภาพดังกล่าว แต่ในยุคนั้นยังเต็มไปด้วยความหวัง ความคาดหมายถึงสิ่งที่ดีกว่า จนยอมละเลยการถูกจำกัดเสรีภาพ แลกกับความรุ่งโรจน์ของประเทศในอนาคต
ทว่า ผมไม่คิดว่าทุกวันนี้ชาวมาเลเซียจะมีมุมมองแบบนี้อีกแล้ว เพราะคนส่วนใหญ่กำลังเผชิญภาวะ มุมมองโลกแง่บวกบกพร่อง
จริงอยู่ที่สมัยนี้ชาวมาเลเซียได้รับการศึกษาสูงขึ้น ผู้คนมีชีวิตยืนยาวกว่าในอดีต และประเทศเจริญก้าวหน้าไปมาก แต่ข่าวร้ายคือ มาเลเซียกำลังตามหลังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะไม่สามารถผลิตบุคลากรที่จะแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคได้
คนรุ่นใหม่จึงกำลังเผชิญชีวิตที่ยากลำบากยิ่งขึ้น ท่ามกลางหนี้สินและตำแหน่งงานที่หายากขึ้นทุกวัน
ยิ่งเมื่อหันมามองการเมืองในประเทศที่กลับเข้าสู่วังวนของการคอร์รัปชั่น อนาคตยิ่งดูหม่นมัวลง n







