
ลงทุนอีอีซี7แสนล.
คณะกรรมการอีอีซีอนุมัติ 4 โครงการรวดให้เอกชนร่วมลงทุน มูลค่าเฉียด 7 แสนล้าน
คณะกรรมการอีอีซีอนุมัติ 4 โครงการรวดให้เอกชนร่วมลงทุน มูลค่าเฉียด 7 แสนล้าน
ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติแนวทางการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 และท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ โดยมีรถไฟทางคู่เชื่อมทั้ง 3 ท่าเรือให้เป็นบริการการขนส่งสินค้าแบบไร้รอยต่อ
นอกจากนี้ ยังได้อนุมัติร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายอีอีซี เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน หรือระเบียบ EEC Track เพื่อสร้างความชัดเจนในการดำเนินงาน ซึ่งจะใช้เฉพาะโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) ที่สำคัญและมีความพร้อมตามแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC Project List)
ทั้งนี้ บอร์ดอีอีซียังได้อนุมัติโครงการ EEC Project List จำนวน 4 โครงการ เข้าสู่กระบวนการ EEC Track ที่จะใช้เวลาดำเนินการพีพีพี 8-10 เดือน วงเงินรวม 691,471 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (Aerotropolis) วงเงิน 310,383 ล้านบาท
2.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน วงเงิน 215,100 ล้านบาท 3.โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 วงเงิน 155,834 ล้านบาท และ 4.โครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 วงเงิน 10,154 ล้านบาท โดยโครงการท่าเรือแหลมฉบังจะให้เอกชนร่วมลงทุนปี 2561 แล้วเสร็จอย่างช้าปี 2568
ขณะที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จะให้เอกชนลงทุนปี 2561 แล้วเสร็จปี 2567 ท่าเรือสัตหีบภายใต้การดูแลของกองทัพเรือ จะพัฒนาเป็นท่าเรือเฟอร์รี่เชื่อมอ่าวไทย (สัตหีบ-กรุงเทพฯ-หัวหิน) ซึ่งจะเร่งรัดดำเนินการภายในปี 2561
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า บอร์ดอีอีซียังได้อนุมัติเขตส่งเสริมนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ที่ตั้งอยู่บริเวณวังจันทร์วัลเล่ย์ จ.ระยอง พื้นที่ 3,000 ไร่ บริเวณอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พื้นที่ 120 ไร่ และเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พื้นที่ 709 ไร่







